วันอาทิตย์, พฤษภาคม 01, 2559

ทำเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' เสียดสี ล้อเลียน ผิดต่อคนหรือผิดต่อรัฐ?





ที่มา ILAW

ทำเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' สะเทือนถึงความมั่นคง ?

29 เมษายน 2559

ประเด็นร้อนสองสามวันที่ผ่านมาคงจะหนีไม่พ้นเรื่องทหาร-ตำรวจนำกำลังไปจับคนเก้าคนจากสถานที่ต่างๆในช่วงรุ่งสางของวันที่ 27 เมษายน ก่อนจะนำตัวมาไว้ที่ค่ายทหาร มทบ.11 หลังมีการตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงชะตากรรมและสาเหตุการควบคุมตัวอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ทาง คสช.โดย พ.อ.วินธัย สุวารี ได้ออกมาเปิดเผยว่าบุคคลทั้งเก้าถูกควบคุมตัวเพราะทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (http://www.prachatai.com/journal/2016/04/65480)

ตั้งแต่การจับกุมทุกอย่างดูจะคลุมเครือทั้งสถานที่ควบคุมตัวและสาเหตุของการจับกุม จะมีข่าวดีอยู่บ้างก็คือ หนึ่งในเก้าผู้ถูกคุมตัวได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำวันเดียวกัน (27 เมษายน 2559) และความคลุมเครือถึงสาเหตุการจับกุมมากระจ่างในช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2559 ทางตำรวจจัดแถลงข่าวการจับกุม ระบุว่าผู้ต้องหาแปดคนและอีกหนึ่งคนที่อยู่ต่างประเทศ (ไม่ได้ถูกจับุกม) เกี่ยวพันกับเฟซบุ๊กเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' มีเนื้อหาเสียดสีทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาล ไปจนถึง คสช. มีความเป็นไปได้ว่าเนื้อหาในเพจดังกล่าวจะเสียดสี พล.อ.ประยุทธ์อย่างรุนแรง แต่วิธีจับกุมรวมทั้งการตั้งข้อหาความมั่นคงดังที่เกิดขึ้นก็ควรจะต้องถูกตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องที่ควรแก่เหตุแล้วหรือไม่ และการเสียดสีหรือกระทั่งการด่าทอรัฐบาลหรือบุคคลในรัฐบาลกับความมั่นคงในอธิปไตยแห่งรัฐเป็นสิ่งเดียวกันหรือคนละสิ่ง

เสียดสี ล้อเลียน ผิดต่อคนหรือผิดต่อรัฐ

การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลหรือบุคคลสาธารณะอื่นเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปรวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น วาดภาพการ์ตูนล้อเลียน ปราศรัยโจมตีในเวทีชุมนุมต่างๆ และโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์ โดยทั่วไปเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผู้นำรัฐบาล นักการเมือง หรือบุคคลสาธารณะอาจจะเลือกตอบโต้ได้หลายวิธี ทั้งการอยู่เฉยๆ ไม่ให้ความสนใจ ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ หรือหากมองว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ก่อให้เกิดความเสียหายเกินกว่าเหตุก็จะอาจจะเลือกใช้วิธีฟ้องหมิ่นประมาท

เท่าที่มีข้อมูลในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยมีกรณีชัย ราชวัตร นักเขียนการ์ตูนล้อการเมือง (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/475) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กวิจารณ์ยิ่งลักษณ์กล่าวตำหนิการรัฐประหาร 2549 ระหว่างการประชุมที่ประเทศมองโกเลีย ชัย ราชวัตรพูดถึงยิ่งลักษณ์อย่างรุนแรงในทำนองว่าเป็นคนชั่วและพูดถึงผู้หญิงค้าบริการ เบื้องต้นยิ่งลักษณ์ให้ทีมกฎหมายเข้าแจ้งความชัยราชวัตรในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งต่อมาไม่ปรากฎว่าคดีไปถึงชั้นศาลหรือไม่

นอกจากนี้ก็มีกรณีที่ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ร่วมฟ้องดำเนินคดี ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กับพวกรวม 3 คน กรณีกล่าวหายิ่งลักษณ์ในรายการสายล่อฟ้าทำนองว่า ยิ่งลักษณ์ไม่เข้าร่วมภารกิจประชุมของรัฐสภา และน่าจะเดินทางไปกระทำภารกิจ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ซึ่งคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญาโทษจำคุกไว้สองปี (http://www.naewna.com/politic/176011)

เหตุแห่งคดีตัวอย่างทั้งสองเกิดขึ้นในสมัยที่ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่การฟ้องคดีก็เป็นการฟ้องหมิ่นประมาท ไม่ใช่การฟ้องคดีความมั่นคง เพราะถึงแม้ทั้งสองกรณีจะเป็นการวิจารณ์ยิ่งลักษณ์จากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็เป็นความเสียหายที่เกิดกับยิ่งลักษณ์ในฐานะปัจเจก ไม่ใช่ความเสียหายต่อรัฐ

กรณีเฟซบุ๊ก 'เรารัก พล.อ.ประยุทธ์' ภาพสะท้อนแนวคิด 'ข้าคือรัฏฐาธิปัตย์'

จากเช้าวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่ทหารตำรวจกระจายกำลังกันจับกุมบุคคลต่างๆ รวมเก้าคน มาที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ญาติของผู้ถูกจับคนหนึ่งเล่าว่า มีคนแต่งกายคล้ายทหารประมาณสิบนายงัดประตูบ้านเข้ามาถามหาหลานชายโดยไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ (https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/993965397319981)

ขณะที่ญาติของผู้ถูกจับอีกคนหนึ่งก็เล่าว่า เจ้าหน้าที่กดกริ่งติดต่อกันหลายครั้ง เมื่อเปิดประตูช้า เพราะมัวหากุญแจก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนปีนเข้ามาพร้อมต่อว่าทำนองว่า ทำไมเปิดช้า ทำลายเอกสารอยู่หรือ จากคำบอกเล่าของญาติทั้งสอง เบื้องต้นหลายคนคงจินตนาการว่านี่คือฉากการจับกุมอาชญากรในฉากภาพยนตร์ แต่ในภายหลังกลับกลายเป็นว่าทั้งสองและพวกอีกหกคนถูกจับกุมเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กเพจ "เรารักพล.อ.ประยุทธ์" ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียดสี

ในคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนซึ่งยื่นต่อศาลในวันที่ 29 เมษายน 2559 ระบุทำนองว่า ผู้ต้องหาทั้งหกมีลักษณะเป็นขบวนการเปิดเว็บเพจตัดต่อภาพและลงเนื้อหาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล รวมทั้งเชิญชวนคนไปทำกิจกรรมเช่น ร่วมกันลอยกระทงยักษ์ขับไล่ (เผด็จการ) อัปมงคล ซึ่งเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมขับไล่รัฐบาล นำไปสู่การตั้งข้อหา "กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดืองในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)

