วันเสาร์, พฤศจิกายน 21, 2009

จดหมายจากคุณยายในUSAถึงอภิสิทธิ์หลานรัก


จดหมายยายถึงหลาน-คุณยายศรีลัดดา อายุ 86 ปีเดินทางไปปักหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกานาน 37 ปีแล้ว แต่ยังติดตามสถานการณ์บ้านเมืองไทยตลอดผ่านทางอินเตอร์เน็ต ล่าสุดคุณยายได้เขียนถึงคุณหลานอภิสทธิ์ว่าอย่านำประเทศชาติเข้าสู่สงครามกับเพื่อนบ้านแบบไร้เหตุผล และให้เลิกตามไล่จับทักษิณแล้วเริ่มทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเสียที หากขืนยังดื้อดันต่อไปเดี๋ยวจะถึงจุดจบไม่สวยงาม


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 พฤศจิกายน 2552

สวัสดี คุณอภิสิทธิ์

ฉันเป็นเพียงแค่หญิงชราคนหนึ่ง อายุก็86ปีแล้ว แก่พอที่จะเป็นรุ่นยายของคุณ

ยายเองเคยอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แม้ว่าตอนนี้ยายมาอาศัยอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ห่างบ้านห่างเมืองไทยของเรามานับเป็นพันไมล์ แต่ยายก็ได้เฝ้าติดตามข่าวคราวและสถานการณ์ทางเมืองไทย โดยการเข้าอินเตอร์เน็ตอ่านข่าวจากไทยอีนิวส์ทุกวัน

ตอนนี้ยายหละกลัวจริงว่า คุณอภิสิทธิ์ และรัฐบาลของหลานจะนำประเทศของเราเข้าไปสู่สงครามที่มันไร้เหตุผลกับเพื่อนบ้าน ยายว่าต้องหาทางที่จะหยุดความบ้าของคุณอภิสิทธิ์ หากตอนนี้ยายอยู่กรุงทพฯอย่างแต่ก่อน ก็คงต้องไปชุมนุมอยู่แถวหน้าของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นแน่ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดสงคราม จะได้รักษาชาติไทยของเรา

คุณอภิสิทธิ์ ยายเห็นคุณกำลังมีพฤติกรรมงอแงเหมือนเด็กไร้เดียงสาในเวลานี้ เด็กน้อยที่น่าสงสาร ทำไมหลานไม่สงบเย็นลงมาซะบ้าง หายใจเข้าลึกๆแล้วก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่คุณทำลงไปผิดๆ

ยายจะบอกให้ว่าสิ่งที่คุณโค่นล้มทักษิณลงด้วยมือของคุณนั้นเป็นสิ่งผิดพลาดทั้งหมดที่หลานได้ก่อขึ้น


เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้เลือกทักษิณขึ้นเป็นผู้นำประเทศ นี่คือเสียงสวรรค์ นั่นเองทำให้คุณกับพรรคพวกต้องเผชิญหน้าต่อความจริงในการต่อสู้กับปีศาจทักษิณที่พวกหลานขึ้นสร้างขึ้นมา

หลานจะไม่สามารถจับทักษิณได้หรอก ดังนั้นก็น่าจะเลิกไล่จับดะเขาไปทั่ว แล้วก็เริ่มงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของหลานซะที ไม่เช่นนั้นก็เสียเวลาเปล่าปลี้ แถมเสียเงินอีกต่างหาก(หลานจะทุ่มเทไปอีกซักเท่าไหร่..หรือว่ามันเป็นเงินไม่กี่ล้านบาท?)

หากหลานทำเช่นว่านี้ได้ ประชาชนจะได้เลิกคิดซะทีว่า หลานมันก็แค่เจ้างั่งคนหนึ่ง หรือหนักข้อกว่านี้ ทำงานของหลานที่ควรทำซะ

หลานต้องเริ่มงานด้วยการขจัดพรรคพวกของหลานที่มันโลภ เพราะไร้ประโยชน์ที่จะไปเกรงกลัวคนพวกนี้ เลิกสมคบกับพวกตำรวจและทหาร แล้วไปปรึกษากับพวกนักเศรษฐศาสตร์ที่ฉลาดๆ เพื่อหาทางทำให้เศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัว ให้คนยากจนได้มีกินมีใช้อีกที นี่แหละคือสิ่งที่หลานต้องเริ่มทำเสียแต่ตอนนี้

แต่หากหลานไม่สามารถทำได้ ก็ดีกว่านะที่จะลาออกไปซะแต่ตอนนี้ ก่อนที่มันจะเลวร้ายลงไปกว่านี้ แล้วก็มองหาสถานที่ที่จะอยู่อาศัยเผื่อๆไว้ เพราะหลานอาจได้เผ่นออกจากประเทศนี้โดยไม่มีแม้แต่กระเป๋าเดินทาง

เอาหละแค่นี้นะ จากคุณยายที่เป็นห่วงหลาน ซึ่งอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย

คุณยายศรีลัดดา

********
เกี่ยวกับคุณยายศรีลัดดา แคลิฟอร์เนีย

คุณยายศรีลัดดา ขณะนี้อายุ 86 ปี อยู่อาศัยในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สมัยยังสาวๆเคยทำงานด้านการบินที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 21 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯในปีพ.ศ.2515 จนปัจจุบันร่วมๆ37ปีแล้ว

สมัยอยู่เมืองไทยครอบครัวของคุณยายศรีลัดดาเป็นชาวพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขนาดสมาชิกในครอบครัวเคยลงสมัครส.ส.ของพรรคเก่าแก่นี้ ในช่วงที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังเป็นผู้นำพรรคอยู่ แต่เวลานี้คุณยายบอกว่าน่าเศร้าใจและผิดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ ช่างน่าละอายใจกับพรรคที่เคยมีเกียรติคุณชื่อเสียงกลับมามีพฤติกรรมคอรัปชั่นในตอนนี้

ส่วนอภิสิทธิ์ก็ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลย นอกจากเด็กที่ถูกตามใจจนเสียคน อาละวาดงอแงเมื่อไม่ได้อะไรตามใจ เขามีพฤติกรรมเหมือนอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชตอนจะพาสหรัฐฯทำสงครามอิรัก คือบอกว่าใครที่ไม่เห็นด้วยกับเขาก็เป็นพวกไม่รักชาติ อภิสิทธิ์กับครม.หมาบ้าของเขาก็ทำแบบนี้อยู่เหมือนกัน

ยายคิดว่าการคอรัปชั่นในอดีตนั้นเลวร้าย แต่ก็ไม่อาจเทียบกับทุกวันนี้ของรัฐบาลอภิสิทธิ์กับพรรคพวกที่ทำทุกอย่างได้อย่างไร้ยางอาย ยายหละกลัวจริงๆว่าเมืองไทยจะไม่เหลืออะไร แม้แต่กระดูกจะเหลือไว้ให้สุนัขได้แทะ

เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วคุณยายก็กลับมาเยี่ยมญาติที่กรุงเทพฯ แต่คุณยายโชคดีที่เดินทางกลับมาอเมริกาซะก่อนที่พันธมิตรจะปิดสนามบิน คุณยายจึงรู้สึกเซ็งสุดๆกับนายสนธิลิ้มและสมุนบริวารหมาบ้าของเขาที่ยังลอยนวลแทนที่จะไปอยู่ในคุกกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

แมว"ดอกมะลิ"เพื่อนร่วมห้องในคอนโดของคุณยายศรีลัดดา

ปัจจุบันนี้คุณยายอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกับแมวตัวหนึ่งชื่อจัสมิน(ชื่อไทยๆว่า"ดอกมะลิ") และไม่รู้สึกเหงาเลย เพราะเมื่อ 2 ปีก่อนได้หัดใช้อินเตอร์เน็ต แล้วก็ใช้อินเตอร์เน็ตติดตามข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยได้คล่อง ตอนนี้คุณยายดีใจมากเลยที่ได้ท่องอินเตอร์เน็ตท่องโลก

ตอนนี้อินเตอร์เน็ตก็ทำให้คุณยายสามารถคุยกับลูกสาวและสามีของเธอที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส หลานๆในเยอรมนี และเพื่อนๆในอเมริกาได้สบาย แน่นอนว่ารวมถึงข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยด้วย

**********ต้นฉบับภาษาอังกฤษที่คุณยายเขียน**********

Hello, Abhisit,I am just a little old lady,old enough to be your grandmother.

