วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 28, 2557

มาร์คเปลี่ยนไป๋: ลูกผู้ชายยืดได้หดได้


ที่มา FB Kasian Tejapira

(ขอขอบคุณการประมวลเปรียบเทียบข่าวของคุณโสภณ พรโชคชัย)
..

มาร์ค, เมิงจะเอาไงแน่ครับ
.
อภิสิทธิ์ย้ำคืนระบบเลือกตั้งสำคัญสุด
กท ธุรกิจ 22 สค 57 http://bit.ly/1pkWGgX
.
มาร์คชี้ เดินหน้า ลต.ไม่ใช่ทางออก
ไทยรัฐ 24 เมย 57 www.thairath.co.th/content/418609

Sopon Pornchokchai
...

อีกรูปธรรมที่แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากไม่ได้อะไรเลยจากการรัฐประหารครั้งนี้ แล้วยังติดลบอีก
.................

1. นิพนธ์' ลาออก ส.ส. เบนเข็มชิง นายก อบจ.สงขลา
http://www.thairath.co.th/content/350836

2. “ปนัดดา” แฉพฤติกรรมนักการเมืองท้องถิ่นยุคนี้ฟอนเฟะ “บินเฟิร์สคลาส-กินไวน์ขวดละแสน”
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000096536

3. "นิพนธ์ บุญญามณี" นำทีม อบจ.สงขลา แต่งชุดดำประท้วง "ปนัดดา" ย้ำทำเพื่อรักษาองค์กร
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1408982916

Thanapol Eawsakul


ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ" - Thai premier tells foreign investors: 'We are not dictators'


เพลียอีกแล้วครับ ประยุทธ์พบนักธุรกิจต่างชาติ แล้วประกาศว่า "พวกเราไม่ใช่เผด็จการ" 5555555555555555555555

คงคิดว่านักลงทุนโง่เหมือนตัวเอง พฤติกรรมทั้งหมดที่ผ่านมาตั้งแต่รัฐประหาร เป็นพฤติกรรมเผด็จการทั้งสิ้น ตั้งแต่ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่งตั้งตัวเองเป็นนายก เอาพวกตัวเองเข้ามาเป็น สนช เขียนรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ คสช ปิดกั้นการแสดงความเห็นจากสื่อและนักวิชาการ ไล่ล่าผู้เห็นต่าง ตั้งข้อหาบ้าบอทำร้ายฝ่ายตรงข้าม.... จะให้เขียนพฤติกรรมเผด็จการทั้งหมด คงต้องใช้เวลา 3 วัน

OH MY GOD Prayuth told foreign investors that "We are not Dictators".... Nothing else to say, just to emphasise that these foreign investors are not stupid.

Pavin Chachavalpongpun
ooo

Reuter

BANGKOK Wed Aug 27, 2014 7:31am EDT


(Reuters) - Thai Prime Minister General Prayuth Chan-ocha told European investors on Wednesday that he was not a dictator and that his government was seeking to create a Thailand that would be more attractive for their long-term investments.

Prayuth was appointed prime minister on Monday after he was elected by a rubber-stamp parliament he hand-picked.

The army chief seized power in a bloodless coup on May 22 following six months of sometimes deadly protests that helped oust elected Prime Minister Yingluck Shinawatra. The military said intervention was necessary to avoid further bloodshed.

Prayuth met representatives from the Thai-European Business Association (TEBA), a group representing 80 Thai and European investors including automotive, aerospace, pharmaceutical and logistics firms, telling them he was prepared to do "everything" to ensure Thailand remains a hub for foreign investors.

"I am prepared to do everything. Just show me your investment roadmap," he said

Prayuth, 60, who is also Thailand's army chief, said the country needs time to deal with its political transition.

"We are not dictators that just order whatever," Prayuth said during the meeting at the army's Bangkok headquarters, the first between the junta leader and foreign investors following his appointment as premier.

"We listen to many civilian advisors. I ask you and the European Union to give us some time to deal with our problems."

The United States and European Union (EU) both downgraded diplomatic ties with Thailand following the coup. The EU, Thailand's third largest trade partner and its second biggest investor, has suspended visits and trade talks.

'NOT CRUEL'

Critics have accused Prayuth of ruling with an iron fist and say his appointment as premier gives the country only a veneer of democracy while power remains firmly in the military's hands.

Any public dissent against the takeover was repressed by the army, protests soon fizzled out and hundreds of dissenters were detained by the military, some at undisclosed locations.

At Wednesday's meeting, Prayuth dismissed allegations of abuse in military custody.

"In case you have heard distorted information that we have treated people badly, it is not true. Just look at my face. I am not a cruel person."

Thailand's economy, which narrowly avoided a technical recession in the second quarter this year, is struggling to get back on its feet after months of sometimes violent street demonstrations that left nearly 30 people dead.