ซึ่งหากดูลักษณะการกระทำตามที่พนักงานสอบสวนระบุไว้ในคำร้องฝากขัง หรือพิจารณาจากภาพในเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' ก็อาจเห็นได้ว่าแม้คำพูดจะมีลักษณะรุนแรง ประชดประชัน หรืออาจจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้สึกว่าเป็นความเสียหายเกินกว่าเหตุและสมควรดำเนินคดี แต่ข้อความตามที่พนักงานสอบสวนระบุหรือภาพรวมของเพจก็ไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ "เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" และแม้พนักงานสอบสวนจะระบุว่าเพจนี้จะมีผู้ติดตามประมาณ 700,000 คน แต่ในบรรดาคน 700,000 คนที่เข้ามาติดตามก็ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าทั้งหมดติดตามเพราะเห็นด้วยกับเพจหรือติดตามแต่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ก็ไม่เคยปรากฎว่าเพจนี้มีการรวบรวมคนมาถึงขนาดที่จะ "ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร" ได้ดังที่ถูกกล่าวหา การตั้งข้อหาที่รุนแรงและการใช้วิธีการจับกุมราวกับจับกุมอาชญากรตัวฉกาจก็สะท้อนว่า ในยุคสมัยนี้ผู้นำรัฐบาลและรัฐเป็นสิ่งเดียวกัน การเสียดสีผู้นำจึงกลายเป็นอาชญากรรมต่อรัฐ

แนวคำสั่งคดี 'แจ่ม'และ รินดา ของอัยการ-ศาลทหาร ความหวังริบหรี่ของผู้ต้องหาทั้ง 8

ช่วยบ่ายวันนี้ ( 29 เมษายน 2559) ผู้ต้องหาทั้งแปดถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงโดยศาลทหารมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวเพราะพฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรงและทำเป็นขบวนการ เป็นอันว่าทั้งแปดจะถูกจองจำในเรือนจำอย่างน้อยสิบสองวันก่อนจะมีการต่ออายุการฝากขังอีกครั้งอย่างน้อยสามผัด (รวม 48 วัน)

ก่อนหน้านี้เคยมีคดีคล้ายๆกับคดีเพจ 'เรารักพล.อ.ประยุทธ์' คือคดีของรินดา (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/682) ผู้ถูกกล่าวหาด้วยมาตรา 116 จากการโพสต์ข่าวลือว่า พล.อ.ประยุทธโอนเงินไปต่างประเทศ ถูกฝากขังหนึ่งพลัดแล้วได้ประกันออกมา ในภายหลังศาลทหารมีความเห็นว่าคดีของรินดาไม่ใช่คดีตามมาตรา 116 แต่น่าจะเป็นคดีหมิ่นประมาทซึ่งศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาบุคคลพลเรือนที่ถูกกล่าวหาในฐานความผิดนี้ จึงทำความเห็นส่งไปที่ศาลอาญาซึ่งยังไม่ได้ทำความเห็นกลับมา

นอกจากนี้ก็มีคดีของ 'แจ่ม' (http://freedom.ilaw.or.th/th/case/707) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความเรื่องปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์พร้อมพาดพิงว่ามีบุคคลสำคัญส่วนหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย สำหรับคดีของ'แจ่ม' พนักงานอัยการเห็นว่าน่าจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร จึงให้พนักงานสอบสวนเอาสำนวนกลับไปทำใหม่เพื่อฟ้องศาลพลเรือนต่อไป จึงต้องติดตามต่อไปว่าคดีนี้ อัยการและศาลทหารจะมีแนวคำสั่งเกี่ยวกับข้อกฎหมายออกมาเช่นไร หากยึดแนวเดิมเพราะเห็นว่าลักษณะการกระทำตามข้อกล่าวหามีเจตนามุ่งเสียดสีสร้างความเสียหายกับบุคคลมากกว่าจะมุ่งปลุกระดมคน ผู้ต้องหาทั้งแปดก็จะถูกย้ายไปดำเนินคดีในศาลพลเรือนและมีโอกาสได้รับการประกันตัวสูง

สถิติคดีข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ในยุครัฐบาล คสช. นับถึงวันที่ 27 เมษายน 2559 มีคนถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 116 แล้วอย่างน้อย 47 คน แบ่งเป็นการดำเนินคดี 19 คดี ซึ่งเป็นคดีที่ศาลพลเรือนคดีเดียว อีก 18 คดีขึ้นต่อศาลทหาร

ในจำนวนคดีทั้งหมด 19 คดี 11 คดียังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาล 5 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และ 3 คดีมีคำพิพากษาๆไปแล้ว โดยแบ่งเป็นพิพากษายกฟ้อง 1 คดี คือคดีของชัชวาลย์ พิพากษาลงโทษจำคุก 2 คดี โดยคดีของชญาภาศาลทหารพิพาาษาให้จำคุกตามมาตรา 116 เป็นเวลา 3 ปี 18 เดือน ส่วนศาลพลเรือนพิพากษาให้รอลงอาญา 1 คดี คือ คดีของออด

ในจำนวนผู้ค้องหาทั้ง 47 คน 19 คนยื่นขอประกันตัวและศาลให้ประกันตัวทันที 27 คนยื่นขอประกันตัวต่อศาลทหาร แต่ตอนแรกศาลทหารสั่งไม่ให้ประกันตัวทำให้ต้องถูกคุมขังในเรือนจำก่อนาลทหารตะอนุญาตให้ประกันตัวหรือปล่อยตัวด้วยเหตุอื่นในภายหลัง

มีจำเลยคนเดียวที่ไม่เคยได้ประกันตัวเลย และยังถูกคุมขังอยู่ตั้งแต่ถูกจับกุมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถูกตั้งข้อหามาตรา 112 ประกอบกันด้วย คือ ชญาภา

ดูรายละเอียดสถิติเพิ่มเติมที่ http://freedom.ilaw.or.th/politically-charged

ไอลอว์ขอขอบคุณภาพประกอบจากเพจ: BRNTATCH PHOTO

ooo



https://www.facebook.com/300084093490011/videos/585536894944728/


"ในรอบร้อยปี จะมีนายกฯ อย่างนี้ซักคน ....! ปากร้าย แต่ใจบริสุทธิ์ ที่สำคัญ "ไม่ประจบนักข่าว" ... (อือ... กรูเห็นด้วย... ไม่รู้ต้องรออีกกี่ร่อยปีถึงจะได้ผู้นำกากๆ แบบนี้อีก)







"ในรอบร้อยปี จะมีนายกฯ อย่างนี้ซักคน ....!