I have been watching you throwing tantrums like a naughty little boy.Now, now, my poor boy, why don't you calm down, take a few deep breaths and start thinking why everything you try to do went wrong.

I want to point out to you that the more you try to put down Taksin by pointing your finger at him for all the mistakes you made, the more people adore him almost like a Demi-god. Don't you realize by now that you and your cohorts are fighting the ghost of Taksin.

You'll never catch him.If only you stop chasing him and begin to do your job as a real Prime Minister, instead of wasting time and money..[how much you have spent sofar..a few billions baths?]] may be thai people will start to think that you are not that dumb any more.To do your job right, you have to start by getting rid of your greedy freinds unless your are afraid of them.Stop meddeling with the police and the army,consult with smart economists to find the way to bring the economy around so the poor can eat again.

That is just the beginning.But if you are not able to do that you better quit right now before it get worse,and be sure to start looking for a place to live because you may have to leave the country without even your suitcase. Enough for now,

your concern granny from California.Srilada.

วันศุกร์, พฤศจิกายน 20, 2009

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(20พ.ย.):ล้านแดงล้านใจ



***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 นักข่าวชาวรากหญ้ามากระจายข่าวสู่ชาวเสื้อแดงเช่นเคย ตอนนี้ยังเป็นเทศกาลล่าแม่มดเช่นเคย จับทั้งหมอ ทั้งนักการเงิน โบรกเกอร์ คิวต่อไปจะจับพระข้อหาทุบหุ้น..พิโธ่เอ๋ย! พระนะครับ ท่านจะมาเกี่ยวอะไรกับการทุบหุ้น คิดสิคิดซักนิด เห็นผัวแม่เลี้ยงติ๊ก ตำรวจโรโบค็อปของปชป.ทำแล้ว ปวดตับจริงๆ***

***ได้ฤกษ์หามยามดีสำหรับการชุมนุมทั้งแผ่นดินของแดง3เกลอแกนนำ การชุมนุมใหญ่ในเวลา 12.00 น.ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ โดยจะนัดหมายกันที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และจะค้างที่นั่น 1 คืน ซึ่งเป็นการเลื่อนการนัดชุมนุมให้เร็วขึ้นอีก 1 วันเพราะต้องหลีกทางให้กับซ้อมใหญ่สวนสนามในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาหลังจากนั้นในวันที่ 29 พฤศจิกายนเมื่อการซ้อมใหญ่ของพิธีสวนสนามเสร็จจะเคลื่อนขบวนไปยังแยกมิสกวันเพื่อตั้งเวทีกลางในการปักหลักการชุมนุมต่อ***เนื่อง ไปถึงเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้***

***ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงบอกว่า "ในวันที่ 30 พฤศจิกายนจะมีการรวมพลแดงทั้งแผ่นดินโดยตั้งเป้าให้ได้ 1 ล้านคน เพื่อตั้งแถวเดินขบวนขับไล่รัฐบาลตามถนนสำคัญใน กทม. ซึ่งจะเป็นการเดินขบวนการขับไล่รัฐบาลครั้งใหญ่และมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาในประเทศและในโลกก็เป็นได้ เราจะเดินขบวนให้แดงเต็มทั้ง กทม.ในช่วงกลางวัน แดงไล่รัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน โดยจะบอกให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าจะเดินไปที่ไหนบ้าง และเมื่อเดินเสร็จเรียบร้อยก็จะกลับมายังแยกมิสกวันและจะชุมนุมต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดเวลา 06.00 น.ของวันที่ 2 ธันวาคมซึ่งจะยุติชุมนุมโดยสงบเพื่อหลีกทางให้กับพระราชพิธีสวนสนามและวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งหากในช่วงดังกล่าวรัฐบาลยังไม่ตัดสินใจคืนอำนาจให้ประชาชน เราจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งและจะยาวนานกว่าเดิมต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ"***

***นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าก่อนจะนัดชุมนุมใหญ่ ทางนปช.จะจัดชุมนุมใหญ่สัญจร ใน 4 ภูมิภาค โดย วันที่ 23 พฤศจิกายน จะจัดที่ภาคเหนือ วันที่ 24 พฤศจิกายน จัดที่ภาคอีสาน วันที่ 25 พฤศจิกายนจัดที่ภาคตะวันออก และวันที่ 26 จัดที่ภาคกลาง ซึ่งจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อกำหนดยุทธวิธีทำความเข้าใจและระดมสมองล้มรัฐบาล โดยเรียกว่า "เปิดโรงรบแดงทั้งแผ่นดิน" ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯเพื่อชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้***

***ฮา!หน้าเดิมๆ ประชาธิปัตย์ เนรวิน สื่อมวลชนขาประจำบอกว่าเสื้อแดงชุมชุมช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นเรื่องมิบังควร แต่พอสนธิลิ้มนัดขบวนการโจรก่อการร้ายพันธมิตรจัดม็อบการเมืองชุมนุมใหญ่วันพ่อ5ธันวามหาราช ไม่มีหมาที่ไหนซักตัวบอกว่าเป็นเรื่องมิบังควร ก็สมควรแล้วที่ใครๆมันก็ว่านี่เป็นมาตรฐานของประเทศตอแหลแลนด์แดนแค่นยิ้ม***

***สังคมดีๆของชาวเสื้อแดงกันมั่ง กลุ่ม”แดงสุพรรณทั้ง 10 อำเภอ"ขอเชิญผู้รักประชาธิปไตย ร่วมงาน “วันแดงพลิกแผ่นดิน”ทานอาหารโต๊ะจีน/อาหารที่นั่งฟรีท่านที่ไม่ได้จองโต๊ะ ฟังการปราศรัยโดยแกนนำ วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 นี้ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ณ.วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร สุพรรณบุรี ติดต่อ-084-3876039/089-9777827 ขอเชิญพี่น้องมาช่วยกันพลิกแผ่นดินสุพรรณจากบรรหารบุรีให้เป็นแดนดินถิ่นประชาธิปไตย***

*** 20พ.ย.2552 เมืองใหม่บางพลีจัดงานรวมพลเสื้อแดงบางเสาธง สมุทรปราการ เริ่มตั้งแต่16.00น.เป็นต้นไป แกนนำชุดใหญ่สถานที่จัดงานคือสนามกีฬาเมืองใหม่บางพลี การเดินทางมีรถเมล์ผ่านหน้าสนามกีฬาคือ132,133,537รถเมล์สีส้มอู่จอดที่สำโรงวิ่งเข้าถ.เทพารักษ์คือสายสำโรงบางบ่อ, รถตู้จากหมอชิตตรงใต้ทางด่วนจะมีรถวิ่งมาเมืองใหม่บางพลี,ถ้าที่บางนาจะมีรถตู้จอดตรงโรงพยาบาลสัตว์บางนา,สำโรงตรงอิมพีเรียลจะมีรถตู้วิ่งมาถึงเมืองใหม่บางพลี, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตมีรถตู้วิ่งมาเมืองใหม่บางพลี,เดอะมอลล์บางกะปิก็มีรถตู้วิ่งมาเมืองใหม่บางพลีเหมือนกัน***

***ถ้าขับรถมาเองใช้เส้นทางบางนา-ตราดทางเข้าอยู่ตรงก.ม.23 ปากทางมีโรงพยาบาลบางนา2ขับตรงเข้ามาถึงวงเวียน วิ่งผ่านธนาคารไทยพานิชย์เลี้ยวขวาเข้าเมืองใหม่จอดรถที่โรงเรียน10ปีสปช. เดินเข้างานได้เลยสถานที่กว้างขวางที่จอดรถสะดวกสบาย
ใครว่างสะดวกที่จะไปเชิญร่วมงานค่ะ อยากให้ไปกันมากๆเพราะกลัวคนจะไปกันน้อยเสียกำลังใจคนจัดแย่เลย***

***เชิญผู้รักประชาธิปไตย พี่น้องชาวเสื้อแดงร่วมงานพิธีฌาปนกิจนางธรรมรส สุนทรพล “เจ๊ขก” ในวันเสาร์ที่ 21 พ.ย. 2552 เวลา 17.00 น. ที่วัดมหาพฤฒาราม เพื่ออำลาอาลัยแม่ค้าประชาธิปไตยเป็นครั้งสุดท้าย และเสริมกำลังใจให้แก่กันสำหรับชาวเราที่ยังต้องสู้กันต่อไป***

อนิจจาน่าใจหาย..
คนดีดีไม่ล้มตายก็หายหน้า
อสัตย์อธรรมอหังการ์
เทวดาหัวร่อเยาะมนุษย์!
(ภาพ:สุชาติคนวันเสาร์ฯกับเจ๊ขก เมื่อเริ่มรบเผด็จการคมช.)

