วันพุธ, พฤษภาคม 22, 2556

ไม่เอาเหมาเข่ง

ถ้าคิดว่าผมไม่กลับแล้วบ้านเมืองจะได้ประชาธิปไตยมา บ้านเมืองจะได้ความยุติธรรมมา ไม่กลับก็ได้" 

 
บทความจาก http://tgdr.blogspot.com/ 
 
ไม่เอาก็ได้ ไม่เป็นไรนี่ดูเหมือนจะเป็นความหมายที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สื่อถึงคนเสื้อแดงในการโฟนอินวันครบ ๓ ปีการเสียชีวิตของประชาชนผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีบอกว่า (นาฑีที่ ๓๘:๕๕) 

เรื่องกฏหมายนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่วรชัยมาถามผม ผมบอกเอาเลยน้อง ขอให้ช่วยพี่น้องเราเถอะ ไม่ต้องห่วงผม ผมไม่กลับก็ไม่เป็นไร

สืบเนื่องมาจากถ้อยความก่อนหน้าที่ว่า (นาฑีที่ ๓๗:๔๔) “พี่น้องคนเสื้อแดงติดคุก บางคนเป็นไทยมุงติดไป ๓๐ กว่าปี ความไม่เป็นธรรมมันเกิดขึ้นอยู่มากมาย คุณวรชัยกับคณะจึงมีการร่วมกันว่า ขอออกกฏหมายนิรโทษกรรมเถอะ...ขอเอาเป็นว่า เอาแค่ผู้บริสุทธิ ประชาชนผู้มาร้องเรียนทั้งหลาย และติดคุกทั้งหลายเนี่ย ขอเอาตรงนี้ก่อน เอาเจ้าหน้าที่ระดับล่างก่อน แต่ไม่ยกเว้นแกนนำ”

กฏหมายที่ ดร.ทักษิณพูดถึงเป็นร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมที่เสนอโดย นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทปราการพรรคเพื่อไทย ร่วมกับ ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก ๒๐ คน เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มีเนื้อหา ๗ มาตรา "เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ" โดยให้การกระทำอันเกี่ยวเนื่องทางการเมืองตั้งแต่วันรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมาถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป 

แต่ประเด็นสำคัญของร่างกฏหมายนี้อยู่ที่มาตรา ๓ วรรค ๒ ที่ว่า การกระทำในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว

นั่นคือเป็นการนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ชุมนุม ไม่รวมแกนนำ ใกล้เคียงกับข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรม และการขจัดความขัดแย้ง ที่มีการอภิปรายสาธารณะกันอย่างกว้างขวางเมื่อก่อนหน้านี้ 

ซึ่งก็ไม่บังเอิญที่สื่อกลุ่ม ไม่เลือกข้าง-ทักษิณอย่างเครือเนชั่นเอาไปตีความแล้วเสนอเป็นข่าวว่าจะเป็นการนิรโทษกรรม 'จำเลย ๗ คดีใหญ่' มีคดีความผิดอาญามาตรา ๑๑๒ สามคน คือ น.ส. ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กับผู้ต้องเผาศาลากลางจังหวัดอุดร อุบล ขอนแก่น และมุกดาหาร อีก ๒๗ คน

ทว่าต้นสายก่อนการโฟนอินไม่ได้มีแค่นั้น และไม่บังเอิญอีกเหมือนกันที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มี พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของตนเอง ๖ มาตรา นัยว่าเป็นทีเด็ดเก็บอยู่ในพกนานพอดู รอจังหวะมาเปิดตัวช่วงนี้พอดี

ครั้นพอเปิดหน้าตักออกมาจริงๆ ปรากฏว่ามีเสียง ไม่เอาออกมาจากคนเสื้อแดงค่อนข้างดัง

ว่านี้เป็นหนทางอภัยโทษทุกฝ่ายทางการเมืองแบบ เหมาเข่งชนิดทำให้ คนสั่งฆ่าล้วนลอยนวลไม่ต้องรับทัณฑ์จากการกระทำผิดทางอาญา โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น อันมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. หน่วยงานฝ่ายทหารที่ ลงมือกระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง และสไน้เปอร์ จนมีคนตายไปกว่า ๙๐ บาดเจ็บอีกเกินพัน
ขณะที่สื่อไม่เข้าข้างใคร ในวงเล็บ ทักษิณอย่างน.ส.พ. คมชัดลึก ได้นำเสนอรายละเอียดร่างกฏหมายนี้อย่างเจาะลึกถึงเจตนาว่า และที่สำคัญการนิรโทษกรรมนี้จะรวมไปถึงคดีความต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองในรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณโดนด้วยหลังจากมีการปฏิวัติในปี ๒๕๔๙ ด้วย

ก็เลยทำให้คำว่าเหมาเข่งมีนามสกุลต่อท้ายตามการเจาะไช

มิหนำซ้ำร่างนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งทำท่าจะเป็น พ.ร.บ. ติดลมบนขึ้นมาเมื่อปรากฏมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมสนับสนุนถึงกว่า ๑๕๐ ท่าน รวมทั้งนายวรชัย เหมะ ผู้ที่ฉบับของตนเองมีส.ส.สนับสนุนแค่ ๔๒ วรชัยให้เหตุผลกับ สื่อไม่ค่อยเสี้ยมเท่าไหร่ ว่า ให้เอาความรู้สึกของคนทั้งประเทศที่อยากให้มีความปรองดองเป็นตัวตั้งดีกว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การตีสองหน้า

มิใยที่ถูก ดร. สุดา รังกุพันธุ์ นักวิชาการกลุ่ม ปฏิญญาหน้าศาลที่เป็นแกนสำคัญคนหนึ่งในการรณรงค์ปลดปล่อยนักโทษการเมืองในลักษณะพลังเสื้อแดงมากันเอง นับแต่กลุ่ม ๒๙ มกรา มาถึงการจัดเวทีย่อยรำลึก ๓ ปี พฤษภาอำมหิตที่ราชประสงค์ เขียนข้อความบนเฟชบุ๊ค (ซึ่งอาจลบไปแล้ว) ติติงว่า
ท่านเปลี่ยนจุดยืน ไปสนับสนุนการไม่เอาผิดทหารฆ่าประชาชน...(และ) ฉีกสัญญากับประชาชน...ไม่เป็นไร...เราจะนับหนึ่งใหม่