ปากร้าย แต่ใจบริสุทธิ์ ที่สำคัญ "ไม่ประจบนักข่าว" แสดงถึง "ทระนงในสัตย์ซื่อ" ที่ทำ ใครไม่ชอบก็ ช่างมัน...ฉันไม่แคร์ ประมาณนั้น"

เปลว สีเงิน, 21 เม.ย.58
ที่มา : นายกฯ ลุงตู่ 'เปิดหน้าสู้สิบทิศ' http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0


วิวาทะ V2


ความเห็นชาวเน็ตต่อข่าว...

ถ้าจะเลียขนาดนี้ กูว่ามึงโม๊คมันเลยเหอะ

สมมุติว่ามี "น้ำใสๆอยู่หนึ่งแก้ว" แล้วเราบอกว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ 100% เพราะมันใสมาก
เราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าน้ำแก้วนี้ จะไม่มี "เกลือ" ละลายปนอยู่
รู้ได้อย่างไรโดยห้ามนำน้ำแก้วนี้ไปตรวจสอบด้วยวิธีใดๆก็ตาม
ปล.เป็นการบ้านวิชาวิทยาศาสตร์นะ ลองช่วยกันคิดหน่อยครับ

ใช่ๆ ร้อยปีจะมีนายกที่ชั่วช้าสามานย์กาลกิณีผีเปรตเศษขยะสวะสังคมต่ำตมขมคอพ่อแม่ไม่สั่งสอนบ่อนทำลายชาติศาสน์กษัตริย์บัดซบคบไม่ได้จัญไรฝักใฝ่ฟาสซิสท์ริดรอนเสรีภาพหยาบช้าบาปหนาสารเลวห่าเหวหอกหักมักมากรากเหง้าสัตว์นรกคางคกขึ้นวอตอแหลแถไถใจสัตว์นรก ขนาดนี้

พุดถูก คนแรกในประวัติศาสตร์ไทยเลย นี่ถ้าไปด่ากับทรัมป์ คงมันน่าดู

ในรอบร้อยปีจะมีนักเขียนอย่างนี้สักกี่คน เลียเหลือล้น น้ำคำท่วมท้นที่หามาเลีย

ก่อนพบกันวันอาทิตย์นี้ 1 พฤษภาคม เวลา 16:00 น. "โพสต์-สิทธิ" ที่ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส SkyWalk ช่องนนทรี เชิญชม "อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)" เวอร์ชั่น 2 (ดารารับเชิญเพียบ!!!)




พลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen

ก่อนพบกันวันอาทิตย์นี้ 1 พฤษภาคม เวลา 16:00 น.
"โพสต์-สิทธิ" ที่ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส SkyWalk ช่องนนทรี
พวกเรา พลเมืองโต้กลับ นำบทเพลง
"อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)" เวอร์ชั่น 2
มาฝากพลเมืองทุกท่าน พบกับ Guest Stars สุดเซอร์ไพรส์หลากหลายท่านที่มาร่วมขับร้อง เตะ เต้น ตีเข่า ให้พวกเราได้หายคิดถึง ก่อนออกไปยืนยันสิทธิพลเมืองพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ เชิญรับชมคร่าาาาาาาาาาาาาาาา
...................................................................................................
Title : อย่างนี้ต้องตีเข่า (โหวตไม่เอา แล้วตีตก)
Artists : Resistant Citizen
Lyrics : Resistant Citizen
.
.
ไม่รู้ ไม่รู้ จุ๊กกรู ไม่รู้ ไม่รู้
ไม่เอา ไม่เอา ชะเออ ไม่เอา ไม่เอา
อย่าเลยกูรู้ มึงอยากอยู่ยาว
ไอ้พวกอัปรีย์ อย่างนี้ต้องตีเข่า
.
หลอกว่า ขอเวลาไม่นาน เสือกจะอยู่นาน นานซะจนป่นปี้
ออกไป ออกไปเสียที เผด็จการหัวปลี อย่าได้มีภาคสอง
อ้อนวอน ให้มันคืนมา คืนอำนาจมา มันก็ทำท่าเบี้ยว
สิทธิเสรี เหลือเพียงนิดเดียว เหลือเพียงนิดเดียว ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ดีไม่เอา
.
(ชะ ชะ ชะ เย เย เย มาซีลอน)
(ชะ ชะ ชะ เย เย เย มาซีลอน)
.
ไม่รู้ ไม่รู้ จุ๊กกรู ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่เอา ไม่เอา ชะเออ ไม่เอา ไม่เอา
โหวตโนกันนะ โหวตโนเถิดเรา ร่าง...มาไม่ดี อย่างนี้ต้องตีเข่า
.
สั่งการ ทหารเป็นพวง ทหารเป็นพวง เป็น ส.ว.ลากตั้ง
แอบดู ใช้วิชามาร ใช้วิชามาร เปลี่ยนผ่านและย้อนยุค
อยากลอง ถามดูสักคำ ถามดูสักคำ ไหนเล่าคืนความสุข
แล้วพูดมา อิ๊บอุบ อิ๊บอุบ อิ๊บอุบ อิ๊บอุบ
ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ดีไม่เอา
.
ไม่รู้ ไม่รู้ จุ๊กกรู ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่เอา ไม่เอา ชะเออ ไม่เอา ไม่เอา
โหวตโนกันนะ โหวตโนเถิดเรา ร่าง...มาไม่ดี อย่างนี้ต้องตีเข่า
.
ปวดใจ รัด-ทะ-ทำ-มะ-นูน รัด-ทะ-ทำ-มะ-นูน อ่านแล้วนอนปวดไข่
อยากตาย ก็ยังเสียดาย
ก็ยังเสียดาย เพราะยังไม่ได้อารายยย
บีบคั้น ให้มันคืนมา คืนอำนาจมา ประชาชนเป็นใหญ่
ขี้เกียจฟัง ทหารน้ำเน่า พวกอำนาจเก่า ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ดีไม่เอา
.
ไม่รู้ ไม่รู้ จุ๊กกรู ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่เอา ไม่เอา ชะเออ ไม่เอา ไม่เอา
โหวตโนกันนะ โหวตโนเถิดเรา ร่างมาไม่ดี อย่างนี้ต้องตีเข่า
ไม่รู้ ไม่รู้ จุ๊กกรู ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่เอา ไม่เอา ชะเออ ไม่เอา ไม่เอา
โหวตโนกันนะ โหวตโนเถิดเรา ร่างมาไม่ดี อย่างนี้ต้องตีตก

ooo





วันเสาร์, เมษายน 30, 2559

ประชาชนสอบถามไม่ได้ ติไม่ได้ อย่าเรียกประชามติเลยครับ เรียก 'ประชามะให้ติ' ดีกว่า




http://news.voicetv.co.th/thailand/359142.html

วิวาทะ ประชา(ม)ติ ร่าง รธน.ไม่ได้?