***เชิญชาวเสื้อแดงสระบุรีและพี่น้องพื้นที่ใกล้เคียงพบปะประชุมวันพฤหัสที่ 26 พ.ย 52 เวลา 18.00 - 21.00 น.ที่ชุมชนธารทองแดง ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท สระบุรี ***

***แจ้งข่าวฝากจากแกนนำนปช. เรื่องการเดินทางไปฟ้องกลับคดีแกนนำนปช.ถูกดำเนินคดีบุกบ้านสี่เสา ตอนเหตุการณ์22กรกฎา2550 ขอเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่18 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 น.ไปเป็นวันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมเป็นกำลังใจให้บรรดาขุนพลแกนนำ นปช.ทุกท่านโดยพร้อมเพรียงกัน***

***เชิญฟังปาฐถถาและเสวนาในโอกาสครบรอบ 60 ปีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวข้อ"โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน: ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์" ปาฐกถานำโดย
ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล



ร่วมเสวนาโดย
รศ.ดร.จุลชีพ ชิณวรรโณ
รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ
ผศ.ดร.ขจิต จิตตเสวี

ดำเนินรายการโดย
ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.30-16.30 น.ณ ห้องทวี แรงขำ (ร.103) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งโทร 0 2613 2301 ***

***ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เชิญร่วมงานอุษาคเนย์เสวนาสาธารณะ: Southeast Asian Public Talks ครั้งที่ 2 เชิญร่วมฟังเสวนา Cancellation : Thai-Cambodian MOU, win or lose? -“ยกเลิก MOU กับกัมพูชา-ไทยได้อะไร-เสียอะไร” วันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

13.00 ลงทะเบียน และชมวีซีดี
13.30 เปิดงานโดย ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์
13.45 เสวนา/วิทยากร
อ. พนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการ และอดีต สว. ตาก
อ. ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สส. ระบบสัดส่วน ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ
ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
อ.กวีพล สว่างแผ้ว มหาวิทยาลัยบูรพา
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดำเนินรายการ
อ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ พิธีกร
16.45 ซักถาม-แสดงความคิดเห็น
17.00 สังสรรค์
หมายเหตุ :เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งทศวรรษ 2543 – 2552 โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ. ร่วมจัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ไม่มีค่าลงทะเบียน (ฟรี)***

***ปิดท้ายวันนี้ มิตรร่วมรบทั้งยุค6ตุลา และไปเป็นสหายร่วมรบในป่าตกตลึงนึกว่าย้อนรอยไปอยู่เมื่อ 6 ตุลาคม 2519 กำลังนั่งฟังพันเอกอุทาร สนิทวงศ์ ทางวิทยุยานเกราะ แต่พอหันไปดูปฏิทินดีๆแล้ว ปรากฎว่าตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา14.30 น. เทอดภูมิ ใจดี ผู้นำกรรมกรบอกผ่าน ASTVว่า เหตุที่ พคท.แแพ้ เพราะตามก้นจีน ไม่ได้ดูว่าประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ มวลชนรักสถาบัน และษััตริย์องค์นี้ไม่เคยทำอะไรให้เป็นผลเสียกับบ้านเ้มือง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชนะได้เพราะมีรัสเซียเป็นแนวหลัง เวียตนามชนะได้เพราะมีจีนเป็นแนวหลัง แต่พคท.แพ้ เพราะไม่มีแนวหลัง
ตอนนี้ทักษิณจะเอาเขมรเป็นแนวหลัง และเข้ามายึดอำนาจผ่านการรัฐประหาร สร้างความปั่นป่วนแตกแยก เอาพวกอดีตคอมมิวนิสต์หลายคนมาเป็นพวก ตรงกับหลักของคอมมิวนิสตว่า์รู้เขา-รู้เรา***

***ส่วนประยูร อัครบวร อดีต 18 กบฎ-ผู้ต้องหา 6 ตุลา และคนที่เคยออกมาแถลงข่าวตอบโต้หนังสือพิมพ์ดาวสยามใช้วิธีชั่วช้านำรูปตัดแต่งกล่าวหาใส่ร้ายว่านักศึกษาที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์เล่นละครแขวนคอองค์รัชทายาท พูดในรายการเดียวกันบอกว่า ตอนนี้มีคอมมิวนิสต์โง่ๆในไทยจะเอากำลังต่างชาติมาล้มสถาบัน เราต้องร่วมกันสู้เพื่อลูกหลานในอนาคต***

***ส่วนชัยพันธ์ อดีตที่ปรึกษาสมัชชาคนจน บอกว่าทักษิณมีการสะสมกำลังอาวุธตามชายแดนจริง ซึ่งเตรียมมานานแล้ว ตั้งแต่ 13 เมษา โดยทักษิณออกมาบัญชาเองที่สนามกอล์ฟในเขมร และเชื่อว่าจะมีสงคราม มีสถานการณ์ความรุนแรง มีการสร้างกองกำลังเข้ามาทางภาคใต้ด้วย อดีตนายกไทยอย่างทักษิณ สมชาย และบิ๊กจิ๋ว หลงไปยกย่องเขมรที่เป็นประเทศเล็กๆที่ไม่มีน้ำยาอะไรในระดับสากลเลย***

***อนิจจังไม่เที่ยงหนอ ซ้ายสุดเหวี่ยงไปอยู่ขวาสุด ส่วนขวาสุดแบบสมัครโดนเทมาอยู่ซ้าย มหาเศรษฐีสัมปทานแบบทักษิณกลายเป็นผู้นำการต่อสู้ คุณหนูนักเรียนนอกแบบจักรภพกลายเป็นนักปฏิวัติ ตถตา!***

ถึงเจ๊ขก คนดีที่จากไป




ถึงพี่สาวผู้จากไปไกลลับหล้า
มีนามว่าเจ้ขกชกหมัดตรง
พี่ยืนหยัดซัดเจ๊กลิ้มยิ้มอย่างทะนง
พี่ช่างองอาจหาญกล้าสง่างาม

พี่ฟันฟาดสนธิลิ้มคนสิ้นชาติ
ที่บังอาจบิดเบือนเหมือนถูกหยาม
พี่เปิดโปงโขลงชั่วรัวประณาม
ไอ้บ้ากามแอบอ้างล้างทำลาย

พี่สุดทนดูสนธิริกำแหง
เริ่มรุนแรงโกหกทั่วชั่วท้าทาย
พึ่จึงเตือนอย่าอุกอาจชาติมลาย
มึงฉิบหายผู้เดียวอย่าเที่ยวกร่าง

ถึงเจ้ขก พี่คนดี ที่จากไป
พี่ทำให้เราทุกคนเห็นแบบอย่าง
พี่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมย่ำทุกทาง
พี่ผู้สร้างให้เกิดก่อขอเชิดชูมิรู้วาย