A regional hub and export base for global automakers, Thailand is looking to revive domestic consumption and investment following months of political turmoil that have tested its "Teflon Thailand" moniker.

WEAK EXPORTS

Exports, equal to more than 60 percent of the economy, remain weak. Earlier on Wednesday, the Commerce Ministry reported that exports unexpectedly fell 0.85 percent in July from a year earlier.

Prayuth has outlined a year-long roadmap including national reforms, an interim government and elections in 2015.

Cabinet members are expected to be chosen by September.

"When we have a fully-functioning government we plan to visit our counterparts and plan to promote investment in Thailand abroad," Prayuth said during Wednesday's meeting.

"Except in places where I am not welcome," he quipped.

TEBA, which has no links to the European Union, told Prayuth its members were not interested in politics.

"Members do not want to get involved in politics. We want to talk to you about investments and obstacles in Thailand and how we can help Thailand to develop technology," executive director Hugh Vanijprabha said.


(Editing by Richard Borsuk)
...

'ประยุทธ์'วอนนักธุรกิจไทย-ยุโรปเคลียร์กลุ่มอียู

ที่มา Now26 TV

"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" วอนนักธุรกิจ ไทย-ยุโรป ทำความเข้าใจกลุ่มประเทศอียู อ้างคสช.จำเป็นต้องเข้ามาบริหารประเทศ

ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. พันเอกวีรชน สุคนธปฎิภาค บอกหลัง พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้า คสช.พร้อม พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ นำนักธุรกิจไทย-ยุโรป เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับนักธุรกิจถึงสถานการณ์และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต โดยขอให้นักธุรกิจไทย-ยุโรปช่วยทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศอียู ถึงความจำเป็นที่ คสช.ต้องเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ

ขอพูดอะไรแรงๆสักครั้งในชีวิตคร๊ะ...


***ขอพูดอะไรแรงๆสักครั้งในชีวิตคร๊ะ พูดแล้วจะร้องไห้ น้ำท่วมไม่กลัว
กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่! เพราะเราจะตายกันหมด***

*อิชั้นมิได้กล่าวแค่มันคุ้นๆหูคร๊ะ!

คลิปเสวนา...รัฐศาสตร์ไทยไม่ไร้น้ำยา?


https://www.youtube.com/watch?v=ylcUxPEQ-vs

Published on Aug 23, 2014
เสวนาเนื่องในวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ครบรอบ 66 ปี หัวข้อ “Is Political Science Still Relevant?” รัฐศาสตร์ไทยไม่ไร้น้ำยา?

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุม เกษม อุทยานิน (อาคารรัฐศาสตร์ 60 ปี) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ooo

"ที่สเปน เผด็จการฟรังโก้ หรือว่าเผด็จการก่อนหน้านั้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เนี่ย ใช้เหตุผลของ exceptionalism คือประเทศเรามีลักษณะเฉพาะ แล้วเราจะต้องมีระบอบอีกแบบนึงเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพราะประชาธิปไตยไม่สามารถ accommodate หรือ ประชาธิปไตยไม่สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ นี่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะนะคะ ในห้วงพัฒนาการของประวัติศาสตร์ทางการเมืองในหลากหลายประเทศ กรอบคิดแบบ exceptionalism ถูกใช้และถูก reproduce มาโดยตลอด"

ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอบคำถามเรื่อง "ประเทศไทย มีลักษณะเฉพาะ หรือยูนีคซะจนไม่เหมาะจะใช้ประชาธิปไตย" โดยใช้ Model การเมืองเปรียบเทียบแบบ comparative historical analysis


เชิญชมตั้งแต่นาทีที่ 1.15.00 เป็นต้นไป ‪#‎ดีงาม‬
https://www.youtube.com/watch?v=ylcUxPEQ-vs

Fedexfc Humanist

2 คลิปใหม่... ตั้ง อาชีวะ ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ + รู้หรือไม่ว่านายกฯประยุทธ์จมูกยาวเท่าไหร่?