รวมทั้งในแนวทางที่ว่า เราจะใช้วิธีอย่างที่คุณจาตุรนต์ (ฉายแสง)เคยแนะนำอันเป็นการใช้หลายรูปแบบต่อเนื่องกันไป เริ่มจากการพยายามให้สภาพิจารณาร่างของนายวรชัยก่อน เพราะว่าได้รับการเลื่อนขึ้นมาเป็นวาระแรกแล้ว จากนั้นจะเอาร่างฯ อื่นๆ เข้ามาปรับด้วยก็ได้ แต่ถ้าการออกเป็นพระราชบัญญัติเผชิญกับการต้านของฝ่ายค้าน และ ส.ว. ลากตั้งมากจนจะไปไม่รอด รัฐบาลสามารถออกเป็นพระราชกำหนดเสียเลยได้

ด้วยเหตุนี้ แม้ ดร.ทักษิณ จะมีความไม่แน่ใจต่อร่างนิรโทษกรรมของนายวรชัยนักว่า เป็นกฏหมายที่อาจจะถกเถียงกันหน่อยว่า..กรรมเดียว วาระเดียวกัน แต่ว่าให้ยกคนนั้น ยกคนนี้ และ กฏหมายฉบับนี้บางคนก็ทำเพื่อหวังว่า เอาละ เอาพี่น้องออกมา ดำเนินคดีกับไอ้คนสั่งการ อภิสิทธิ์กับสุเทพ ผมบอกได้เลยพี่น้องครับ นี่ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียวมันหลุด เพราะเขาช่วยกัน

ความรู้สึกลึกๆ ของอดีตนายกฯ คงเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญมีความสำคัญก่อนหน้ากระบวนการอื่น คำพูดจึงหลุดออกมาว่า ความเป็นธรรมยังไม่เกิดหรอกครับ บ้านเมืองเราวันนี้ ถ้าตราบใดรัฐธรรมนูญ ๕๐ ยังเป็นอย่างนี้ ความเป็นธรรมยังไม่เกิด 

ถึงกระนั้น ดร. ทักษิณยังกรุณาบอกว่า แต่ก็ไม่เป็นไร

ถ้าคิดว่าผมไม่กลับแล้วบ้านเมืองจะได้ประชาธิปไตยมา บ้านเมืองจะได้ความยุติธรรมมา ไม่กลับก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ให้กลับแล้วก็ยังไม่ได้ประชาธิปไตย ไม่ให้กลับแล้วก็ยังไม่ได้ความยุติธรรม ก็สู้กันต่อไป ไม่มีถอย

ด้วยเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งสัญญานชัดเจนว่าไม่เอา (เหมาเข่ง) ก็ได้ ไม่เป็นไร ทั้งนางธิดา โตจิราการ ประธาน นปช. และนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ต่างให้ความเห็นว่าจะสนับสนุนร่างของนายวรชัยเข้าสู่การพิจารณาเมื่อสภาเปิด แม้แต่นายวรชัยยังเปลี่ยนใจขอชะลอร่างฯ เฉลิม กลับมาสนับสนุนร่างของตนเองก่อน

ทั้งๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดถึง พ.ร.บ. เหมาเข่งของ ร.ต.อ. เฉลิมในการโฟนอินราชประสงค์ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม เลยสักนิด แต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าอดีตนายกฯ ไม่ขัดเรื่องนิรโทษกรรมโดยยกเว้นแกนนำ ส่วนจะไปถึงขั้นออกเป็น พ.ร.ก. ตามที่ นปช. ยื่นไว้แล้วหรือไม่ เป็นสิ่งที่คาดหมายอะไรไม่ได้มากนัก

ดูจากท่าทีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตลอดสองปีที่ก้าวย่างอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมสุ่มเสี่ยงใดๆ ในเรื่องของผู้ต้องคดีเกี่ยวเนื่องการสลายชุมนุมในปี ๒๕๕๓ แล้วสะท้อนคำพูดของผู้เสียหายคนหนึ่ง ซึ่งลูกชายถูกยิงตายในซอยรางน้ำระหว่างความตึงเครียดในการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม ๕๓ ก่อนทหารบุกเข้าสลายที่ราชประสงค์สามวัน

นายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ เฌอสมาพันธ์ ศรีเทพ ผู้ตายวัย ๑๗ ปี บอกกับ น.ส.พ.โพสต์ทูเดย์ ตอนหนึ่งว่า

 ผมกล้าพูดเลยว่าถ้ารัฐบาลต้องกล้าที่จะเจ็บตัว ต้องปะทะ เพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมปรากฏ แล้วเราจะเดินต่อไปข้างหน้าได้มากกว่าที่จะมารอวันหนึ่งแล้วต้องตายกันอีก เพราะทั้งคนลั่นไก คนที่สั่งให้ลั่นไก และคนที่วางแผนให้ลั่นไก เขารู้อยู่แล้วว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

หากว่าบางสิ่งที่ผู้เสียหายท่านนี้พูดในที่สาธารณะเป็นการว่าร้ายต่อรัฐบาลชุดที่มาจากการทุ่มเททั้งเลือดเนื้อ และแรงใจของคนเสื้อแดง จะเป็นการสะท้อนความผิดหวัง และความอัดอั้น จนไปเข้าทางฝ่ายตรงข้ามบ้างก็ตาม แต่ถ้อยคำสั้นๆ ตอนหนึ่งในบรรดาเนื้อความที่เขาพรั่งพรูให้สื่อนำไปขยายผลนั้น มันมีความหมายกินใจ และเตือนจำ ว่ามันมีทางเป็นไปได้เสมอ