NiNJA & JoY

เชิญผู้รักประชาธิปไตย พี่น้องชาวเสื้อแดงร่วมงานพิธีฌาปนกิจนางธรรมรส สุนทรพล “เจ๊ขก” ในวันเสาร์ที่ 21 พ.ย. 2552 เวลา 17.00 น. ที่วัดมหาพฤฒาราม

ประวัติเจ๊ขก จากเวบบล็อกประชาธิปไตย100%

นางธรรมรส สุนทรพล (เจ๊ขก) เกิดวันที่ 18 พ.ย. 2500 อายุ 52 ปี มีบุตรชาย 2 คน อายุ 27 และ 26 ปีตามลำดับ สามีชื่อนายฉัตรชัย สิทธิโชติทวีสุข ประกอบอาชีพค้าขาย (ข้าวแกง, อาหารตามสั่ง, ขาหมู, ไอศรีม) ซึ่งระยะหลังได้เปลี่ยนมาขายเสื้อผ้า


ช่วงปี 2547-2548 มีการประท้วงขับไล่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยกลุ่มพันธมิตร “เจ๊ขก” ซึ่งรักอดีตนายกฯ ทักษิณฯ มาก เริ่มทนไม่ได้ จึงออกมาต่อสู้กับคนกลุ่มนี้เรื่อยมา จนกระทั่งวันอังคารที่ 19 กันยายน 2549 รัฐบาลของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกรัฐประหารยึดอำนาจโดย คมช. “เจ๊ขก” ก็ได้ออกมาร่วมต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยกับแกนนำ นปช. ที่ท้องสนามหลวง และทุกครั้งที่มีการชุมนุม ตั้งแต่สนามหลวงมาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา พวกเราก็จะเห็น “เจ๊ขก” ซ้อนมอเตอร์ไซค์สามีมาร่วมต่อสู้อยู่กับพวกเราเสมอ

เจ๊ขกมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเป็นแม่ค้าประชาธิปไตยที่มีบทบาทในการด่าฝ่ายเผด็จการ โดยเฉพาะสนธิลิ้มชนิดที่ด่าได้ไม่ซ้ำมุก และดุเด็ดเผ็ดมันส์ที่สุด

"เจ๊ขก" เริ่มมีอาการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตอนปลาย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเลิดสิน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 แพทย์ก็ให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่งจากพวกเราไปอย่างสงบ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552

ขณะที่สามีของเจ๊ขกเผยว่าแม้ภรรยาจากไป แต่เขาจะสืบทอดเจตนารมณ์ร่วมกับคนเสื้อแดงต่อไป จนกว่าจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงสมเจตนารมณ์ภรรยาแม่ค้านักประชาธิปไตย

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 19, 2009

ประณามลั่นเน็ตจับแพทย์หญิงแพะรายที่4 เผด็จการกวาดล้างฝ่ายประชาธิปไตยในโลกออนไลน์


เหยื่อรายล่าสุด-แพทย์หญิงทัศพร รัตน์วงศา ตกเป็นเหยื่อคดีปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้นเป็นรายที่ 4 ชุมชนโลกออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาคดีนี้คือเป็นปัญญาชน ชนชั้นกลางทั้งแพทย์ นักการเงิน คนในวงการค้าหลักทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลเผด็จการมุ่งหมายกวาดล้างชุมชนโลกออนไลน์ที่เคลื่อนไหวประชาธิปไตย ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ เพื่อทำลายความเคลื่อนไหวของชนชั้นกลางที่เรียกร้องประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤศจิกายน 2552

สมาชิกประชาไทแนะวิธีไม่ตกเป็นเหยื่ออำนาจรัฐเผด็จการ ต้องป้องกันตัวรัดกุม ก่อนชูธงเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการอำมาตยาธิปไตยในโลกออนไลน์ อนาถใจคิวต่อไปจับพระยัดข้อหาทุบหุ้น

กระดานสนทนาที่เคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการอย่างห้องราชดำเนิน เวบพันทิป กระดานสนทนาชุมชนฟ้าเดียวกัน และกระดานสนทนาประชาไท ได้พากันออกโรงประณามการจับกุมเหยื่อคดีคอมพิวเตอร์รายล่าสุดที่เป็นแพทย์หญิง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจ้องกวาดล้างฝ่ายประชาธิปไตยในโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ขณะที่มีการตั้งคำถามว่า คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิที่หลักฐานชัดแจ้งใกล้ครบขวบปีแล้ว ทำไมไม่จับบ้าง

ASTVสื่อกระบอกเสียงของพันธมิตรรายงานข่าวอ้างว่า แพทย์หญิงที่ถูกจับล่าสุดนี้เป็นสมาชิกเวบบอร์ดประชาไท ใช้ชื่อในการโพสต์ว่าmom เขียนเผยแพร่เกี่ยวกับอาการพระประชวรในทางที่ไม่เป็นมงคล ซึ่งตำรวจอ้างว่าเป็นต้นตอทุบหุ้นระหว่างวันที่ 14 -15ตุลาคมที่ผ่านมา

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(รองผบก.ปอท.) เปิดเผยว่า ได้สืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการปล่อยข่าวทุบหุ้นจนส่งผลให้เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย เป็นพระภิกษุวัดดังแห่งหนึ่ง

จับแพทย์หญิงโยงแพร่ข่าวอัปมงคลทุบหุ้น

ทั้งนี้จากกรณีที่ตำรวจ บช.ก.จำนวนหลายหน่วยงานได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาที่กระทำความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เรื่องการโพสต์ข้อความอันมิบังควรผ่านทางเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต จนก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อประเทศชาติและส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจรวมถึงตลาดหุ้นไทยนั้น โดยมีผู้หา 3 คน คือ นายคธา ปาจาริยพงษ์ พนักงานบริษัทหลักทรัพย์เคที ซีมิโก้ จำกัด น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนันธ์ อายุ 43 ปี กรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด และนายสมเจตน์ อิทธิวรกุล อายุ 38 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์แห่งหนึ่งในชลบุรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วานนี้(18 พ.ย.) พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.ปอท. และพ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รอง ผบก.ปอท. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปอท.เข้าจับกุมตัว พญ.ทัศพร รัตน์วงศา อายุ 42 ปี แพทย์รังสีวิทยา โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเสียหายปี 2550 ข้อหานำเข้าข้อมูลอื่นและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงต่อประเทศ โดยมีพฤติกรรมไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ปล่อยข่าวให้เกิดความเสื่อมเสีย มีโทษจำ 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถจับกุมตัวได้ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน รพ.ธนบุรี ถนนตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม.

จากการสอบสวนเบื้องต้น พญ.ทัศพร ยอมรับว่า เคยโพสต์ข้อความมิบังควรลงในเว็บบอร์ดจริง แต่ไม่มีเจตนาจะมุ่งร้ายต่อสถาบันเบื้องสูง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจค้นที่ห้องพัก ภายในรอยัลปาร์ค คอนโดมิเนียม ภายในซอยพหลโยธิน 8 พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้พบข้อมูลเกี่ยวกับข้อความอันมิบังควรที่ พญ.ทัศพร โพสต์ลงบนเว็บบอร์ด จึงรวบรวมพยานหลักฐานติดตามไปจับกุมได้ภายในโรงพยาบาล เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับ นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผอ.สำนักการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วคาดว่าน่าจะอนุญาตให้ประกันตัวออกไปเหมือนรายอื่นๆ ที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ แต่จะต้องถูกควบคุมบริเวณไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศไทย ส่วนจะถูกแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่นั้น หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงไอซีที ที่จะดำเนินการหาพยานและหลักฐานมาดำเนินการต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับพญ.ทัศพร ในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเสียหายปี 2550 โดยนำข้อมูลโพสต์เข้าไปทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเอาคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหามาตรวจสอบ ว่าจะมีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกบ้าง หากพบมีผู้เกี่ยวข้องก็จะออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป ซึงตอนี้ยังไม่มีการออกหมายจับใคร ต้องรอผลการตรวจสอบหลักฐานอีกครั้ง