ตั้ง อาชีวะ ขอบคุณ พล อ ประยุทธ์ !!


https://www.youtube.com/watch?v=P7eHIShplP4

รู้หรือไม่ว่านายกฯประยุทธ์จมูกยาวเท่าไหร่?
https://www.youtube.com/watch?v=mfezw5A1M8E&feature=youtu.be

“ประยุทธ์” ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี วันแรก อนุมัติงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท


ที่มา Thaipubica

26 สิงหาคม 2014

พ.อ.วินธัย สุวารี และ นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุม คสช. เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ครั้งที่ 12/2557 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ว่า คณะ คสช. มีความเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนของประเทศยังคงเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและมาตรการระยะยาว การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร การแก้ปัญหายางพารา ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว และได้สั่งการให้เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การให้ความสำคัญกับการกำจัดขยะอย่างเป็นระบบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นการดำเนินการในรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน และขอให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งสั่งการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หาทางดูแลและแก้ไขปัญหาที่ประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอย่างไม่เหมาะสมด้วย

ทั้งนี้ ในการประชุม มีการอนุมัติโครงการแผนงานต่างๆ และอนุมัติงบประมาณ รวม 104,747.313 ล้านบาท ดังนี้

อนุมัติงบแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ 5 หมื่นล้านบาท

คสช. เห็นชอบแนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2557 – ต.ค. 2567 วงเงินสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐต้องชดเชยดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการรวม 5,938.25 ล้านบาท แยกเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราวงเงิน 5,000 ล้านบาทจาก ธ.ก.ส. และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางพาราวงเงิน 15,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินสินเชื่อจากธนาคารออมสิน

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 โดยขอใช้งบกลางปี 2557 วงเงิน 977.75 ล้านบาท แบ่งเป็นการชดเชยดอกเบี้ยและค่าประกันวินาศภัยและบริหารโครงการในโครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางวงเงินรวม 350 ล้านบาท ส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราในปี 2557 จะใช้งบกลางจากรัฐบาลสนับสนุนรวม 177.75 ล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางพาราในปี 2557 จะใช้เงินชดเชยดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการจากรัฐบาลวงเงิน 450 ล้านบาท

ทั้งนี้ หัวหน้า คสช. มีความเป็นห่วงเรื่องราคายางพาราตกต่ำ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งการหาตลาดเพิ่ม และพยายามให้ระบบการรับซื้อยางพาราเป็นไปตามปกติ ไม่กดราคารับซื้อ ขณะที่ในระยะยาวต้องส่งเสริมให้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยาง โดยมีสถาบันการเงินให้สินเชื่อสนับสนุน และหาแนวทางนำยางพาราไปใช้ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพิจารณาตามหลักอุปสงค์อุปทาน ให้ปริมาณการผลิตเหมาะสมกับปริมาณความต้องการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำแผนที่เป็นรูปธรรมต่อไป พร้อมทั้งให้พิจารณาจัดตั้งสถาบันวิจัยยางในอนาคตด้วย

อนุมัติงบ 677 ล้าน ฟื้นฟูมาบตาพุด

คสช. เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (กพอ.) เสนอ 4 เรื่อง คือ 1. เห็นชอบ 8 แผนงานเร่งด่วน เพื่อพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่า 677.62 ล้านบาท โดยให้ใช้งบกลางปี 2557 2. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนน 3. การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะขยะรวมถึงมลพิษทางอากาศ และ 4. การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก

คสช. สั่งการให้ สศช. ไปรวบรวมรายละเอียดการอนุมัติโครงการต่างๆ ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ตั้งแต่ปี 2555-2557 รวมกว่า 100 โครงการ และสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าและสามารถดำเนินการตามที่ของบประมาณไว้

อนุมัติสร้างบ้านคนจน 3.4 หมื่นล้านบาท

คสช. อนุมัติให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2557-2560 กรอบวงเงิน 34,198.475 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปี 2557 จำนวน 38 โครงการ 16,446 ยูนิต งบประมาณ 9,577.752 ล้านบาท ใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล 1,249 ล้านบาท เงินกู้ในประเทศ 7,1213.57 ล้านบาท และใช้รายได้ของการเคหะเอง จำนวน 1,214.224 ล้านบาท

อนุมัติเงินอุดหนุนองค์การปกครองท้องถิ่น 8,500 ล้านบาท

คสช. อนุมัติงบประมาณ 8,500 ล้านบาท เพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละ 1 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมอาชีพ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ คสช. ได้สั่งการว่าวงเงินส่วนนี้ห้ามนำไปใช้เพื่อดำเนินโครงการศึกษาดูงาน

อนุมัติงบเพิ่มเติมการประปาภูมิภาค 1 หมื่นล้านบาท

คสช. อนุมัติงบประมาณการลงทุนให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เพิ่มเติม 4 โครงการ วงเงินรวม 10,831.218 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงและขยายการประปาภูมิภาครังสิต, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ ในส่วนของเกาะสมุย ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอก่อน จึงจะเริ่มดำเนินโครงการได้

อนุมัติงบแก้ปัญหาขยะมูลฝอย 520 ล้านบาท

คสช. เห็นชอบตามที่ฝ่ายสังคมและจิตวิทยาเสนอ โครงการโรดแมปกำจัดขยะมูลฝอยและขยะอันตรายในพื้นที่วิกฤติ วงเงิน 520 ล้านบาท จากรายการงบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน เพื่อกำจัดขยะในพื้นที่ จ.นครปฐม ลพบุรี ราชบุรี สมุทรปราการ