ถ้าหากว่า มันก็แค่สปีช แต่มันโนแอ็กชั่น


วันอังคาร, พฤษภาคม 21, 2556

ศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตยเชิญร่วมแข่งขันกอล์ฟกระชับมิตร 31พฤษภาคมนี้ที่สนามเลควู้ด


"โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล 

โดย ศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย ศปป

ศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย ศปป ขอเชิญเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟกระชับมิตร ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556 ณ สนามกอล์ฟเลควู้ด บางนา

ทีออฟเวลา 8.30น. แข่งขันถึงเวลา 14.20น. โดยกอล์ฟการกุศลนัดนี้ได้รับการอนุเคราะห์จาก พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และได้รับการสนับสนุนจาก
"โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล

หลังการแข่งขัน ขอเชิญเพื่อนพ้องน้
องพี่ ร่วมรับประทานอาหาร ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้น 2 สนามกอล์ฟเลควู้ด พร้อมรับถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติจาก พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง รมช.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ท่านวิชิต ปลั่งศรีสกุล คุณเผด็จ ภูริปติภาน (พญาไม้) คุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง คุณสุภรณ์ อัตถาวงศ์(แรมโบ้) คุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย คุณดารุณี กฤตบุญญาลัย

และรางวัลพิเศษจาก คุณพานทองแท้ ชินวัตร คุณสมหวัง อัศราษี โรงแรม GLOW ประตูน้ำ บริษัท เนสเล่ย์ประเทศไทย ฯลฯ

คณะผู้่จัดงานขอขอบพระคุณ คุณสุวิมล มหากิจศิริ และสนามกอล์ฟเลควู้ด ที่เอื้อเฟื้อสนามแข่งขัน

ติดต่อสอบถามและสมัครร่วมการแข่งขันกระชับมิตรกับ คุณสุนีย์090-797-0433

การจัดแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่นี้ ขอสนับสนุน ก๊วนกอล์ฟเพียงก๊วนละ 20,000 บาท(ก๊วนกอล์ฟละ5 ท่าน) ซึ่งนับว่าถูกมากหากเปรียบเทียบกับรายการระดับเดียวกันนี้

โปรดโอนเงินเข้าบัญชีที่ ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาปาร์คพลาซ่า (พัฒนาการ 20 ) ชื่อบัญชี นางดารุณี กฤตบุญญาลัย เลขที่บัญชี 404-080065-0 บัญชีออมทรัพย์

สำหรับพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่า
นที่ไม่ได้เข้าแข่งขัน ก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการเข้าชมการแข่งขัน และร่วมงานดนตรี สานเสวนาประชาธิปไตยภายในงานนี้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 19, 2556

ประมวลภาพและคลิป บรรยากาศการชุมนุมครบรอบ 3 ปี สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤษภาคม 2556



รายงานสด...เล่าด้วยภาพงานครบรอบ 3 ปี ราชประสงค์ 19/05/56 โดย JPLSOFT


รำลึก 3 ปี ณ ทุ่งสังหาร ราชประสงค์ 19พค5 ภาพจากแฟ้มคุณ Maysaanitto Home (เพจใหม่)


ทักษิณ วิดีโอลิ้งค์ 3ปี 19พฤษภา รำลึกวีรชน 19 05 56 โดย thinkbox007


รำลึก๑๙ตค๕๖ไม่ลืม   โดย thefanmai

 

19-5-56 ข่าวเที่ยงDNN รายงานสด จากแยกราชประสงค์ โดย DNNTHAILAND


18-5-56 ข่าวค่ำDNN รายงานพิเศษ ล้อมฆ่า ณ ราชประสงค์


























- ตามไปดูกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกิจกรรมรำลึก 3 ปี ที่แยกราชประสงค์ ครบทุกอารมณ์ (ชมภาพ) / มติชน

-ภาพชุด คนเสื้อแดงครึ่งแสน ทำบุญอุทิศกุศลให้ผู้เสียชีวิต ที่แยกราชประสงค์-วัดปทุมฯ / ข่าวสด

 - ถอดเทปทักษิณจากผู้จัดการฯ "แม้ว" ลั่นเตรียมระดมแดงทำงานใหญ่ ย้ำเดินหน้าแก้รธน.

- กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมรำลึก3ปี 19 พ.ค.เหตุการณ์สลายการชุมนุม บริเวณแยกราชประสงค์ / ไทยรัฐ

- รำลึก 3 ปี แผ่นดินนี้ ไม่มีความยุติธรรม No.3 / ม้าเร็วสปีดฮ้อส

บันทึก(ไม่ลับ) นาทีต่อนาที19พฤษภาประชาภิวัฒน์




19 พฤษภา 2553 ผ่านมาครบ3ปีแล้ว นับเป็นเวลา 1,114 วัน ...ชั่วโมง...นาที...วินาที ที่คนเจ็บยังถูกใส่ร้าย คนตายยังถูกกล่าวหา คนติดคุกยังไร้อิสรา คนสั่งคนฆ่ายังลอยนวล..คำสัญญายังคงว่่างเปล่า...


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤษภาคม 2556

รายงานข่าวเหตุการณ์อำมาตย์ทมิฬ13-20พ.ค.2553นาทีต่อนาที โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์

ต่อไปนี้เป็นรายงานข่าวและภาพเหตุการณ์ ทั้งภาพถ่าย คลิปวิดิโอเหตุการณ์ที่เราเรียกว่า"19พฤษภาประชาภิวัฒน์"ในช่วงระหว่างวันที่ 13-20พ.ค.2553 ไล่เรียงนาทีต่อนาทีตลอด 24ชั่ วโมงของแต่ละวัน เพื่อเป็นหลักฐานและเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจมีใครบิดเบือนได้

นี่เป็นข่าวที่รวบรวมมาจากการเผยแพร่ครั้งแรกโดยไทยอีนิวส์ โดยเราขอนำเสนอแบบFlash back คือเริ่มจากวันที่ 20 พฤษภาคมย้อนกลับไปถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2553