by Wanee L.
30 เมษายน 2559
สืบจากเสียง ประจำวันที่ 30 เมษายน 2559

ร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนการลงประชามติมีออกมาจากหลากหลายบุคคล จนเกิดความสับสนอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ พ.ร.บ.ประชามติ ที่มีระเบียบออกมาแล้ว กฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องของ คสช. ยังเป็นกับดักด้านสิทธิเสรีภาพบนข้อจำกัด จนนำมาสู่วิวาทะที่ว่า อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้




'จตุพร' ท้าตำรวจโชว์หลักฐาน โยง 'โอ๊ค' จ่ายเงินทำเพจล้อนายกฯ คสช กระชับอำนาจรอบใหม่ เสี่ยงกระแทก"กล่องดวงใจ"ทักษิณ






ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
30 เม.ย. 2559

'จตุพร' ออกโรงสวน คสช.อุ้ม 8 มือโพสต์แล้ว แจ้งข้อหาภายหลัง ท้าตำรวจโชว์หลักฐาน โยง "พานทองแท้" จ่ายเงินทำเพจล้อเลียนนายกฯ ระบุ 'บิ๊กตู่' ไม่ใช่นายกฯ คนแรกที่ถูกล้อ...

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.59 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลว่า หลายคนห่วงใยกับคำสั่งเสียของตนที่ระบุว่า จงใช้ชีวิตและอิสรภาพของตนเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้งดงามนั้น ตนเป็นคนมีเพื่อนมาก รู้ว่าใครกำลังคิดจะทำอะไรกับตน การข่าวของตนไม่เคยผิดพลาด ใครที่วางแผนจะกระทำการอะไรกับตน เชิญ ไม่มีปัญหา ถ้าวิธีการทำอยู่ไม่อับอาย ตนขออายแทนก็แล้วกัน ความจริงถ้าเดินตามเกมที่เขาวางเอาไว้โดยไม่รู้การข่าวกันล่วงหน้า บัดนี้ตนอยู่ในเรือนจำเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นอะไรก็เกิดกับตนได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการสูญสิ้นอิสรภาพหรือชีวิตก็ตาม ถือว่าตนได้สั่งเสียเอาไว้แล้ว กรณีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 8 รายนั้น แค่เริ่มต้นก็เป็นปัญหาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับของศาลทหาร ถามว่าจับที่ไหนคำตอบคือจับที่ มทบ.11 เพราะทหารไปอุ้มเอาตัวมาหมดแล้วโดยใช้คำสั่งของ คสช. จากนั้นจึงขออนุมัติหมายจับกันทีหลัง

ประธาน นปช.กล่าวต่อว่า การตั้งข้อหาจากเพจเฟซบุ๊กล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลองไปดูอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน ใครบ้างที่ไม่ถูกการ์ตูนล้อการเมือง ใครบ้างไม่ถูกนำมาล้อเลียน ในต่างประเทศก็มีเช่นกัน ตนไม่เห็นว่าใครจะเป็นจะตายกระทบต่อความมั่นคง หรือเกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตนมีความเห็นว่าบุคคลธรรมดาที่เป็นบุคคลสาธารณะสามารถแตะต้องได้ ส่วนที่ระบุว่าได้รับเงินสนับสนุนจาก นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นวิธีการวางผังเชื่อมโยง ซึ่งหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องนำหลักฐานการเงินมาแสดง โดยเฉพาะนายชัยธัช รัตนจันทร์ ที่อ้างว่าได้รับเงินสนับสนุนจากนายพานทองแท้ แต่กลับอ้างความสนิทสนมโดยไม่มีหลักฐาน

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการพาดพิงตนว่าผู้ต้องหาสนิทกับตนและแกนนำ นปช.เป็นพิเศษ และเป็นคนก่อตั้งเพจต่อต้านรัฐบาลหลายเพจนั้น เป็นการทำสำนวนเล่นงานคนอื่น ตนได้ต่อต้านรัฐบาลแล้วหรือไม่ เรื่องที่ตนไม่ชอบนั้น จริง แต่ยังไม่ได้ต่อต้าน ถ้าต่อต้านก็ไม่อยู่กันแบบนี้ แต่ต้องเป็นอีกแบบหนึ่ง การที่เอารูปตนไปพาดพิง เพราะจะบอกว่าหลักฐานเชื่อมโยงถึงแล้วตะครุบตัวไว้ก่อน และบอกว่าคดีนี้เป็นภัยต่อความมั่นคง อัตราโทษสูง และให้คัดค้านการประกันแล้วไปต่อสู้คดีกันเอง

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าตัวเองเป็นเม่นต้องพองขนกลัวคนรังแก ตนอยากบอกว่าไม่มีใครรังแกท่านเลย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนแรกที่โดนล้อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องไม่ลืมว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนักการเมือง แม้จะมาจากการรัฐประหารก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าตัวเองไม่ใช่ ผบ.ทบ.และไม่ต้องกลัวว่าใครจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนอกกติกา ร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ถูกสปช.ที่ท่านตั้งมาล้มเอง มาครั้งนี้ก็เช่นกัน ตนพูดชัดไม่รณรงค์ใดๆ เพราะเชื่อว่าประชาชนเขาสรุปความไปแล้ว แต่กลัวที่สุด คือ กลัวโกงและคนไปใช้สิทธิน้อย และอย่ามาห้ามตนในการตรวจสอบในฐานะภาคประชาชน.


ooo

คสช กระชับอำนาจรอบใหม่ เสี่ยงกระแทก"กล่องดวงใจ"ทักษิณ



https://www.youtube.com/watch?v=PAhei6KXgN0

jom voice

Published on Apr 29, 2016

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ( Human Rights Watch ) ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia กล่าวถึง การกวาดล้างจับกุมประชาชนที่วิจารณ์ คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรีอย่างจริงจังขณะนี้ว่า เป็น คสช.เพราะล้มเหลวในการบริหารประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีวิกฤติเกือบทุกด้าน ทางเดียวที่จะลงจากอำนาจได้คือการบังคับให­้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่การปกครองด้วยความกลัวอาจจะไม่ได้ผลกับ­ประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง แต่ก็น่าแปลกใจว่า กลุ่มประชาชน เครือข่ายชุมชน แรงงาน สภาพแวดล้อม สาธารณสุข ทั้งหลาย ที่เคยหนุนรัฐประหาร ต่อต้านทุนสามานย์ ถึงตอนนี้ยังไม่สำนึก ทั้ง ๆ ที่ ทุนใหม่ที่ร่วมมือกับเผด็จการทหาร ก่อตั้งเป็น บริษัทประชารัฐ นั้นน่ากลัวว่า ทุนสามานย์ที่กล่าวหาทุนทักษิณด้วยซ้ำ เพราะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตาม ม.44 ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือฝ่ายตุลาการก็ให้การ­รับรองในการเป้นรัฐาธิปัตย์ นอกจากนั้นการจับกุมทีมเวปเพจ"เรารัก พล.อ.ประยุทธ์"และกำลังพยายามโยงให้ไปถึงน­ายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของ นายทักษิณ ชินวัตร นั้นจะนำประเทศไปสู่ความรุนแรงขนาดไหนอย่า­งไรนับจากนี้เป็นเรือ่งที่น่ากังวลอย่างยิ­่ง