คสช. สั่งการยุบกองทุนเงินหมุนเวียน 3 แห่ง

ในการประชุมครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 คสช. ได้อนุมัติให้ยุบเลิกเงินทุนหมุนเวียน 3 แห่ง ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนโรงงานฟอกหนัง เงินทุนหมุนเวียนข่าวสารการพาณิชย์ และเงินทุนหมุนเวียนดำเนินการโครงการผลิตถ่านหินเป็นพลังงานทดแทน ภายในปีงบประมาณ 2557 พร้อมทั้งอนุมัติให้มีการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่บุคลากรของเงินทุนทั้ง 3 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนลูกจ้างประจำนั้นให้ได้รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 15 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ช่วยลูกจ้างชั่วคราวให้ได้รับเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยให้นับระยะเวลาการทำงานที่ลูกจ้างได้ทำงานกับเงินทุนทั้งหมด แต่กรณีลูกจ้างชั่วคราวของทุนหมุนเวียนฟอกหนังให้ได้รับเงินช่วยเหลือเท่าลูกจ้างประจำ ทั้งนี้ ลูกจ้างทั้งหมดจะได้รับค่าชดเชยที่อยู่อาศัยรายละ 35,000 บาท และค่าขนย้าย 10,000 บาท โดยทั้งหมดนี้ให้ใช้เงินจากทุนหมุนเวียนแต่ละแห่ง แต่หากไม่พอให้ใช้งบประมาณจากกระทรวงต้นสังกัด

ทั้งนี้ เหตุผลที่ต้องมีการยุบเลิกทั้ง 3 ทุนหมุนเวียนเนื่องจากอยู่ในฐานะขาดทุน บางกรณีไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป โดยกองทุนฟอกหนังปัจจุบันมีเงินคงเหลือ 101 ล้านบาท, กองทุนข่าวสารพาณิชย์ ขาดทุน 3.7 ล้านบาท, กองทุนผลิตถ่านหินเพื่อพลังงานทดแทน เหลือเงิน 118 ล้านบาท

เห็นชอบแนวทางแก้หนี้นอกระบบ

เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่สาเหตุทั้งด้านสินเชื่อและศักยภาพการหารายได้ โดยให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นต้น พร้อมกำหนดให้ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และเรื่องร้องเรียนปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนทั้งหมดเพื่อประสานกับกลไกการแก้ไขปัญหาฯที่กระทรวงการคลังวางไว้ ซึ่งล่าสุดกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ตั้งจุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ แล้ว

ธกส.ปล่อยกู้ 10,000ล้านปลดหนี้นอกระบบเกษตรกร

บอร์ด ธ.ก.ส. ไฟเขียวมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ อนุมัติงบ 10,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยต่ำเพียง 12% ต่อปี ผ่อนชำระนาน 10 ปี เตรียมจัดทำประกันสินเชื่อให้ฟรีพร้อมเติมหลักสูตรบริหารเงินและอาชีพ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่ ได้แถลงข่าว “โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน” นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติจัดทำโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน วงเงิน 10,000 ล้านบาท วงเงินนี้สามารถปรับเพิ่มได้หากมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยเริ่ม 1 กันยายน 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558

ข้อกำหนดของผู้เข้าร่วมโครงการคือ หนี้นอกระบบดังกล่าวจะต้องเป็นหนี้ที่มีต้นเงินและดอกเบี้ยรวมกันสุทธิหลังประนอมหนี้แล้วคงเหลือไม่เกิน 100,000 บาท และต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็นและเป็นภาระหนัก รวมทั้งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 กันยายน 2557 และมีเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้จริง ซึ่งการหากทำการตรวจสอบข้อมูลและวิเคราะห์หนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถอนุมัติจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการภายใน 15 วัน

โดยวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี กรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ที่ถึงกำหนดทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่มีเหตุอันสมควรผ่อนผัน ธนาคารจะคิดเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3 ต่อปี

กำหนดระยะเวลาชำระหนี้คืนไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี โดยสามารถใช้อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก การค้ำประกันกลุ่ม และ/หรือบุคคลค้ำประกันได้ รวมทั้งผ่อนปรนให้ข้าราชการจากกระทรวงต่างๆ สามารถมาเป็นผู้ค้ำประกันได้จำนวน 1 คน