ไม่มีการแก้ไขตัดทอนเสริมแต่งใดๆ จึงให้บรรยากาศเหมือนพาท่านผู้อ่านหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ณ เวลานั้น


-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีอำมาตย์อำมหิตประจำวันที่ 20 พ.ค.:ปิดฉากอำมาตย์อำมหิต (ภาพไฮไลต์:ผู้ชุมนุม รวมทั้งหน่วยกาชาดอาสาที่ถูกสังหารในวัดปทุมฯเขตอภัยทาน)


-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 19 พ.ค.:อำมาตย์ทมิฬบีบแกนนำจำนน แต่คุมไม่อยู่เกิดการจลาจลลุกลาม (ภาพไฮไลต์:รัฐบาลใช้กำลังบีบให้แกนนำยอมจำนน และประกาศยุติชุมนุมกะทันหัน ทำให้บานปลายเป็นการจลาจลที่ควบคุมไม่ได้)


-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 18 พ.ค.:อำมาตย์กระหายเลือดล้มโต๊ะเจรจาวุฒิสภา เปิดสงครามขยี้เสื้อแดง(ภาพไฮไลต์:ทหารที่ติดสัญลักษณ์สีชมพูที่หมวกและรถถังบุกเข้าพังบังเกอร์ผู้ชุมนุมเพื่อเข้าปราบปราม หลังจากรัฐบาลหักหลังล้มโต๊ะเจาจาที่วุฒิสภาเป็นคนกลาง)


-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 17 พ.ค.สูญเสียเสธ.แดง-เส้นตายมาร์คทมิฬไร้ผล ผุดเวทีย่อยหลายจุดต้านล้อมปราบ(ภาพไฮไลต์:ความพยายามช่วยชีวิตผู้ชุมนุมมีทั้งการตั้งเวทีย่อยหลายจุด ส่งหนังสือร้องเลขาUN พระสงฆ์บิณฑบาตขอชีวิต ขอพึ่งบารมีในหลวง)


-รายงานนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 16 พ.ค.:รัฐก่อการร้ายคนที่ตายล้วนแต่ผู้ชุมนุม กับหน่วยช่วยเหลือชีวิต ไม่มีทหาร ไม่มีปะทะมีแต่ฆ่าตามใบสั่งอำมาตย์ทมิฬ(ภาพไฮไลต์:พ่อแม่ผู้สูญเสียแสดงภาพลูกที่เป็นพนักงานมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งถูกสังหาร)







-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่15พ.ค.:ทหารหน่วยซุ่มยิงระยะไกล(สไนเปอร์)ยิงสังหารผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ (ภาพไฮไลต์:หน่วยสไนเปอร์ยิงสังหารผู้ประท้วงมือเปล่า)


-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 14 พ.ค.:ทหารประกาศเขตกระสุนจริง และภาพ'ปะทะ'ที่ไม่มีในสื่อกระแสหลัก(ภาพไฮไลต์:ผู้ชุมนุมที่ต่อต้านใช้อาวุธตามมีตามเกิดคือหนังสติ๊ก และบั้งตะไลสู้กับทหารที่ใช้กระสุนจริงยิงสังหาร)



-รายงานข่าวนาทีต่อนาทีประจำวันที่ 13พ.ค.:พวกมันเรียกการฆ่าหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยว่า"กระชับพื้นที่" เริ่มจากสไนเปอร์สังหารเสธ.แดง(ภาพไฮไลต์:นาทีสไนเปอร์สังหารเสธ.แดงและคำบอกเล่าพยานต่างชาติถูกทหารห้ามพูดว่ารู้เห็นอะไร) และรายงานสดจากพื้นที่เพิ่มเติม(คลิ้ก)


-รายงานข่าวชนวนเหตุการณ์อำมาตย์อำมหิต:มาร์คฉีกสัญญาสันติภาพ ยกเลิกวันเลือกตั้ง14พ.ย.เดินหน้าปราบนองเลือด(ภาพไฮไลต์:อภิสิทธิ์กลืนน้ำลาย กร้าวยกเลิกวันเลือกตั้ง ยื่นคำขาดเสื้อแดงยุติชุมนุม ไม่เช่นนั้นต้องจัดการเด็ดขาด)


หมายเหตุ:ขอขอบคุณมิตรสหายผู้สื่อข่าวภาคพลเมืองภาคสนาม ภาพข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ ท่านที่ส่งข้อเขียน และภาพถ่าย ภาพเหตุการณ์ทุกท่านไว้ในโอกาสนี้

วันเสาร์, พฤษภาคม 18, 2556

บางเสี้ยวภาพเมื่อ3ปีที่แล้ว

ที่มา facebook Andrew
18 พฤษภาคม 2556

Three years ago today: Anti-government protester fires an improvised rocket towards Thai troops in Din Daeng, May 18, 2010. Photograph by Adrees Latif. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: A monk walks past the ashes of burned tyres near Victory Monument, May 18, 2010. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: burning barricades at Din Daeng, May 17, 2010. Photograph by Adrees Latif. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: a deserted Rama IV Road at dusk, May 18, 2010. Photograph by Damir Sagolj. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Thai soldiers on Silom, May 18, 2010. Photograph by Sukree Sukplang. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Anti-government protesters at a burning barricade at Din Daeng, May 18 2010. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij.

Three years ago today: a protester at the Red encampment at Ratchaprasong, May 17, 2010. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Red Shirts at Din Daeng, May 18, 2010. Photograph by Adrees Latif. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Guests evacuated to the basement as the Dusit Thani Hotel comes under attack, May 17, 2010. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Seh Daeng's funeral, May 17, 2010. Photograph by Caren Firouz. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Tyres and a stolen gas truck block Rama IV road, May 18, 2010. Photograph by Caren Firouz. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Seh Daeng's daughter Khattiya Sawasdipol weeps after his death at Vajira Hospital, May 17, 2010. Photograph by Sukree Sukplang. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: Anti-government protester at a burning barricade at Din Daeng, May 18, 2010. Photograph by Adrees Latif. — with Wantanee Sasanarakkij.