ฝ่ายประชาธิปไตยในโลกออนไลน์เซ็งชี้เผด็จการจ้องกวาดล้างปชต.โลกออนไลน์

ห้องสนทนาราชดำเนิน เวบพันทิป ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแพทย์หญิงรายนี้โพสต์ลงประชาไท ซึ่งเป็นห้องสนทนาที่คนสนใจการเมืองมากกว่าเรื่องหุ้น ไม่น่ามีอิทธิพลทุบหุ้นได้ จึงน่าจะเป็นแพะมากกว่า

ส่วนห้องสนทนาประชาไทก็ตั้งข้อสังเกตทำนองเดียวกัน กับเย้ยหยันว่าไม่มีหลักฐานอะไรเลย หุ้นตกหนักแล้ว สมาชิกประชาไทค่อยแปลมาลงทีหลัง แต่ก็โดนจับ เป็นการำระทำที่ต้องการทำลายฝ่ายที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและเผด็จการในโลกอินเตอร์เน็ตมากกว่า

สมาชิกเวบบอร์ดประชาไทยังได้เสนอแนะสมาชิกให้หาทางป้องกันตนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกับผู้ต้องหา4รายที่ผ่านมาผ่านกระทู้มารู้ทัน+วิธีแก้ ว่ารัฐรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นใครโดยไม่ต้องขอล็อกไอพีจากคุณจีรนุช

หลายๆคนอาจสงสัยว่าไอซีทีรู้ได้ไง วิธีการที่ง่ายๆก็คือการ sniff หรือดักจับ เเพคเก็จข้อมูลโดยอาศัย isp ช่วยทำงานให้ โดยกรองแค่ข้อมุลที่วิงมาที่ประชาไท ซึ่งก็จะรู้ว่ามาจากไอพีอะไร จากนั้นไอเอสพีก้จะเข้าไปดูว่าไอพีนี้ถูกแจกให้กับยูสเซอร์อะไรลงทะเบียนโดยใคร จากนั้นก็ไปไล่ดูว่าคนดังกล่าวมีฐานะ อาชีพ ประวัติเป็นใคร ถ้าเข้าเค้าก็โอเคเลย

ส่วนอีกแบบก็คือให้ไอเอสพีดูในลอกไฟล์การใช้งานของลูกค้าหรือยูสเซอร์ ว่าใครเข้าใช้ ประชาไทบ้าง จากนั้นก้ไปไล่ดูไอพี แล้วก็ ประวัติ ยูสเซอร์ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งวิธีนี้ทางไอเอสพีกก็อาศัยการดักจับแพคเกจหรือ sniff อีกนั่นแหละ

การ sniff จะทำให้รุ้ที่มา แล้วก็ จดุหมายของ แพคเก็จข้อมูล

วิธีแก้ไขก็คือ ทำการพรางไอพีด้วยการใช้ proxy หรือ ซอฟแวร์ ประเภท ฟรี vpn (เช่น hotspot shield ที่คนเล่นแคมฟรอกใช้กัน) ก็จะช่วยได้ วิธีนี้จะทำให้ ที่มาของแพคเก็จไม่ได้มาจากคุณเองแต่มาจากเวบไซต์พรอกซี่หรือผู้ให้บริการ vpn นั่นเอง

อีกเทคดนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ tor ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเวบของกระทรวงกลาโหมโดนแฮกมาแล้วสมัย คมช ซึ่งการแฮคก็อาศัยเทคโนโลยี ทอร์ นี่แหละครับ ทอร์นั้นทำงานคล้าย proxy แต่ต่างกันที่ว่า ทอร์นั้นมีลักษณะเป็นเครือข่าย ดังนั้นโอกาสที่จะเทรซหรือหาต้นตอของแพคเก็จนั้นแทบเป็น 0 สำหรับทอร์แล้ว เครื่องคอมทุกเครื่องทำหน้าที่เป็นเกตเวย์เซิฟเวอร์ได้ในตัว ซึ่งคุณสามารถใช้งานทอร์ได้แบบฟรีๆด้วยการติดตั้งใช้งานปลักอิน (plug-in) tor ใช้งานให้กับ firefox
ดาวน์โหลดได้ที่ https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/downloads/latest/2275/addon-227...

ข้อเสียก็คือการใช้งาทอร์นั้นจะช้าหรือเร้วขึ้นอยุ่กับว่าคุณ ถูก bind เข้ากับเครื่องคอมเครื่องไหน และ มีขนาด/ปริมาณการใช้งานแบนวิดท์เยอะหรือเปล่า

ซึ่งหลังจากเข้าใช้งาน คุณสามารถตรวจสอบคุณเองว่าได้ใช้งานไอพีตัวไหน ด้วยการเข้า ไปเช็คได้ที่ www.speedtest.net ตราบใดที่ไอเอสพี่ที่ปรากฏไม่ใช่ไอเอสพีที่คุณใช้งานก็แสดงว่าใช้งานได้

ฟ้าเดียวกันออกแถลงการณ์ประณามจับแพะเพื่อทำลายเสรีภาพในการแสดงออก


ส่วนชุมชนฟ้าเดียวกันที่ก็มักตกเป็นเป้าหมายการกวาดล้างปราบปรามเช่นเดียวกับเวบประชาไทก็ได้ออกมาวิจารณ์ทำนองเดียวกัน และก่อนหน้านี้ได้ออกแถลงการณ์ประณามการจับแพะกรณีทุบหุ้น


การจับกุมอิสรชนสามท่าน ซึ่งได้แก่ คุณคฑา ปาจริยพงษ์ คุณธีระนันท์ วิปูชนินท์ และคุณ สมเจต อิทธิวรกุล ในข้อหาป่วนตลาดหุ้น จากข้อเท็จจริงคุณคฑา ได้แสดงความคิดเห็นถึงสาเหตุหลังเหตุการณ์หุ้นตกไปแล้ว และคุณจีระนันท์ ได้แปลข่าววิเคราะห์จากต่างประเทศถึงสาเหตุของการหุ้นตกที่ผ่านมา เห็นได้ว่า ทั้งสามท่านมิได้เป็น "ต้นเหตุ" ของภาวะเหล่านั้นไม่ว่าจะพิจารณาในทางใด เหล่านี้สะท้อนได้ว่า การจับกุมอย่างจงใจสะเพร่าเช่นนี้ เกิดขึ้นเพื่อรองรับมูลเหตุจูงใจบางประการ และพยายามเร่งขยายผลต่อไป เช่น การคุกคามเว็บบอร์ดของชุมชนฟ้าเดียวกัน(www. sameskyboard.com) เว็บบอร์ดประชาไท(www.prachataiwebboard.com) และกระดานสนทนาฟรีสปีช อื่นๆ โดยอาศัยกฎหมายล้าสมัยและไร้ศีลธรรมต่ำทรามอย่างที่สุด เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๑๒ ซึ่งพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือแห่งการคุมคามนี้

การแสดงความคิดเห็น และการเผยแพร่ข่าวสารในเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนเป็นสาระสำคัญพื้นฐานแห่งสิทธิเสรีภาพของประชาชน การอ้างภัยแห่งความมั่นคงนั้น ล้วนเป็นข้ออ้างของรัฐบาลเผด็จการทุกยุคสมัย

ในความเป็นจริง มีข่าวลือจำนวนมากในตลาดหุ้น รวมถึงปัจจัยตัวแปรต่าง ๆ การเจาะจงเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ ข่าวลือเกี่ยวกับสถาบัน แสดงให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจต้องการขยายผล เพื่อละเมิดสิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้อินเตอร์เน็ท- ชุมชนออนไลน์ต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นเผด็จการในการปิดกั้นการรับรู้และแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน โดยพยายามอ้างนักลงทุนเป็นพวก