นอกจากนี้มีโครงการช่วยเหลือลูกหลานเกษตรกรที่มาทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือโครงการ “สินเชื่ออุ่นใจคนไกลบ้าน” ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนไม่ว่าจะเป็นในด้านการประกอบอาชีพหรือในชีวิตประจำวัน ก็สามารถใช้สินเชื่อโครงการนี้ได้ในวงเงิน 100,000 บาท โดยคาดว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกษตรกรรวมทั้งลูกหลานก่อหนี้นอกระบบ

พร้อมกันนั้น ธ.ก.ส. ได้กำหนดให้ “ผู้กู้” ต้องเข้ารับการอบรมฟื้นฟูหลักสูตรบริหารทุนและหนี้ เพื่อปรับแนวคิดในการดำเนินชีวิต เช่น มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อเป็นแนวทางลดค่าใช้จ่ายและออมเงินเพื่อสร้างฐานะ รวมถึงสามารถชำระหนี้ได้ และหลักสูตรการสร้างรายได้เพื่อสนับสนุนให้ประกอบอาชีพที่เหมาะสมตามภูมิสังคมและมีรายได้พอเพียง รวมถึงมีเงินเหลือออม โดย ธ.ก.ส. จะจัดอบรมให้สำหรับรายที่พิจารณาแล้วว่ามีปัญหาในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในครั้งนี้ มาตรการที่ทาง ธ.ก.ส. นำเสนอนั้นเป็นมาตรการสำหรับเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบเป็นภาระหนัก คือมียอดหนี้อยู่ในวงเงิน 100,000 บาท ส่วนหนี้นอกระบบที่เกินกว่า 100,000 บาทนั้น จะอยู่ในขอบข่ายของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สป.กษ.) และกรณีหนี้นอกระบบที่ไม่อยู่ในเกินขอบข่ายที่ ธ.ก.ส. และ สป.กษ. อาจมีมาตรการในการเชิญทางเจ้าหนี้และลูกหนี้มาพูดคุย ก่อนที่จะมีการอนุมัติปล่อยสินเชื่อ แต่แนวทางนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

NYTimes กับการขึ้นมาของนายกฯ คนใหม่ของไทย


George Orwell

NYTimes กับการขึ้นมาของนายกฯ คนใหม่ของไทย ในขณะที่สื่อมวลชนไทยเองเงียบงันอย่างน่าพรั่นพรึง อย่างน้อยสื่อฝรั่งเขาแคร์ที่จะอธิบายว่า การขึ้นมาของอำนาจทหารมันสวนทางกับภูมิภาค อินโดนีเซียมีปธน.จากการเลือกตั้งซึ่งเอาชนะคู่แข่งที่เป็นอดีตนายทหาร ส่วนพม่าก็ซึ่งเคยอยู่ใต้ท็อปบู๊ตทหารมาห้าทศวรรษ ก็ลาสิกขาหันมาสมาทานประชาธิปไตยแบบหลายพรรค เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม

NYTimes ยังอุตส่าห์ไปสัมภาษณ์นักวิชาการไทยอีกสามท่าน โดยเฉพาะอ.ธงชัย วินิจจะกูลที่ให้ความเห็นว่า แนวคิด “เผด็จการแบบพุทธ” มีส่วนสนับสนุนให้เกิดอาการวิปลาสของการเมืองไทย แต่ “เผด็จการแบบพ่อปกครองลูกมันไม่เวิร์กแล้ว” “Paternalistic dictatorship won’t work anymore,” เพราะอะไร? “เพราะสังคมมันซับซ้อนเกินไป” “The society is too complex.” เผด็จการทหารในไทยเคยดำรงอยู่ได้ในช่วงที่ประเทศยังยากจนและเป็นสังคมเกษตร แต่ปัจจุบันคนรู้เท่าทันการเมืองและมีข้อเรียกร้องต่าง ๆ มากมาย

NYTimes ปิดท้ายด้วยการระบุว่า เผด็จการทหารของไทยมักร่ำรวยขึ้นเสมอ อย่างเช่น สฤษฏ์ที่มีทรัพย์สินมาถึง 140 ล้านเหรียญตอนเขาตาย ขอไว้อาลัยกับสื่อมวลชนไทยที่เงียบเป็นเป่าสาก ความเงียบงันของพวกคุณทำให้ประชาธิปไตยถดถอย!

Junta Leader Is Named New Premier of Thailand http://nyti.ms/1AzOnRA
ooo

Junta Leader Is Named New Premier of Thailand

By THOMAS FULLERAUG. 20, 2014
NY Times

The army general who led the overthrow of Thailand’s elected government in May was named prime minister on Thursday by a rubber-stamp legislature, sealing the military’s acquisition of near-absolute power in a country once considered a regional beacon of political freedom.

Gen. Prayuth Chan-ocha was chosen as prime minister by the National Legislative Assembly, whose members were handpicked by the junta last month. There were no dissenting votes, and General Prayuth, who was attending a military ceremony outside of Bangkok and was not present, was the only candidate.