Three years ago today: Red Shirts at the barricades of their Ratchaprasong camp, May 18, 2010. Photograph by Kerek Wongsa. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: A young girl holds medical supplies in the Red encampment at Ratchaprasong, as protesters await an expected military assault. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij. 

Three years ago today: masked soldier at Lumpini, May 17, 2010. Photograph by Jerry Lampen. — with Wantanee Sasanarakkij. 


++++++++++++++++++
เพิ่มเติมจากJunya Lek Yimprasert

Published on May 18, 2013
เมื่อ 27 มีนาคม 2553 ได้มีโอกาสชวนเพื่อนชวนฝูงคว้ากล้องถ่ายภาพและกล้องวีดีโอไปถ่ายขบวนแรลลี่คนเสื้อแดงในวันที่ นปช. ตระเวณกรุงเทพ ตรงจุดถนนลาดพร้าว ปากซอยลาดพร้าว 64

เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ที่เริ่มด้วยความฮึกเฮิมแต่ต้องจบลงด้วยคราบน้ำตาและชีวิตเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จึงขอนำเสนอวีดีโอชุดนี้ให้กับผู้ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อให้เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลทุกท่าน

ภาพวีดีโอที่ถ่ายโดย Godi Utama เพื่อนนักถ่ายทำสารคดีชาวอินโดนีเซีย และจรรยานำมาตัดต่อ โดยใส่ประกอบเพลง "มาร์ชแดงทั้งแผ่นดิน" ที่ร้องโดนจิ้น กรรมาชน และเพลง "แดงเดือด" ที่ร้องโดยแป๊ะ บางสะนาน ขอบคุณทั้งจิ้น กรรมาชนและแป๊ะ บางสนาน ที่ร่วมขับขานบทเพลง เพื่อปลุกขวัญกำลังใจคนเสื้อแดงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในช่วงสามปีที่ผ่านมา

หวังว่าจะจดจำหน้าตาเพื่อนฝูงร่วมประท้วงกันได้มากหน้าหลายตานะฮะ รวมทั้งเสธแดงที่ร่วมอยู่ในขบวนแรลลี่ของนปช. ในวันนั้นด้วย

ทุกคนเปี่ยมพลังและความหวัง

เห็นพลังคนมากมายจากวีดีโอชุดนี้ แล้วก็หวังว่าพลังคนเสื้อแดงที่มีมาต่อเนื่องจะช่วยกำกับการทำงานของรัฐบาลที่พวกเขาเลือกให้เดินไปในทิศทางประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เป็นรัฐบาลที่ยึดมั่นอุดมการณ์การทำงานเพื่อปักหมุดความยุติธรรมในสังคมไทย และนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนโดยไม่ประนีประนอมกับขั้วอำนาจเก่า

 


+++++++++++++++++++++++++++



     ครบ 3 ปี ประชาชนที่ถูกฆ่า
รําลึกว่า ความยุติธรรม อยู่ที่ใหน
คนสั่งฆ่า ยังลอยหน้า อยู่ร่ำไป
ประชาธิปไตย ยังไกล สุดเอื้อมมือ

     เราร้องขอ ballot ให้ bullet
ทำเรื่องเท็จ ให้เป็นจริง ใด้ใฉน
ดีแต่พูด นะพ่อคุณ น่าละอาย
คงไม่วาย กรรมสนองในเร็ววัน

                                   เฟื่องฟ้าแดง Chicago


+++++++++++++++++++++++++++

อ่านเพิ่มเติม

หยิบเสื้อแดง  สวมใส่  ภูมิใจนัก
ชวนเพื่อนรัก  พี่น้อง    ร่วมคล้องไหล่
จิตมุ่งมั่น         ตามหา  ประชาธิปไตย
ใจบอกใจ       อีกไม่ไกล    ต้องได้มา........  (ลิซ่า RED USA)

บันทึกบางเสี้ยวจาก10เมษาถึง19พฤษภา53 / โดย ลิซ่า RED USA /18 พฤษภาคม 2555

ประชาสัมพันธ์: กำหนดการ “21ปีพฤษภาฯ35บทเรียนประชาชน 3ปีพฤษภาฯ53บทเรียนประชาธิปไตย”


จัดโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2556 เวลา 12.00 น.-24.00 น.
ณ หอนาฬิกา มหาวิทยาลัยรามคำแหง

12.00 น. เปิดกิจกรรม “21ปีพฤษภาฯ35บทเรียนประชาชน 3ปีพฤษภาฯ53บทเรียนประชาธิปไตย” ภาคนิทรรศการ เหตุการณ์พฤษภา 35

14.30 น. ปาฐกถาหัวข้อ “บทเรียนประชาชน บทเรียนประชาธิปไตย” โดย ครูประทีป อึ้งทรงธรรม

14.30-16.30 น. เวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “21ปีพฤษภาฯ35บทเรียนประชาชน 3ปีพฤษภาฯ53บทเรียนประชาธิปไตย”โดยวิทยากร อ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อ.คณิน บุญสุวรรณ อ.วิภา ดาวมณี
ดำเนินรายการโดย นายพรชัย ยวนยี (เลขาฯสนนท.54-55)

17.00 น. เวทีประชาธิปไตย แถลงการณ์ ประกาศเจตนารมณ์ เรียกร้องห้องประชุม ภิรมณ์ รามขาว

20.00 น. ภาคกิจกรรมวัฒนธรรมดนตรี อู๋ เสรีชน ฮัมเมอร์ ชาวรา บุญมี จรูญภาค วงสะเลเต วงไฟเย็น สุรกี้ วงกำปั้น กวี การแสดงนิสิตนักศึกษา

23.00 น. จุดเทียนร่วมรำลึกเหตุการณ์การต่อสู้ของประชาชนประชาธิปไตย

สอบถาม โทร 087 0389590

ใจ อึ๊งภากรณ์ - เสื้อแดงอย่าหวังความยุติธรรมจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์