นอกจากนี้ ความปั่นป่วนในตลาดหุ้นที่เกิดขึ้น ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีความไม่ไว้วางใจต่อ "แถลงการณ์จากรัฐ" หรือ "แถลงการณ์จากราชสำนัก" ภายใต้สังคมที่ปฏิเสธความจริง หรือปิดกั้นเสรีภาพ อยู่เนือง ๆ ย่อมสร้างภาพแห่งความไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่านักลงทุนไทยหรือต่างชาติ คงตระหนักซึ้งในเรื่องเหล่านี้ดี

การถูกบังคับให้เชื่อ ให้ได้ยิน ให้ได้ฟัง อยู่ด้านเดียวนี้เอง เป็นกลไกหนึ่งที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือ "แถลงการณ์จากรัฐ" และ "แถลงการณ์จากราชสำนัก" จึงไม่น่าแปลกใจว่า "ข่าวลือ" จะสามารถปั่นป่วนตลาดหุ้นไทยได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่แถลงการณ์สำนักพระราชวังได้ออกมาอย่างเนือง ๆ แต่หาสร้างน้ำหนักอันมีผลต่อการตัดสินใจไม่

ในครานี้ ฝ่ายรัฐ กลับตอกย้ำปมปัญหา โดยการคุกคามสิทธิเสรีภาพอีกครั้ง และเป็นการจับแพะได้อย่างน่าละอายยิ่ง วิญญูชนล้วนตระหนักดี และเล็งเห็นได้ว่าจะมีการ "หาเรื่อง" และ "จับแพะ" เพิ่มเติม การจงใจสะเพร่าเช่นนี้ จะอ้างว่า ให้พิสูจน์ในชั้นศาล ไม่อาจฟังขึ้น เพราะเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ อยากจับใครก็ได้ ให้พิสูจน์ในชั้นศาลเอาเอง ซึ่งขัดต่อหลักสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพในรัฐประชาธิปไตย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบือน อันบั่นทอนหลักนิติรัฐ เรื่องเหล่านี้ในนามชุมชนเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน ไม่อาจยอมรับได้ และขอเรียกร้องดังนี้

๑.แม้จะเป็นการเริ่มต้นดำเนินคดี อย่างมิชอบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ดำเนินคดีแล้ว ก็ต้องเคารพระเบียบกระบวนการทางกฎหมาย โดยหลักการประชาธิปไตยในโลกสากล ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และรัฐธรรมนูญทุกฉบับของราชอาณาจักรไทย ได้เคารพในหลักการว่าผู้ถูกกล่าวหาคือผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะถูกพิสูจน์โดยกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำความผิด โดยกระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมายนั้น จะต้องกระทำโดยเปิดเผยและให้โอกาสต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในขณะนี้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ททั้งสามท่านที่ถูกดำเนินคดี จะต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดจนเจ้าพนักงานในกระบวนยุติธรรมทางอาญาทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามท่าน อย่างเปิดเผยและเป็นไปตามปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายด้วย

๒.พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ถูกบังคับใช้ในครั้งนี้ ทำหน้าที่เสมือนส่วนขยายของ กฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา ๒ โดยชัดแจ้ง ในทางหนึ่ง แม้แต่องค์พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันเอง ยังเคยมีพระราชดำรัสว่า กฎหมายดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันกษัตริย์

๓.พลเมืองเสรีประชาธิปไตย โปรดประณามการจับกุมในรูปแบบนี้ และเผยแพร่พฤติกรรมที่น่าละอายของเจ้าพนักงานรัฐไทย แพร่ขยายไปยังสื่อทั้งในและนอกประเทศ

๔.พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ , บรรดากฎหมายซึ่งออกโดยคณะรัฐประหารทั้งปวง ตลอดถึงกฎหมายที่ละเมิดหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและที่ละเมิดต่อหลัก การสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน ทุกฉบับ ทุกมาตรา ต้องถูกยกเลิกโดยเร็วที่สุด

๕.การใช้อำนาจคุกคามสิทธิเสรีภาพทางความเห็น ไม่ว่าจะอาศัยอำนาจโดยในหรือนอกกฎหมาย ต้องไม่เกิดขึ้นอีก

๖.เราคาดว่าน่าจะมีการ"หาเรื่อง"และ" จับแพะ" เพิ่มเติม ซึ่งเราผู้รักประชาธิปไตยนั้นไม่เห็นด้วยและจะพยายามคัดค้านในทุกวิถีทาง

สุดท้ายนี้เราอาจกล่าวต่อท่านว่า แม้ท่านอาจจะปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงเจตนาเพียงใด แต่สิทธิอันท่านไม่อาจก้าวล่วง และไม่อาจหาเครื่องมือในการปิดกั้นหรือบังคับได้เลย คือ "สิทธิในการคิด ในความศรัทธา ในความรัก ในความเกลียดชัง" อันเป็นสิทธิสัมบูรณ์โดยแท้ที่ไม่มีผู้ใดเคยสามารถที่จะจำกัดบังคับได้

มาดูข้อมูลคอรัปชั่น 8 ปีของเมืองไทย ตอกหน้า คมช.และพวกสนับสนุนรัฐประหาร


ก่อนรัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


โดย คุณหนูเอง
19 พฤศจิกายน 2552

จากกร๊าฟที่พล็อตจากข้อมูลของ Transparency International พบว่า ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับเหตุผลหนึ่งที่ คมช. นำมากล่าวอ้าง ว่า รัฐบาลทักษิณคอรัปชั่นกันทุกหย่อมหญ้า

ข้อมูลตามกร๊าฟกลับชี้ว่า ค่า CPI หรือ Corruption Perception Index (ค่าน้อย คอรัปชั่นมาก) มีค่าเพิ่มขึ้นตามลำดับจากปี ๒๕๔๕-๔๘ จนปี ๒๕๔๙ ปีทีถูกรัฐประหาร ค่านี้ก็ลดฮวบฮาบลงอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ คอรัปชั่นกลับขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังรัฐประหาร


ดิฉันขอให้ดูแนวโน้ม (trend) ค่ะ ก่อนรัฐประหาร แนวโน้มคือ ค่า CPI เพิ่มขึ้นโดยสม่ำเสมอทุกปี แสดงว่า คอรัปชั่นในสังคมไทยในสายตาโลกลดลงทุกปี แต่พอรัฐประหาร ผลคือ ค่า CPI แทนที่จะเพิ่มต่อ กลับลดลงฮวบฮาบ แปลว่าอะไรคะ ในสายตาโลก แนวโน้มคอรัปชั่นในไทยเปลี่ยนในทางเลวลงทันที คอรัปชั่นแทนที่จะน้อยลงตามเจตนาของคณะรัฐประหาร กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


ที่แปลกคือ พอท่านสมัครและสมชายเป็นรัฐบาล ค่า CPI กลับหันหัวกลับใหม่ พอเปลี่ยนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ CPI กลับหล่นลงอีกไม่ต่างจากรัฐบาลทหาร(ตั้ง)

อย่างนี้ เราควรจะเชื่อรัฐบาลนี้ หรือ องค์กร Transparency International กว่ากันคะ?