Thailand has a long history of generals seizing power, but the military this time has been more aggressive in rooting out democratic institutions than after the last coup in 2006. All forms of popular elections have been suspended, including those for local councils that first appeared well over a century ago when Thailand was still an absolute monarchy.

King Bhumibol Adulyadej, who is 86 and ailing, has endorsed the junta and was expected to formally approve General Prayuth’s selection as prime minister.

The ascendance this year of military power in Thailand goes against a recent trend of greater democratization in Southeast Asia. In Indonesia, which for decades was ruled by a military strongman, a populist governor, Joko Widodo, defeated a former general in the July presidential election. Meanwhile, Thailand’s western neighbor, Myanmar, is embracing multiparty democracy after five decades of harsh military dictatorship.

Thailand’s military says it will eventually restore democracy. But the junta has not provided a firm timetable for elections, and an interim constitution introduced by the military says that democracy, when it is restored, will be “suitable for a Thai context,” a vague qualification that has yet to be defined.

Surachart Bamrungsuk, a professor at Chulalongkorn University in Bangkok and an expert on the Thai military, describes the current system as a “soft dictatorship” and says that the top generals are trying to cement their place in the country’s future.

“What they want is a kind of guided democracy where the military has a supervisory role,” Professor Surachart said.

Although martial law is still in effect and more than 500 people with links to political activism have been detained since the coup — most of them since released — the junta’s political repression is scarcely felt on the streets of Bangkok, which remain lively despite a 10 percent drop in the number of foreign tourists visiting the country this year and an economy that shrank in the first half of 2014.

Even those skeptical of the bloodless coup admit that the military has significant support, especially among the urban middle class.

The military seized power on May 22 after six months of political stalemate brought on by protests backed by the Bangkok establishment. The coup achieved the ultimate goal of the protesters, the removal from power of the governing party founded by the billionaire former prime minister Thaksin Shinawatra, whose movement has strong support in the provinces and has repeatedly won national elections but antagonized the Bangkok elites.

“A lot of people who supported the coup see it as a necessary pause for democracy; they are buying into what the coup leaders are saying,” said Sarinee Achavanuntakul, an investment banker turned blogger who has been critical of the coup.

Military rule is popular with Thais who are tired of street protests and polarized politics, she said. “I think there’s a false normalcy now,” she said.

Political rancor has been pushed underground. The normally divisive and cacophonous process of passing an annual budget was dispensed with in a few hours this week when members of the National Legislative Assembly, most of whom are either current or retired soldiers, voted unanimously to pass it. Politicians — defined as anyone who has held a position in a political party in the last three years — are barred from membership in the assembly.

Thongchai Winichakul, a professor of Southeast Asian history at the University of Wisconsin-Madison, says the junta is harnessing disdain for politicians and a yearning, among some Thais, for virtuous authoritarianism.

“Buddhist political philosophy has always featured an enlightened despot,” he said.

But Professor Thongchai predicts that ultimately the generals will be unable to manage the country, the second largest economy in Southeast Asia, and will meet resistance to their rule.

“Paternalistic dictatorship won’t work anymore,” he said. “The society is too complex.” Previous military strongmen in Thailand operated during a time when the country was poor and agrarian, he said; Thais today are much more politically aware and demanding.

General Prayuth has decreed an expansion of spending on railways and roads, and regularly makes pronouncements on matters well beyond the normal duties of a career soldier. In a recent speech he addressed the Ebola outbreak in Africa, trash management, begging syndicates, education, tourism, household debt and surrogacy.

The military says its mission is to bring “happiness back to the people” and has announced a number of populist policies since coming to power, including a raise for civil servants, free movie tickets and putting World Cup soccer games on free television channels.

General Prayuth, who gives weekly addresses to the country, speaks in a folksy style and often brushes off serious issues with attempts at levity. Unlike previous Thai military strongmen, he had a relatively low profile before becoming the chief of the army in 2010.

Even a military officer who researched a book with him says he knows little about General Prayuth’s career and personal life.

“Very few people know his background,” said the officer, Col. Khajornsak Thaiprayoon, a lecturer at the Command and General Staff College in Bangkok who helped publish the book, “The Royal Thai Armed Forces and Non-Traditional Threats.”

A military spokesman said no résumé was available for General Prayuth. The general does not appear to have ever served in battle, but he was instrumental in organizing the crackdown against protesters in Bangkok in 2010 that left more than 90 people dead.

General Prayuth, who is 60, faces legally mandated retirement from the military next month; his appointment as prime minister will allow him to continue to lead the junta.

Professor Surachart, the military expert, says the junta’s acceptance by the public will depend in large part on whether the ruling generals keep their hands clean.