ใจ อึ๊งภากรณ์
18 พฤษภาคม 2556

     วันครบรอบสังหารหมู่เสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยเวียนมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะครบรอบกี่ปีในอนาคต ถ้าเสื้อแดงไปฝากความหวังไว้กับรัฐบาลเพื่อไทย หรือแก้ตัวแทนยิ่งลักษณ์ วันครบรอบนี้จะเวียนมาอีกเรื่อยๆ จนเราตายหมด โดยที่ฆาตกรมือเปื้อนเลือด ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ และ สุเทพ ไม่มีวันถูกจับขึ้นศาลและลงโทษ ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอาเจนตินา หรือตุรกี

     คนที่อยากเปิดหูลืมตา คงเห็นมานานว่า เพื่อไทย ยิ่งลักษณ์และทักษิณ ทำข้อตกลงกับทหารตั้งแต่สมัยชนะการเลือกตั้ง ตอนนี้เลยไม่เอ่ยถึงบทบาทประยุทธ์และอนุพงษ์ในการฆ่าเสื้อแดงมานาน พูดแต่เรื่องอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่เป็นแค่ละครเพื่อป้อนให้เสื้อแดงหัวอ่อน ทักษิณเองก็พูดว่าตัวเองไม่มีข้อขัดแย้งกับทหาร ขัดแย้งกับประชาธิปัตย์เท่านั้น และแกนนำ นปช. ก็คล้อยตาม ส่วนยิ่งลักษณ์ก็จับมือกับประยุทธ์ ก้มหัวให้เปรม และกอดเผด็จการโหดของบาห์เรน

     เรื่องศาลอาญาระหว่างประเทศค่อยๆ ขยับออกไปทีละนิด โดยที่ฝ่ายต่างๆ หวังว่าทุกคนจะลืม รัฐบาลไม่มีวันยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะนอกจากจะทำลายแนวร่วมกับทหารแล้ว ยังจะเปิดประตูให้มีการสืบข้อมูลทักษิณในเรื่องอาชญากรรมที่ตากใบ และการฆ่าวิสามัญในสงครามยาเสพติด

     ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และเพื่อไทย จำเป็นต้องสร้างภาพว่า “กำลังทำอะไรบางอย่าง” เรื่องการฆ่าเสื้อแดง หรือเรื่องรัฐประหาร ๑๙ กันยา เช่นคำปราศัยของยิ่งลักษณ์ที่มองโกเลีย เพราะถูกกดดันจากเสื้อแดงเอง แต่ที่สำคัญด้วยคือมันเป็นข้อต่อรองกับทหารเพื่อให้ทหารยอมให้ทักษิณกลับเมืองไทยในอนาคต มันไม่ใช่ว่าจะเอาจริง ถ้าทักษิณกลับได้ก็จะเลิกทำ

     ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และเพื่อไทย เป็นซีกหนึ่งของชนชั้นปกครองไทย และชนชั้นปกครองไทยทั้งชนชั้นไม่ต้องการให้มีการยกเลิก 112 ชนชั้นปกครองไทยทุกซีกมีประวัติในการใช้สถาบันกษัตริย์เพื่อเป็นเครื่องมือในการปราบคนที่คิดต่าง ดังนั้นตามลำพังรัฐบาลนี้ไม่มีวันปล่อยนักโทษ 112 และยกเลิกกฏหมายเผด็จการอันนี้

     ล่าสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเสนอนโยบายสาธารณสุขที่หมุนนาฬิกากลับสู่ยุคก่อนรัฐบาลทักษิณ ข้อเสนอให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” เวลาไปรักษาพยาบาล เป็นการทำลายอุดมการณ์ของระบบสุขภาพถ้วนหน้าภายใต้แนวคิดของพวกคลั่งเสรีนิยมกลไกตลาด มันเป็นการหันหลังให้รัฐสวัสดิการ และในเรื่องนี้ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยมองไม่ต่างกันเลย เราจะเห็นว่าความคิดประชานิยมของทักษิณในช่วงแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของคนจนบ้าง สูญหายไปแล้วในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สรุปแล้ว ยิ่งลักษณ์กับพรรคพวกมองว่าเขาทำอะไรก็ได้ เสื้อแดงก็จะยอมทุกอย่าง เหมือนกับว่าเราสู้มาเพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือเป็นเจ้านาย ยอมนอนลงเพื่อให้พรรคเพื่อไทยเดินเหยียบขึ้นไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ยอมจำนนปิดหูปิดตาตนเองเมื่อรัฐบาลหักหลังวีรชนที่ถูกทหารกับประชาธิปัตย์ฆ่า เงียบแกล้งลืมนักโทษการเมือง และยอมจำนนเมื่อรัฐบาลทิ้งคนจน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและผู้ไม่มีงานประจำทำ ในเรื่องการรักษาพยาบาล

     เสื้อแดงทุกกลุ่มไม่ใช่ว่าจะก้าวหน้า บางกลุ่มเช่นพวกที่อ้างว่า “รักเชียงใหม่” ทำตัวเหมือนอันธพาลเผด็จการ ไม่ต่างจากสลิ่ม ต่อต้านคนรักเพศเดียวกัน และต่อต้านคนจนที่มาประท้วง กลุ่มอื่นก็ต่อต้านชาวมาเลย์มุสลิมที่ถูกกดขี่ในภาคใต้ พวกนี้ไม่ใช่นักประชาธิปไตย และในอนาคตเขาอาจกลับลำเป็นอันธพาลเสื้อเหลืองได้ง่าย

     เสื้อแดงก้าวหน้าที่อยากเห็นสังคมไทยพัฒนามากขึ้นในเรื่องความยุติธรรม ความเท่าเทียม และเสรีภาพ ต้องรวมตัวกันดีกว่านี้ ต้องมีองค์กรร่วมกัน ต้องกล้าเสนอแนวทางที่อิสระจากพรรคเพื่อไทย และ นปช. เพื่อไม่ให้วันครบรอบสังหารหมู่เสื้อแดงเวียนมาอีกเรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