*********
อ้างอิง
[1] http://en.wikipedia.org/wiki/Corruption_Perceptions_Index
[2] http://transparency.org/policy_research/surveys_indices/cpi/2009/cpi_2009_table

ถึงคิวมติชนมั่วปูดจักรภพขนอาวุธเขมรเข้าไทย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤศจิกายน 2552

มั่วกันครบทุกสำนัก ล่าสุดมติชนพาดหัว"จักรภพ"แถลงข่าวส่งอาวุธเขมรเข้าไทย

ยังมีพฤติการณ์ที่ตกต่ำหาความเชื่อถือไม่ได้ ไร้การตรวจสอบข่าว เอาแต่จะจ้องทำลายดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย เป็นสมุนช่วงใช้เผด็จการเข้าทุกวันสำหรับสื่อกระแสหลัก หลังจากเมื่อไวๆนี้เครือผู้จัดการและสื่อกระแสหลักโหมชวนเชื่อว่าทักษิณใหสัมภาษณ์TIMES ONLINEหมิ่นเบื้องสูง ทั้งที่ทักษิณให้สัมภาษณ์จงรักภักดี และเมื่อวานหมาดๆออกข่าวมั่วอีกใส่ไคล้ว่านักท่องอินเตอร์เน็ตที่เป็นนางพยาบาลกับดีเจจัดรายการผ่านแคมฟร็อก เป็นคนคุมการยิงระเบิดM79ใส่เวทีพันธมิตร(ดูลิ้งค์ข่าว ฮาลั่นเวบเสธ.แดง พธม.แหลใส่นางพยาบาลเล่นเน็ตกับDJแคมฟร็อกเป็นมือบึ้มM79ถล่มพันธมิตร )

ล่าสุดมาถึงคิว"สื่อคุณภาพของประเทศ"อย่างมติชนออนไลน์กันบ้างที่พาดหัวข่าวว่า บก.เรดนิวส์ยัน"จักรภพ"แถลงข่าวส่งอาวุธเขมรเข้าไทย19พ.ย. โดยเนื้อหาข่าวมีดังนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พฤศจิกายนได้รับแจ้งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบุข้อความนัดหมายสื่อมวลชนว่า นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำคนเสื้อแดงที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี จะแถลงข่าวส่งอาวุธเขมรเข้าไทย วันที่ 19 พฤศจิกายน.เวลา 14.30 น. ที่ชั้น 5 ห้องเรดช็อป อิมพีเรียล ลาดพร้าว อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นผู้แจ้งกำหนดการดังกล่าวแต่ปรากฏว่าได้ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนไม่ทราบความเคลื่อนไหวของนายจักรภพว่าได้เข้ามาประเทศไทยแล้วหรือยัง เพราะหลังจากที่นายจักรภพประกาศแยกทางไปตั้งกลุ่มแดงสยามก็ไม่ได้ติดต่อประสานงานกันอีกเลย ส่วนการแถลงข่าวของนายจักรภพในวันที่ 19 พ.ย. ก็เป็นเรื่องของนายจักรภพ ส่วนพวกตนก็คือ นปช. โดยหลังจากการประชุมในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ แกนนำ นปช.จะแถลงข่าวในเวลา 13.00 น.ที่อิมพีเรียลลาดพร้าวเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวมติชน ได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช.และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Red News ของคนเสื้อแดง ได้กล่าวยืนยันว่า นายจักรภพจะเปิดแถลงข่าวจริงในเวลา 14.30 น. วันที่ 19 พ.ย. นี้ ที่ ร้าน Red Shop ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ขณะที่ แกนนำ นปช. 3 เกลอนั้น จะแถลงข่าวที่ ชั้น 6 สถานที่เดียวกัน


สำหรับนายจักรภพ นั้น เป็นต้องหาในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีกล่าวบรรยายพิเศษเป็นภาษาอังกฤษโดยมีถ้อยคำเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบัน ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 ก่อนที่จะหลบหนีหมายศาลและเดินทางไปต่างประเทศ โดยที่ไม่กลับเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2552 ภายหลังจากการชุมนุมใหญ่และก่อจลาจลโดยกลุ่มเสื้อแดง แต่ก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองอยู่เรื่อยๆ


ทีมงานจักรภพโต้ไม่เคยแจ้งเลยว่าเป็นเรื่องแถลงข่าวขนอาวุธเขมรเข้าไทย

ทีมงานนายจักรภพ เพ็ญแข เปิดเผยว่า ได้แต่งุนงงกับข่าวที่มติชนนำเสนอเรื่องแถลงข่าวจะขนอาวุธจากเขมรเข้าไทย เพราะไม่เคยแจ้งไปเช่นนั้นเลย แต่ได้แจ้งไปยังสื่อมวลชนจริงๆด้วยข้อความว่า"
เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่รัก ในวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ย. 52 “คุณจักรภพ เพ็ญแข” จะจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ เพราะเห็นว่าระยะนี้มีข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านออกมามากมาย ซึ่งถูกบ้างผิดบ้าง จึงอยากจะเปิดใจให้ทุกท่านได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงจึงขอเชิญพี่น้องสื่อมวลชน มาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ย. 52 เวลา 14.00 น. ณ ห้องเสวนา ชั้น 5 (The Red Shop) ห้างอิมพีเรียล เวิล์ด ลาดพร้าว ติดต่อคุณนุช 081-6967603, คุณสุณี 089-0412131 กรุณาแจ้งบอกต่อให้ด้วยคะ


ทั้งนี้จากการสอบถามนายจักรภพ ทีมงานของนายจักรภพกล่าวว่า อาจมีการแถลงข่าวในประเด็นนี้หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนเหมือนการพยายามโยงว่าฝ่ายทักษิณไปติดต่อกับเขมรเพื่อขนอาวุธเข้ามาก่อเหตุในไทย ซึ่งเป็นความพยายามของสื่อกระแสหลักที่จะให้ร้ายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย

ทั้งนี้ที่มติชนออนไลน์อ้างว่ามีการแจ้งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือแจ้งการแถลงข่าวนั้นมีการแจ้งไปจริงผ่านSMSของสำนักข่าวTPnews โดยมีข้อความว่า"บ่ายสอง19พ.ย.จักรภพแถลงข่าวประเด็นร้อนๆที่ชั้น5อิมพีเรียลลาดพร้าว"

"คุณจักรภพอ่านข่าวแล้วก็ได้แต่ขำๆ มติชนนี่ว่าหนักแล้ว ข่าวออนไลน์ของเนชั่นทันข่าวตลกกว่าอีกบอกว่าจักรภพจะขนอาวุธมาที่ร้านเรดช็อป อิมพีเรียลลาดพร้าวกันเลย คุณจักรภพก็ได้แต่ขำๆ และจะถือโอกาสชี้แจงความจริงซะเลยในวันนี้"เจ้าหน้าที่ทีมงานนายจักรภพกล่าวและเพิ่มเติมว่า ก่อนนี้มีสื่อบางฉบับนำเสนอข่าวพาดพิงว่าจักรภพจะขนอาวุธเข้าไทย เลยทำให้นายจักรภพออกมาชี้แจงแถลงข่าววันนี้ พอส่งหนังสือเชิญทางสื่อมวลชนมาทำข่าว กลายเป็นเรื่อง"ไปไหนมาสามวาสองศอก"เพราะนำไปพาดหัวว่า จักรภพแถลงข่าวจะขนอาวุธจากเขมรเข้าไทย

ทั้งนี้จากการที่ทีมงานจักรภพสอบถามไปยังมติชนว่าทำไมเสนอข่าวอย่างนี้ ได้รับคำตอบว่าพอดีในส่วนของการนำเสนอข่าวออนไลน์นั้นเป็นแผนกเล็กๆควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง และเป็นนักข่าวใหม่ที่ดูแลอยู่ 2คน แต่จนป่านนี้มติชนออนไลน์ก็ไม่ได้แก้ไขข่าวแต่อย่างใด

ฮาลั่นเวบเสธ.แดง พธม.แหลใส่นางพยาบาลเล่นเน็ตกับDJแคมฟร็อกเป็นมือบึ้มM79ถล่มพันธมิตร


ผงะ-สนธิ ลิ้มทองกุล หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมายเรียกคดียึดสนามบินถึงกับผงะในช่วงมีระเบิดM79ลงหลังเวที ขณะกล่าวปราศรัยปลุกความคลั่งชาติ เสธ.แดงระบุถูกบึ้มเพราะชอบดึงเบื้องสูงลงมาเกลือกกลั้วการเมืองโสโครกของพันธมิตรเป็นประจำ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤศจิกายน 2552

ฮากันสนั่นเวบเสธ.แดง เมื่อนักท่องเน็ตที่เป็นนางพยาบาลรายหนึ่งต้องถูกมั่วนิ่มให้กลายเป็นผู้ร้ายใจทมิฬ ร่วมมือกับดีเจห้องแคมฟร็อกเป็นคนคุมทีมยิงระเบิดM79สังหารใส่เวทีพันธมิตร ตามที่เวบไซต์ผู้จัดการกระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรใส่ไคล้แบบสะตอบอแหลสดๆ