"ทนายอานนท์"เตือนเฟสบู๊คไม่ปลอดภัย จนท.รัฐ เจาะข้อมูลในกล่องข้อความได้ เผยเบื้องหลังจับ 8 มือโพสต์ หวังโยงกลุ่ม"ทักษิณ"






https://www.youtube.com/watch?v=-EieH2Z9OiQ

"ทนายอานนท์"เตือนเฟสบู๊คไม่ปลอดภัย จนท.รัฐ เจาะข้อมูลในกล่องข้อความได้

jom voice

Published on Apr 30, 2016

นายอานนท์ นำภา ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้ตั้งข้อสังเกตุ กับ Thaisvoicemedia เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางคดีกับผู้ต้องหา 8 มือโพสต์เพจ "เรารัก พล.อ.ประยุทธ์" ว่า หน่วยงานความมั่นคง และทหาร ได้ใช้ข้อมูลในเฟสบุ๊ค ที่มีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวในกล่องข้­อความ มาใช้เป็นหลักฐานและข้อมูลดำเนินคดีกับผู้­ต้องในคดี ม.116 และ ม.112 ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการยินยอมของทางเฟสบุ๊ค­ในไทยเอง หรือ ทหารใช้เครื่องมือเข้าไปแฮคเอาข้อมูลนั้นอ­อกมา เท่ากับว่าการพูดคุยผ่านโซเชี่ยลมีเดียทั้­ง เฟสบุ๊ค หรือ ไลค์ ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวัง ส่วนตัวเห็นว่า ควรจะพูดวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นอย่างเ­ปิดเผยจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ จะหารือกับกลุ่ม Social Network ว่าจะเรียกร้องให้ บริษัทเฟสบุ๊คในประเทศไทย รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างไร

.....



https://www.youtube.com/watch?v=uhxG3S41QcM

"อานนท์ นำภา" เผยเบื้องหลังจับ 8 มือโพสต์ หวังโยงกลุ่ม"ทักษิณ"

jom voice

Published on Apr 29, 2016

นายอานนท์ นำภา ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางคดีแก่ 8 มือโพสต์เพจ"เรารัก พล.อ.ประยุทธ์" ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 คนยอมรับมีการตัดต่อภาพล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จริง เพราะเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมในสังคมประช­าธิปไตย แต่การไปตั้งข้อหาด้วย ม.116 ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงเป็นเรื่องที่เกิน­กว่าเหตุ อีกทั้งก่อนหน้านี้ เคยมีคดีกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งศาลทหารก็เคยวินิจฉัยว่าเป็นเพียงคดีห­มิ่นประมาท แต่เบื้องหลังของการเอาผิดกับทั้ง 8 คนด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง เพราะคสช.ต้องการจะโยงไปถึงกลุ่มการเมือง โดยเฉพาะคุณพานทองแท้ ชินวัตร และเพื่อสร้างความกลัวให้ ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านการทำประชามติ จึงขอเรียกร้องให้คนที่มีภูมิคุ้มกัน เช่น นักวิชาการ นักกฎหมายนักศึกษา ได้ออกมาแสดงการไม่ยอมรับต่อการละเมิดเสรี­ภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพื่อยืนยันให้ คสช.รู้ว่าประชาชนไทยจะไม่ยอมอยู่ภายใต้คว­ามหวาดกลัว อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การต่อสู้ทางคดีให้กับทั้ง 8 คนไม่มีอะไรน่าหนักใจเชื่อว่าจะได้รับการป­ระกันตัวออกมาได้ในเร็ว ๆ นี้


บรรษัทประชารัฐ ทุนนิยมสามานย์รูปแบบหนึ่ง?!?





ตั้งแล้วบรรษัทประชารัฐ จาก pet project ของหมอประเวศ วะสี

ที่จะ “เปลี่ยนมิจฉาทิฐิเป็นสัมมาทิฐิ จากประชานิยมเป็นประชารัฐ”

ซึ่ง Pipob Udomittipong จำกัดความไว้ว่า “ชาวบ้านและชุมชนพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งนักการเมือง เป็นภาพฝันที่หมอประเวศขายไว้ตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อเดือน ก.ย. ๕๘...

แต่ประชารัฐจะเป็นเพียงทุนนิยมสามานย์ในรูปแบบหนึ่งหรือไม่ เพราะกรรมการจากภาคเอกชนและภาครัฐ...มีสัดส่วนรวมกันถึง ๙๕% โดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย ไทยเบฟ เข้าไปมีบทบาทในกรรมการชุดต่างๆ เกือบทุกชุด”





พิภพแนะให้ไปอ่านบทวิจารณ์ของ สฤณี อาชวานันทกุล ที่ไทยพับลิก้า ได้ความว่า

“แม้ว่าจะมีคำว่า ‘ประชา’ ใน ‘ประชารัฐ’ ตัวแทนภาคประชาชนกลับมีสัดส่วนเพียง ๕% เท่านั้น ซึ่งหลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า เป็น ‘เอ็นจีโอชนชั้นนำ’ คือมีเส้นสายกับภาครัฐ มิใช่ ‘เอ็นจีโอรากหญ้า’ ที่บางครั้งขัดแย้งกับกลุ่มทุนที่พวกเขามองว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน หรือแสวงประโยชน์เกินเลยจากฐานทรัพยากร”

ทางด้าน Thanapol Eawsakul เพิ่มเติมว่า “ดูจากรายชื่อเกือบทั้งหมดมาจาก Thailand Future Foundation - สถาบันอนาคตไทยศึกษา และ มูลนิธิสัมมาชีพ ที่เตรียมการมาก่อนรัฐประหาร แน่นอนว่านี่คือการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ที่พวกเขาใฝ่ฝันหา”