“The big question is will they revert to the corrupt practices of the past,” he said.

Previous military strongmen in Thailand amassed staggering levels of wealth. The estate of Sarit Thanarat, who seized power in a coup in 1957 and ruled for six years, was valued at $140 million when he died, a sum equivalent to more than $1 billion in today’s dollars. The general’s fortune became public after 20 people who claimed to be his wives, mistresses and children sought legal action after his death.

สแกน "แหวนนพเก้า" ของบิ๊กตู่... One Ring to Rule Them All หรือป่ะ


สแกน "แหวนนพเก้า" ของบิ๊กตู่ และ พี่น้องบูรพาพยัคฆ์

ที่มา ประชาขาติธุรกิจออนไลน์

ว่ากันว่านอกจาก นายกฯ ตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะถือฤกษ์ยามยึดเอาบูรณฤกษ์ เป็นวันมงคลในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 มาดเข้ม ยังยึดตำราโหราศาสตร์เป็นที่พึ่งทางใจอีกด้วย หากสังเกตกันดีๆ วันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ได้สวมแหวนมงคล แหวนทองนพเก้าที่นิ้วนางข้างซ้าย โดยแหวนทองนพเก้าที่บิ๊กตู่ใส่นั้น เป็นแหวนพิรอดนพเก้า ตัวเรือนเป็นทอง  ประดับด้วยอัญมณีมงคล 9 อย่าง ได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม ไพลิน โกเมน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ โดยมีความเชื่อว่า นพเก้า หรือเรียกอีกอย่างว่า นพรัตน์นี้มีอำนาจพิเศษที่จะนำสิริมงคลมาสู่ตัวผู้สวมใส่ 


เรื่องของมณีนพเก้า คอลัมน์ รู้ไปโม้ด โดย น้าชาติ ประชาชื่น ได้เขียนอธิบายไว้ว่า 

มณีนพเก้า มณีนพรัตน์ หรือ แก้วเก้าเนาวรัตน์ เป็นอัญมณี 9 ชนิด ประกอบด้วยเพชร และพลอยสำคัญอีก 8 ชนิด ได้แก่ ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดาหาร เพทาย ไพฑูรย์ (ตาแมว) โดยมีการนำชื่ออัญมณีและคุณสมบัติ โดยเฉพาะสีสันที่โดดเด่นมาร้อยเป็นคำต่อเนื่องให้ท่องจำได้ง่าย ดังนี้

เพชรดี มณีแดง (ทับทิม) เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสด บุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ (ไพลิน) มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลสายไพฑูรย์

คนไทยได้รับอิทธิ พลความเชื่อจากอินเดีย ถือว่าอัญมณีแต่ละชนิดเป็นสัญลักษณ์แทนดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ดวงในระบบสุริยะ ซึ่งมีเทพดูแล โดยมีคุณ สมบัติในทางสิริมงคล ป้องกันภยันตรายต่างๆ หากผู้ใดมีไว้ในครอบครองก็เท่ากับมีมงคลไว้ติดตัวจะเจริญรุ่ง เรือง (สมัยก่อนนับดาวพลูโตเป็นสมาชิกระบบสุริยะ) คุณค่าของนพเก้าหรือนพรัตน์ มีเป็นคำกลอน ดังนี้

เพชรยิ่งใหญ่ ไพรี ไม่มีกล้ำ ทับทิมนำ อายุยืน เพิ่มพูนผล

อุดมลาภ ยศศักดิ์ ประจักษ์ดล มรกต กันภัยพ้น ผองเล็บงา

บุษราคัม ฉาบเสน่ห์ ไม่เสแสร้ง โกเมนแจ้ง แคล้วพาลภัย ใจสุขา

ไพลินย้ำ ความร่ำรวย ช่วยนำพา มุกดาหาร เสน่หา น่าเมียงมอง

อันเพทาย ช่วยกันโทษ ที่โฉดเขลา ไพฑูรย์เล่า กันฟอนไฟ ภัยทั้งผอง

ดลบันดาล ให้เทวา มาคุ้มครอง สบสนองคุณค่าแจ้ง แห่งนพรัตน์


มณีนพรัตน์ยังใช้ประโยชน์ทั้งในด้านศาสนา และในสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ทำเป็นพระพุทธรูปต่างๆ ตลอดจนใช้ประดับเครื่องทรงและที่ประทับ ใช้เป็นเครื่องประดับแสดงถึงตำแหน่งและเกียรติยศ เครื่องราชูปโภคในพระราชพิธีสำคัญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ของที่เป็นบำเหน็จรางวัล เครื่องประดับต่างๆ ของพระราชวงศ์ ขุนนาง และข้าราชการชั้นสูง