บทกวีรำลึกสามปีพฤษภา53 - ฝนพรำพฤษภาฯ

โดย อรุณรุ่ง  สัตย์สวี

ฝนพรำเดือนพฤษภาฯ                           จันทร์นวลแขวนฟ้า
แจ่มจ้าแหวกเมฆทึมเทา

ฝนฝากนิยามงามเศร้า                           คล้ายเพลงแผ่วเคล้า
น้ำตาหยดเก่าพรั่งพรู

สำเนียงเสียงนำย้ำสู้                           ยังหยัดยืนอยู่
รับรู้เศร้าโศกโยกไกว

แสงจันทร์คืนค่ำอำไพ                           เมฆเหมือนเลื่อนไหล
ผ่านไปผ่านไปอีกปี

พฤษภาฯเดือนเดียวกันนี้                      ดวงเดียวกันที่
สะท้อนราตรีความตาย

กว่าร้อยกลบร่างวางวาย                       ผู้ก่อการร้าย
กลับกลายกลับกันจันทร์เห็น

น้ำตาเกินกลั้นวันเพ็ญ                           สายฝนเยียบเย็น
ความเศร้าลึกเร้นร่วงริน

ล้มร่างร่วงลมใจสิ้น                               ขวัญใครโบยบิน
เศร้าทั้งแผ่นดินสีแดง

สั่งสมโศกซ้อนย้อนแย้ง                        กำลังใจแกร่ง
เพียงแสงเดือนดาวก้าวเดิน

ขวากหนามขวางหน้าเผชิญ                   โหดร้ายเหลือเกิน
เหลือเกินเผด็จการบ้านเรา

พฤษภาฯเดือนงามเศร้า                          เสียงใจรบเร้า
โลกเราเท่าเทียมเสรี

พฤษภาฯเดือนเดียวกันนี้                      ดวงเดียวกันที่
แขวนฟ้าราตรีสีดำ

"ศูณย์ประสานงานกลาง แดงเชียงใหม่" ไม่ร่วม "รักเชียงใหม่ 51" ประกาศเดินทางเข้ากรุง 59 คันรถบัสเพื่อร่วมรำลึก ครบ 3 ปีราชประสงค์

18 พฤษภาคม 2556


ผู้จัดการออนไลน์​ "รักเชียงใหม่ 51 กร้าว จัดกองกำลังต้าน NGO ประท้วง ยันตอบโต้ “ตาต่อตาฟันต่อฟัน”"
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - รักเชียงใหม่ 51 ประกาศตั้ง “กองกำลังอาสาสมัครพิทักษ์เมืองเชียงใหม่” ต้านเอ็นจีโอประท้วงประชุมน้ำโลก สุดเหิมบอกห้ามชุมนุมในรัศมี 20 กม. หากพบเตรียมนำกำลังเผชิญหน้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟันทันที ลั่นเป็น “ยุทธศาสตร์กวาดขยะออกจากเมืองเชียงใหม่” ขัดแย้งคำสัมภาษณ์ “ปลอดประสพ” ที่บอกม็อบเป็นขยะกับห้ามชุมนุม-ใครมาจับไม่เลี้ยง


ศูณย์ประสานงานกลาง แดงเชียงใหม่ โพสต์ที่เฟซบุ๊ค ยันไม่ร่วมใดๆ กับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51


ในนามของศูณย์ประสานงานกลางแดงเชียงใหม่ ขอยืนยันว่าไม่มีแนวคิดและส่วนร่วมใดๆกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่จะไปขัดขวาง การชุมนุมของกลุ่มอื่นๆที่จะมาในเชียงใหม่ เนื่องจากเราเข้าใจถึงสิทธิ์เสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย และเห็นด้วยกับ ข้อความของคุณ Karnt Thassanaphak ที่กล่าวไว้ว่า
“เอ็นจีโอหรือใครที่ไหนเขาก็มีสิทธิ์ชุมนุมประท้วงพอๆ กับที่คนเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ฯลฯ มีนั่นแหละครับ

ผมไม่สนหรอกว่า "รักเชียงใหม่ 51" จะสวมเสื้อสีอะไร - แต่การปฏิเสธสิทธิในการชุมนุมของคนอื่น โดยอ้างเหตุผลน่าเศร้าแบบ "ทำลายภาพลักษณ์" โดยอ้างชื่อคนเสื้อแดงนี่ บอกได้เลยว่า ทำลายภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงเอง (ที่อ้างมาตลอดว่ายืนข้างประชาธิปไตย เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน) ลงย่อยยับ”

และในวันที่ 18 พค 56 เวลา 20.00 น โดยประมาณ แดงเชียงใหม่และเครือข่ายทุกอำเภอ จะออกเดินทางจำนวน 59 รถบัส

เข้ากรุงเทพเพื่อร่วมงานระลึกถึงวีรชน ครบ3 ปี กับพี่น้องคนเสื้อแดงทั่วประเทศ

ดาบชิต เลขาธิการศูณย์ประสานงาน แดงเชียงใหม่ และผู้ประสานงานแดงเชียงใหม่ร่วม17 จังหวัดภาคเหนือ
----------

Karnt Thassanaphak โพสต์ต่อกรณีนี้ว่า

ผมไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี – กับการที่วันนี้ สถานีวิทยุ "รักเชียงใหม่ 51" พูดออกอากาศว่า "อภิสิทธิ์อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอ" ที่จะไปประท้วงการประชุมช่วงนี้ที่เชียงใหม่ เพื่อจะระดมแนวร่วมไป "ตาต่อตาฟันต่อฟัน" กับคนที่จะมาชุมนุม

1. ถ้าคุณไม่ได้เลือดเย็นจนแสร้งไร้เดียงสา คุณก็เขลามาก ที่คิดว่าทุกคนทุกฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกับการดำเนินการในนามรัฐภายใต้รัฐบาลนี้ จะต้องเกี่ยวพันหรือถูกบงการจากฝ่ายค้าน – ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยกับการที่คนจำนวนหนึ่งในสังคมมองอย่างคับแคบว่า "เสื้อแดง" นั้นสามารถถูกบงการได้โดยรัฐบาลนี้