สำหรับสถาบันอนาคตไทยศึกษา ถ้าเข้าไปดูเพจจะพบกระทู้ล่าสุดเรื่อง ‘เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่’ ที่ว่าเป็น ‘New Normal’ เหมือนปาฐกถานายอานันท์ ปันยารชุน ตอนไปพูดที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

ส่วนเพจมูลนิธิสัมมาชีพ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแชร์โพสต์ของ ‘๑๐๐ พลัง ร้อยพลัง’ เรื่อง “ประชานิยมและประชารัฐ มีความเหมือนและแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวิธิการนำมาใช้ และยากที่จะแบ่งแยกว่าต่างกันชัดๆ ตรงไหน” ของ ดร.สุนทร คุณชัยมัง

กรรมการที่ไปร่วมกันลงนาม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ฝ่ายเอกชนประกอบด้วย ฐาปน สิริวัฒนภักดี (เบียร์ช้าง) อิสระ ว่องกุศลกิจ (น้ำตาลมิตรผล) ศุภชัย เจียรวนนท์ (ซีพี) และมีชัย วีรไวทยะ (เอ็นจีโอในคราบรัฐและทุน) ผู้บุกเบิก ‘ถุงยางอนามัย’

ขาด นพ.ประเวศ วะสี ไม่ได้ไปร่วมลงนามด้วย (มีเสียงซุบซิบว่า ‘ทำเหนียม’ ไม่อยากแข่งเด่นกับ ‘มีชัย’)

ฝ่ายรัฐมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (รองนายกฯ ฟากเศรษฐกิจ) สุวิทย์ เมษินทรีย์ (รมช. พาณิชย์) อนุพงษ์ เผ่าจินดา (คณะรัฐประหารคุมมหาดไทย) โดยมี ประยุทธ์ จันทร์โอชา (หัวหน้าใหญ่) ร่วมเป็นสักขีพยาน

“ความฝันที่ชาวบ้านจะพึ่งตนเองได้จากโครงการที่นายทุนระดับชาติและข้าราชการเป็นผู้บริหารโครงการ มีเพียงไม้ประดับภาคประชาชน (มีชัย วีรไวทยะ เนี่ยนะ?) เป็นฝันแบบหรู แบบใหญ่โต อีกครั้งหนึ่งของหมอประเวศหรือไม่”





หาคำตอบได้จากบทความของสฤณี

“แนวคิดนี้เดิมทีไม่มีรัฐเป็นพระเอก แต่เมื่อถูกหยิบมาใช้ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร ในภาวะที่เศรษฐกิจซบเซาอย่างต่อเนื่อง ประชารัฐแบบหมอประเวศจึงถูก ดร.สมคิด หยิบมาขัดสีฉวีวรรณ แปลงโฉมเป็นประชารัฐแบบใหม่ที่มี ‘รัฐ’ กับ ‘เอกชน’ เป็นพระเอก” และ

“ในเมื่อวันนี้ฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐดูจะมีอคติกับคำว่า ‘ประชานิยม’ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีการโหมประโคม ‘ประชารัฐ’ ว่าเป็นสิ่งที่ ‘ดีกว่า’ ประชานิยม”

(http://thaipublica.org/2016/03/populism-pracharat-5/)

นายฐาปน ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชนกล่าวรายงานโครงการว่า จะมีการจัดตั้งบริษัทประชารัฐทั่วทุกจังหวัด ๗๖ แห่ง ดำเนินธุรกิจ ๓ แขนงอย่างครบวงจร ได้แก่การเกษตร การแปรรูป และท่องเที่ยว โดยเน้นสร้างรายได้แก่ท้องที่ เน้นประชาชนที่ประสบปัญหาความยากจนเพื่อเพิ่มรายได้ และ

“ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการให้ประชาชนทุกคนน้อมนำไปปฏิบัติ” (อันนี้ไม่น่าจะเหมาะต่อการเพิ่มรายได้มั้ง)

ขณะที่หัวหน้า คสช. กล่าวปาฐกถาในงานว่าการเปิดประชารัฐเป็นดั่งไฟฉายขนาดใหญ่ส่องสว่างประเทศไทย มุ่งทำให้ประเทศชาติปลอดภัย มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สฤณีมีคำถาม ๓ ข้อล่วงหน้าไว้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม

ทั้งในด้านเปิดช่องต่อการ ‘คอรัปชั่นเชิงนโยบาย’ การมองข้ามปัญหาอำนาจเหนือตลาดและ ‘อิทธิพลผูกขาด’ และการใช้อำนาจพิเศษของทหารข้ามขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน

ประชารัฐ “อยากสร้างเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม หรือ inclusive economy แต่ทว่าที่ผ่านมา คสช. ได้ใช้อำนาจเผด็จการตามมาตรา ๔๔ กระทำการหลายอย่างที่คัดง้างหรือขัดขวางแนวทางนี้อย่างชัดเจน”

เช่นประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๙ และ ๔/๒๕๕๙ ยกเว้นการใช้กฎหมายผังเมือง กับฉบับที่ ๙/๒๕๕๙ ให้ข้ามขั้นตอนอีไอเอ ไม่ต้องประเมินสภาพแวดล้อมได้

งานนี้มีข้อสังเกตุต่อการบริหารประเทศของ คสช. ได้ว่า นอกจากจะใช้วิธีการหักหาญตามอำเภอใจในทางการเมืองแล้ว ถึงที่สุดตอนจะอยู่ยาวนี่ก็ก้าวย่ำเข้าไปสู่วิถีทางรวบรัดจัดการแบบเบ็ดเสร็จทางเศรษฐกิจด้วย

ประชารัฐจะเป็นเครื่องมือทำให้ คสช. มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และ ‘มีชัย’ ในทางเศรษฐกิจเหมือนกับการเมืองหรือไม่ ถ้ายอมให้พวกเขาอยู่ต่ออีกอย่างน้อย ๕ ปีดูสิ ประเดี๋ยวก็รู้

เกาะติดคิดทันข่าว สุนัย จุลพงศธร 28-04-2016 หัวข้อ "ประชามติสติวิปลาส=คสช.ประกาศท้ารบกับประ­ชาธิปไตย"




https://www.youtube.com/watch?v=fyqy9166gFQ

เกาะติดคิดทันข่าว สุนัย จุลพงศธร 28 04 2016

thinkbox007

Published on Apr 28, 2016
รายการ เกาะติดคิดทันข่าว กับดร. สุนัย จุลพงศธร ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน 59 ดำเนินรายการโดย OH MY GOD ทางเว็บนปช.อียูสวีเดน
หัวข้อ "ประชามติสติวิปลาส=คสช.ประกาศท้ารบกับประ­ชาธิปไตย"
mp3: http://www.mediafire.com/download/gjt...