ในหลวงรัชกาลที่ 4 ทรงไม่ห้ามเหมือนในสมัยก่อนๆ หน้านี้ ขุนนางสามัญชนใช้มณีนพรัตน์มาประดับตัวเป็นครั้งแรก จากนั้นมาชาวบ้านก็หามาใช้ได้ตามกำลังฐานะ

โดยนอกจากเพื่อความสวยงาม และความเป็นสิริมงคล ยังใช้เป็นหลักทรัพย์ที่ถือเป็นมรดกสืบทอดแก่ทายาทในวงศ์ตระกูล เป็นของกำนัลได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังนิยมนำมาทำเป็นแหวน เรียกว่า แหวนนพเก้า หรือ แหวนนพรัตน์ ดังมีคำกลอนโบราณกล่าวถึงการแต่งองค์ของจอมทัพ พูดถึงเครื่องประดับที่ทรงใช้ว่า

ทั้งเก้าวงล้วนผูกเป็นเรือนยอด สลับเพชรสอดแกมสลับ

อีกวงหนึ่งธำมรงค์สำหรับทัพ นพเก้าเรืองประดับระยับพราย

แล้วทรงรัดเข็มขัดประจำมั่น เรือนครุฑเพชรกุดั่นกระสันสาย

วะวาบวับแววเวียนวิเชียรพราย สองสายสังวาลนพรัตน์


จะเห็นว่าตำราโบราณต่างระบุว่า แหวนนพเก้าแม่ทัพจะใส่ก่อนออกรบ

อาจเป็นเพราะความเชื่อนี้เอง ทำให้ วันรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงได้เห็นแหวนพิรอดนพเก้าบนนิ้วนางข้างซ้ายของ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ใช่แค่พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นที่มีแหวนนพเก้านี้ เพราะว่ากันว่า พี่น้องบูรพาพยัคฆ์คนอื่นก็สวมแหวนแบบเดียวกันนี้ คือ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 
ooo

ข้างในเป็นหย่างนี้หรือป่ะ

Ash nazg durbatulûk, ash nazg gimbatul, ash nazg thrakatulûk, agh burzum-ishi krimpatul

วันพุธ, สิงหาคม 27, 2557

คลิป จอม เพชรประดับ สัมภาษณ์ อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย 25 ส.ค 57


https://www.youtube.com/watch?v=WPmbPf8sk7k#t=42

ที่มา http://www.thaivoicemedia.com/

แนวทางต่อต้าน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของ องค์การเสรีไทยฯ

TUE, 08/26/2014 - 00:24 JOM

นายจรีล ดิษฐาภิชัย ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยประจำภาคพื้นยุโรป หนึ่งในบุคคลที่ถูก คสช.ประกาศจับตัว ให้สัมภาษณ์ จอม เพชรประดับ ถึงการเคลื่อนไหวของ องค์การเสรีไทยฯ กับการต่อต้าน คณะรัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอบา เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งปรากฎการณ์ของการจับกุมนักศึกษา ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านคสช. รวมทั้ง การเคลื่อนไหวของ องค์การเสรีไทยฯ ต่อการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับประชาขนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งนโยบายโลกล้อมประเทศเพื่อกดดันให้รัฐบาลเผด็จการหารในประเทศไทย คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนไทยต่อไปอย่างไร

"อะไรนะ น้ำท่วม...


"อะไรนะ น้ำท่วม
ก็ฝนตก น้ำก็ท่วม
นู่น หนีไปอยู่ข้างบนนู่น
น้ำท่วม จะไปจมอยู่ทำไม นะ
ไปที่แห้งๆ ช่วยกัน
ไม่ต้องมาเรียกร้องนะ"

ประยุทธ์ไม่ได้พูด
ที่มา Somchai Jiu

Comments:

555555 ถ้าปีนี้น้ำท่วมเหมือนสมัยนายกปู ประยุทธอาจจะพูด

5555พูดไม่ผิด

เป็นนายกฯไม่เห็นยากเลย แก้ปัญหาง่ายๆ ของแพงก็อย่าใช้ ไปใช้ของถูก ... อยู่นานๆได้ไหม นานๆได้เจอกันสักที!!!

"Qu'ils mangent de la brioche"-"ขนมปังแพง ก็กินเค้กแทนสิ

So pity to Thailand that having the prime minister who dare to speak to spread away all problems.

เราได้นายกที่แก้ปัญหาด้วยปากอีกคนหนึ่งแล้ว เย้...

"น้ำท่วมเหรอ เรื่องเล็ก
คนไทยสามัคคีช่วยกัน
เอากระป๋องมาวิดน้ำเททิ้งลงคลอง
แปล๊บเดียวน้ำก็แห้งแล้ว"