2. คุณไม่เข้าใจสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมหรอกหรือว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนกลุ่มใดก็สามารถชุมนุมโดยสันติได้ – จะเอ็นจีโอหรือใครที่ไหนเขาก็มีสิทธิ์ชุมนุมประท้วงพอๆ กับที่คนเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ฯลฯ มีนั่นแหละครับ

3. คุณกำลังดูหมิ่นคนเสื้อแดง ว่าพวกเขาไม่เข้าใจ 2 ข้อข้างต้น จนคุณสามารถหลอกใช้เขาได้ง่ายๆ - ไร้เหตุไร้ผล จนพร้อมที่จะโจมตีทุกสิ่งทุกอย่าง ขอแค่แปะชื่อ "อภิสิทธิ์" หรือคนที่พวกเขาเกลียดชัง

4. คุณยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ว่าการปฏิเสธสิทธิในการชุมนุมของคนอื่น โดยอ้างเหตุผลน่าเศร้าแบบ "ทำลายภาพลักษณ์" ไปพร้อมๆ กับอ้างชื่อคนเสื้อแดงนั้น คือการทำลายภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงเอง (ที่อ้างมาตลอดว่ายืนข้างประชาธิปไตย เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน) ลงอย่างย่อยยับ

และทำลายภาพลักษณ์ของ "ทุกคน" ที่คุณอ้างชื่อขึ้นมาว่ากระทำเพื่อปกป้อง ย่อยยับลงไปพร้อมกัน

5. คุณยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ว่าสถานีวิทยุ "รักเชียงใหม่ 51" กำลังทำตัวเป็น "สถานีวิทยุยานเกราะ", "ดาวสยาม 2556" และแย่ยิ่งกว่า "astv" ที่คุณเคยด่า

หยุดเถิดครับ – แล้วเดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อรำลึกถึงผู้ที่สละชีวิต เลือดเนื้อ และเสรีภาพ แทนการทำลายสิ่งที่พวกเขาอุตส่าห์สร้างมา

หมายเหตุภาพ: "พาดหัวรอง" จากhttp://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000059240

เปิดครั้งแรก "นิทรรศการภาพถ่ายชุดสุดท้ายของฟาบิโอ บันทึกก่อนถูกยิงตายในเหตุสลายการชุมนุมปี 53"

18 พฤษภาคม 2556
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ "เปิดนิทรรศการภาพถ่ายชุดสุดท้ายของฟาบิโอ บันทึกก่อนถูกยิงตายในเหตุสลายการชุมนุมปี53"

เปิดนิทรรศการภาพถ่ายชุดสุดท้ายของฟาบิโอ บันทึกก่อนถูกยิงตายในเหตุสลายการชุมนุมปี53

เมื่อ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือเอฟซีซีที อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถนนเพลินจิต มีการเปิดนิทรรศการภาพถ่ายชุดสุดท้ายของนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณแยกสารสิน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553


โดยภาพชุดดังกล่าว น.ส.อลิซาเบต้า โปเลงกี น้องสาวของนายฟาบิโอเป็นผู้พบในเครื่องคอมพิวเตอร์ของพี่ชาย และนำออกจัดแสดงครั้งนี้เป็นครั้งแรก มีจำนวน 33 รูป อาทิ รูปการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับทหารที่แยกบ่อนไก่ รูปพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ขณะตรวจแนวป้องกันของฝ่าย นปช. รูปผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลือง รูปกลุ่มเสื้อหลากสีที่สีลม และรูปสุดท้ายถ่ายเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2553 เป็นรูปผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลบกระสุนอยู่ในบังเกอร์ยางรถยนต์ แต่รูปของวันที่ 19 พ.ค. ไม่มีใครหาพบ เนื่องจากกล้องถูกขโมยไปหลังจากนายฟาบิโอถูกยิงเสียชีวิต

 
น.ส.อนัสสยาซานยัล ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือเอฟซีซีที กล่าวว่า น.ส.อลิซาเบตต้าต้องการให้ผลงานภาพถ่ายของนายฟาบิโอ พี่ชาย เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน และกิจกรรมนี้เสมือนการรำลึกเพื่อนร่วมอาชีพคนหนึ่งที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย เหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง เป็นบทเรียนให้แก่อาชีพนักข่าวว่า แม้แต่การชุมนุมที่ระยะแรกเป็นไปอย่างสันตินั้น อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงควรฝึกฝนและหาวิธีป้องกันตัวเองเมื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ต้องรำลึกไว้เสมอว่าแม้แต่การเตรียมตัวที่ดีที่สุด ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้ปลอดภัยได้เสมอไป


เหตุการณ์เมื่อปี 2553 มีความท้าทายต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ หลายเรื่องยังไม่มีความชัดเจน หลายศพยังไม่ชี้ชัดว่าใครเป็นคนยิง กระสุนมาจากไหน และสังคมไทยขาดวัฒนธรรมการตามหาความจริง และลงโทษผู้กระทำผิดในเหตุการณ์เช่นนี้Ž ประธานเอฟซีซีที กล่าว

น.ส.อนัสสยากล่าวอีกว่า ในช่วงความรุนแรงเมื่อปี 2553 มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางคนถูกโจมตีว่าไม่เป็นกลาง อย่างนายแดน ริเวอร์ ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างเสื้อแดง เพราะรายงานสดจากฝั่งผู้ชุมนุมนปช.อย่างใกล้ชิด จนบางคนชอบพูดว่านักข่าวฝรั่งไม่เข้าใจสังคมไทย มองว่าทัศนคตินี้บ่งบอกถึงการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของคนไทยส่วนหนึ่ง ที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่ต่างไปจากตัวเอง ทั้งที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศส่วนใหญ่พยายามเข้าใจประเทศไทย และมีความตั้งใจนำเสนอเหตุการณ์ในไทยอย่างเป็นกลาง