องค์กรสิทธิ์สากล อัดคสช.พา "ไทย" สู่ประเทศเผด็จการล้าหลัง กลุ่มสิทธิมนุษยชน 16 องค์กรทั่วโลก เรียกร้อง ‘ปล่อยสมยศ พฤกษาเกษมสุข’ นโอกาสถูกจองจำครบ 5 ปี




https://www.youtube.com/watch?v=FXytMVawE8A

องค์กรสิทธิ์สากล.อัดคสช.พา"ไทย"สู่..ประเทศเผด็จการล้าหลัง

jom voice


Published on Apr 29, 2016

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ( Human Rights Watch ) ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia กรณีการจับกุมประชาชนที่วิจารณ์รัฐบาล คสช.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำไปสู่การจับกุมประชาชนอย่างรุนแรง ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจับกุมทีมงานเพจ"เรารัก พล.อ.ประยุทธ์"ทั้งศาลทหาร และศาลพลเรือนต่างก็เห็นว่าเป็นภัยร้ายแรง­ต่อความมั่นคงของชาติว่า เป็นเรื่องศร้าและน่าหดหู่ใจอย่างยิ่งที่ศ­าลไม่ยอมให้ประกันตัวกับความผิดเพียงเพราะ­วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำประเทศโดยมองว่าเป็นภั­ยต่อความมั่นคงร้ายแรง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ศาลทหารได้เคยตัดสินคดีกล่า­วหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องการโอนเงินไปต่างประเทศว่าเป็นเพียง­การหมิ่นประมาท แต่ขณะนี้ศาลไทยกำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ที­่ไม่สามารถสร้างหลักประกันทั้งเรื่องความย­ุติธรรมและสิทธิมนุษยชนให้กับคนไทยได้อีกต­่อไป ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล จะออกแถลงการณ์ประนามเรื่องนี้ในวันจันทร์­ที่ 2 พฤษภาคมนี้ ขณะเดียวกันการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห­่งสหประชาชาติ จะประชุมกันถึงเรื่องนี้ในเดือนหน้า ตัวแทนประเทศไทยจะถูกซักฟอกอย่างหนักในกรณ­ีนี้แน่นอน


ooo 

กลุ่มสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ร้องปล่อย ‘สมยศ’





http://news.voicetv.co.th/thailand/358614.html

by Sathit M.29 เมษายน 2559

กลุ่มสิทธิมนุษยชน 16 องค์กรทั่วโลก ย้ำข้อเรียกร้อง ‘ปล่อยสมยศ พฤกษาเกษมสุข’ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ผู้ต้องขังคดีหมิ่นสถาบันฯ ในโอกาสถูกจองจำครบ 5 ปี

ในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน กลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลก รวม 16 องค์กร ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลไทย ขอให้ปล่อยตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 54 ปี อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งถูกจับเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554 เขาถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 10 ปี ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ อาทิ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, ฮิวแมนไรท์วอทช์, สหพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (FIDH), คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), กลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน





ตลอดระยะเวลา 5 ปีของการจองจำ หน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเคยแสดงความวิตกต่อการสูญสิ้นอิสรภาพของนายสมยศมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 คณะทำงานว่าด้วยการกักขังตามอำเภอใจของสหประชาชาติ (WGAD) ยืนยันว่า การจำคุกนายสมยศเข้าข่ายการกักขังโดยพลการ พร้อมกับเรียกร้องให้ปล่อยตัวและจ่ายค่าชดเชยแก่เขา

ในวันที่ 23 กันยายน 2557 สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) แสดงความผิดหวังที่ศาลอุทธรณ์ของไทยพิพากษายืนให้จำคุกนายสมยศ ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2558 โอเอชซีเอชอาร์เรียกร้องให้ประเทศไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบันฯซึ่งมีบทบัญญัติคลุมเครือและตีความได้อย่างกว้างขวาง พร้อมกับเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวประชาชนที่ถูกคุมขังเพราะแสดงความคิดเห็นทั้งหมด

นายสมยศถูกจับกุมหลังเปิดการรณรงค์รวบรวมรายชื่อเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์ได้ 5 วัน เมื่อ 23 มกราคม 2556 ศาลอาญากรุงเทพสั่งจำคุกเขาในความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากนิตยสารที่เขาเป็นบรรณาธิการได้ตีพิมพ์บทความที่ทางการไทยเห็นว่าดูหมิ่นพระมหากษัตริย์

“เราเรียกร้องรัฐบาลไทย ขอให้ยุติการลงโทษนายสมยศ ปล่อยเขากลับคืนสู่ภรรยาและครอบครัวโดยทันที และขอให้รัฐบาลไทยจ่ายค่าชดเชยอย่างเพียงพอ พร้อมดำเนินการเยียวยาอย่างจริงจังต่อการลิดรอนอิสรภาพของเขาตามอำเภอใจ” แถลงการณ์ระบุ.



Source: Human Rights Watch

Photo: AFP

นี่คือการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เปิดตัวบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี(ประเทศไทย) จำกัด





นี่คือการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

.........

หมายข่าววันนี้ที่ทำเนียบ เปิดตัวบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี(ประเทศไทย) จำกัด

ฐาปน สิริวัฒนภักดี เบียร์ช้าง
อิสระ ว่องกุศลกิจ น้ำตาลมิตรผล
ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีพี
ประเวศ วะสี หัวหน้าแก็งส์ตระกูลส. และเอ็นจีโอ
มีชัย วีรไวทยะ เอ็นจีโอในคราบรัฐและทุน
ร่วมลงนามกับ
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก
สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช. พาณิชย์
อนุพงษ์ เผ่าจินดา คณะรัฐประหาร
โดยมี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมเป็นสักขีพยาน
ดูจากรายชื่อเกือบทั้งหมดมาจาก Thailand Future Foundation - สถาบันอนาคตไทยศึกษา และ มูลนิธิสัมมาชีพ ที่เตรียมการมาก่อนรัฐประหาร
แน่นอนว่านี่คือการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ที่พวกเขาใฝ่ฝันหา



Thanapol Eawsakul

ooo

ตั้งจริง ...“บริษัทประชารัฐ รักสามัคคีประเทศไทย จำกัด” หวัง เดินทะลุ อุโมงค์มืดดำให้ได้







นายกฯเป็นสักขีพยานพิธีลงนามจัดตั้ง“บริษัทประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัด” ร่วมสานพลังประชารัฐขับเคลื่อน เศรษฐกิจฐานราก หวังขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายรัฐบาล เมิน เสียงต้าน ย้ำให้ความสำคัญปัญหาปากท้อง ปชช.มากกว่า ขอเข้าใจเจตนารมณ์รัฐบาล ลั่นต้องเดินฝ่าอุโมงค์มืดดำให้ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปิดบริษัทประชารัฐรักสามัคคี...(จังหวัด)จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการขับเคลื่อนประเทศ โดยใช้กลไกของประชารัฐ


โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมคณะทำงานประสานพลังประชารัฐไปแล้ว โดยจะรวบรวมบริษัทสาขาย่อยทุกจังหวัดเข้ามาให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ความรู้เรื่องการจัดองค์กร การบริหารการผลิต การแปรรูปการตลาด ให้กว้างขวางขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราต้องพึ่งพาอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน ภูมิภาคต่อภูมิภาค กลุ่มจังหวัดต่อกลุ่มจังหวัดและภายในจังหวัดของตนเอง จะต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และแลกเปลี่ยนสินค้าให้กว้างขวางไปถึงที่อื่นด้วย เพื่อเปิดช่องทางทางเลือกให้ประชาชน ซึ่งมี 3 ทาง คือ 1.ภาคธุรกิจ ที่มีบริษัทประกอบการอยู่แล้ว 2.พ่อค้าคนกลาง
3.บริษัทประชารัฐ ซึ่งจะเป็นของประชาชนที่ถือหุ้นส่วนใหญ่ที่สุดในนั้น และผลกำไรที่ออกมา ก็ไม่ได้ไปแบ่งปันใคร แต่จะนำมาขยายเป้นกองทุนไปทำอย่างอื่นต่อไปให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้เราต้องพัฒนาอย่างนี้ให้ภายในแข็งแรง หาตลาดได้ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ ประชาชนก็จะไม่ลำบาก เราอยู่ได้กินได้ ก็ต้องพัฒนาตนเองและขอฝากสื่อช่วยกันขยายความเหล่านี้ไปด้วย

“วันนี้สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นหลายเรื่อง แต่เนื่องจากเกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่างจากที่ได้พยายามจะทำ บางอย่างก็เข้าใจกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง ก็ฝากให้เข้าใจ ว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดีของรัฐบาล และคสช.

ถึงแม้จะมีแรงต้านใดๆอยู่บ้างก็ตาม ผมก็ไม่ให้ความสำคัญมากนัก และให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องชาวบ้าน และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากกว่า

รวมถึงภาพลักษณ์ในสายตาต่างประเทศ เพราะผมเข้าใจดีว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยต้องอยู่รอด ด้วยตัวของประเทศไทยเอง

" วันนี้มีเวลาอยู่ ที่จะต้องเดินทะลุ อุโมงค์ที่มืดดำมาให้ได้ เพื่อเดินไปข้างหน้า ต้องช่วยกันประสานพลังประชารัฐให้ด้วย” นายกฯ กล่าว

Wassana J. Nanuam

.....

ความเห็นต่อข่าว...

Passakorn Lamongkol - ผมเห็นว่านี่เป็น "บทพิสูจน์ความไร้สามารถ" ในการทำโครงการต่าง ๆ ของนายทุนรัฐประหาร เพราะรายชื่อที่เห็น เป็นกลุ่มทุนรัฐประหารที่ขึ้นมาอยู่บนดิน ในโฟกัส โดยไม่ต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว แทบจะครบถ้วนทุกกลุ่ม และถึงแม้เดินตามรอยเท้าทักษิณ ที่ทำสำเร็จเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรกับเศรษฐกิจให้ได้อย่างที่ทักษิณทำ หรือ ดีขึ้นได้
เพราะภววิสัย ที่ว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบเผด็จการทหารเบ็ดเสร็จ ที่ถูกโลกเสรีคว่ำบาตร ไม่คบหา
...
Au Saiprasert - http://youtu.be/LhJk1fk2wc4
ถือเป็นเดิมพันที่สูงมาก ถ้า corporatism แบบนี้มันเวิร์ค ท่านผู้นำจะยิงยาวเท่าไหร่ก็ได้
...
Samantha Rwanda - ไล่ทักษิณเพื่อเอาพวกตัวเองมาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
...
Krittidech Chaisingharn - พวกรวมหัวกินรวบประเทศไทย
...
Surapong Masrungson - พวกทำนาบนหลังคนจนทั้งนั้น มอมเมา
...
Pipob Udomittipong - ดูในรูปข่าวเปิดตัว 'บ.ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัด' (http://prachatai.org/journal/2016/04/65521) แล้ว ไม่มีหมอประเวศ คงกระดากใจหรืออย่างไร แต่ความคิด “ประชารัฐ” เป็นของแกแหง ๆ “ระบอบประเวศจงอยู่ยั้งยืนยง” ขอยืมคำของ “สุรวิชช์ วีรวรรณ” มาใช้ เครือข่ายคนดีตระกูล ส. ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เข้าได้กับทุกรัฐบาลรวมทั้งที่มาด้วยช่องทางพิเศษ ซึ่งคงชื่นชอบเป็นพิเศษ ไม่เห็นออกมาวิพากษ์วิจารณ์อะไรเลย เสียดายวันนี้ไม่มาเปิดตัวด้วย แต่ส่งลูกเทพที่เป็นหมอมาแทน
ประชารัฐคือการ “เปลี่ยนมิจฉาทิฐิเป็นสัมมาทิฐิ” จาก “ประชานิยมเป็นประชารัฐ” ชาวบ้านและชุมชนพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งนักการเมือง เป็นภาพฝันที่หมอประเวศขายไว้ตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อเดือนก.ย.58 (ภาพสไลด์จาก http://bit.ly/1N4X5BY)
แต่ประชารัฐจะเป็นเพียงทุนนิยมสามานย์ในรูปแบบหนึ่งหรือไม่ เพราะ “กรรมการจากภาคเอกชนและภาครัฐแล้วจะมีสัดส่วนรวมกันถึง 95% โดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย ไทยเบฟ เข้าไปมีบทบาทในกรรมการชุดต่างๆ เกือบทุกชุด” ความฝันที่ชาวบ้านจะพึ่งตนเองได้จากโครงการที่นายทุนระดับชาติและข้าราชการเป็นผู้บริหารโครงการ มีเพียงไม้ประดับภาคประชาชน (มีชัย วีรไวทยะ เนี่ยนะ?) เป็นฝันแบบหรู แบบใหญ่โต อีกครั้งหนึ่งของหมอประเวศหรือไม่ ลองอ่านที่คุณสฤณีวิเคราะห์ไว้ (http://thaipublica.org/2016/03/populism-pracharat-5/)



ooo


E3 บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด 3.45 min




https://www.youtube.com/watch?v=LhJk1fk2wc4&feature=youtu.be

Wiruch Meksumpun

Published on Apr 19, 2016
แนวทาง Social Enterprise เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ แบบเข้าใจง่าย