ผู้ที่ถูกพาดพิงจากเวบผู้จัดการASTVกระบอกเสียงของผู้ก่อการร้ายพันธมิตรว่า เป็นขบวนการยิงระเบิดM79ใส่เวทีพันธมิตรในขณะที่หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมายจับ สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังปราศรัย ได้ออกมาเขียนกระทู้โต้กลับในเวบเสธ.แดงด้วยความครื้นเครงว่า เวบไซต์กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายมั่วนิ่มสุดขีด

ทั้งนี้เวบไซต์โจรก่อการร้ายพันธมิตรได้พาดหัวข่าวว่า ฟันธง “เสธ.แดง” ทาสรับใช้ “แม้ว” ยิงถล่มพันธมิตรฯ โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หลังเวทีชุมนุมพันธมิตรที่สนามหลวง เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า
ทางข่าวเชิงลึกตนรู้ตัวบุคคลที่ยิงระเบิดเอ็ม 79 ก่อความรุนแรงกับพันธมิตรฯมาตลอด ซึ่ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นผู้ก่อเหตุทั้งนั้น

แหล่งข่าวระดับสูง กล่าวต่อว่า คนคุมทีมยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มพันธมิตรฯ ทุกครั้งคือ "เค ทอง" กับฉายาหมวกขาว และฉายากำลังไม่ทราบฝ่าย โดยทุกครั้งที่มีการก่อเหตุ เค ทอง จะไปแชตยังห้องแชตรูมของ เสธ.แดง ซึ่งการข่าวทุกครั้งจะดักจับและดักฟังได้


ทั้งนี้คนในเวบเสธ.แดงต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เวบไซต์ผู้จัดการASTVมั่วตลอดทั้งข่าว เนื่องจากเวบเสธ.แดงไม่มีห้องแช็ต(chat room) มีแต่กระดานสนทนา(webboard)จึงไม่มีการแช็ตหรือสนทนาสดๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเหตุการณ์ตามที่เวบผู้จัดการมั่วข่าว และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ว่าจะดักฟังได้ เพราะไม่มีห้องchat roomแบบที่คุยกันทางเสียงในเวบเสธ.แดงเลย

ผู้ใช้นามว่า"หมวกขาว"ได้เขียนในกระทู้เกี่ยวกับข่าวนี้(ดูลิ้งค์)ด้วยความตลกขบขันว่า
"ตื่นนอนมา กลายเป็น"ผู้นำ" ของ "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย "ค่ะ กับคู่หู "อ.เคทอง "...พากันไปถล่ม พันธมิตร แหล่งข่าวระดับสูงของ "ควายเหลือง " รายงานมาว่าง้านนน เฮ้อ...ข่าว...ควายๆ..ไม่แปลกใจเล๊ยยย ทำไม "เหลือง " จึงดักดานกันจริงๆ...เฮ้อ..."


ผู้ใช้นามแฝง"หมวกขาว"ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นผู้หญิง และเป็นนางพยาบาล( ดูลิ้งค์ ) กล่าวในกระทู้อย่างขบขันด้วยว่า
"ฮือๆๆๆ...แงๆๆๆๆ....เสธ.แดงช่วยนู๋ด้วย พานู๋ไปฟ้องหมิ่นประมาทมันที ไอ้พวกนี้...ทำนู๋ฮา...ขี้แตกขี้แตน...!!!"


ขณะเดียวกันเสธ.แดงได้ตั้งกระทู้หัวข้อเรื่อง ถึงไอ้เจ็กลิ้ม-สาวกควายเหลืองและไอ้การ์ดพันธมิตร มหาจำลองช่วยชีวิตมึงไว้ที่เอาเด็กนั่งตักตลอด พวกมึงซ้อมประชาชนทำไม มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที ตายเรียบ! เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

มึงยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืน คอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง


ส่วนรายละเอียดของกระทู้มีดังต่อไปนี้


ไอ้เจ็กลิ้ม...ณ บนเวที 15 นาที เดี๋ยวนี้กลัวตาย

มึงพูดอ้างแต่ในหลวงตลอดเวลา ปราสาทแดกซิพอมีเสียงบึ้ม...หลังเวที มึงโดดลงเวทีแทบไม่ทัน แล้วย่องขึ้นมานั่งใหม่กลัวสะเก็ดลงกระบาลที่เดิมใช่ไหม

ดูคำพูดมึงแต่ละคำทำไมจะไม่โดนอาวุธสงคราม ถ้ามึงยังปากดีแบบนี้และยังไม่เข็ดเดี๋ยวพวกกระเทยก็ยิงกระบาลมึงอีก ให้กูเดาล่วงหน้า

หนึ่ง...มึงบอกว่าในหลวงมีพวกเราเท่านั้นเป็นที่พึ่งสุดท้าย!
(มีแต่ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเรา สมองมึงตั้งแต่ถูกยิงเป็นหัวพลาสติก มึงคิดกลับทางหมด)

สอง...มึงบอกว่ามึงยอมเอาหัวที่ถูกยิงเพื่อรักษาในหลวงไว้
(มีคนในวังเขาขอมึงไว้กับพวก 3 ป. ว่าขอแค่นี้อย่าทำเลย เขาสู้เราไม่ได้หรอก มึงยังไม่รู้สึกตัวอีก)

สาม...ใครต้องการปกป้องในหลวงให้มาอยู่หลังมึง (แสดงว่าทั้งประเทศมีมึงคนเดียวที่ปกป้องในหลวง ไอ้เหี้ย)

ไอ้สัตว์..ตกลงคนอื่นทั้งประเทศที่ไม่ใช่สาวกควายเหลืองของมึง ไม่รักในหลวงใช่ไหม มึงควรจะพูดให้ไกลๆในหลวง ทำไมมึงต้องพูดถึงแต่ในหลวง ปีหนึ่งผ่านไปไม่เข็ด ยังดึงฟ้าต่ำเหมือนเดิม

สี่...มึงก็รู้แก่ใจพวก 3 ป. ยิงกระบาลมึง เพราะด่าองคมนตรีเรื่องเขายายเที่ยง เรื่องเอาโกเต๊กทาฐานพระรูป ร.5 และไปอเมริกาท๊อคโชว์เสือก พูดคำว่า แม่ง...กับสถาบัน นี่คำพูดมึงอยู่ในยูทูป

"แม่งง...พวกในวังโทรมาถามกันใหญ่ผ่านท่านผู้หญิงบุษบาว่า.....ฝากอะไรให้สนธิ คิดถึงสนธิกันใหญ่ อยากรู้แม่ง..."


มึงมันเหิมเกริมเกินความเป็นคนไทยไอ้เจ็กก๊กมินตั๋ง มึงลืมดอยแม่สลองกำพืดมึงที่คนไทยให้ข้าวมึงกินหมดแล้ว

งานเมื่อคืน...มึงต้องก้มลงกราบตีนมหาจำลองไว้ทุกชั่วโมงจากนี้ไป ที่เอาเด็กมานั่งตักตลอดบนเวที...มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที มึงทำคนตายเป็นเบือ มหาจำลองเขาเป็นทหารอาชีพ เขาอ่านออก แบบทหารปืนใหญ่ เขารู้เรื่องการปรับการยิง...จากนี้ไป ลูก 2 กลางเวที แน่นอน จึงต้องรีบเลิกตามที่มหาจำลองแนะนำ

"ควายโง่ๆอย่างพวกมึง อยู่ไปก็รกแผ่นดิน ควรตายเรียบ..ตายแล้วอย่าเสือกไปเกิดเป็นหมาก็แล้วกัน

มึงยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืนคอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง

ขอให้พวกมึงนอนหลับฝันดี...ฝันเห็นสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตายดับกันไปข้างไอ้พวกส้นตีน เสือกกระทืบคนบริสุทธ์อีก ทำกรรมเข้าไป คนยิงเขาจะได้ไม่สงสารมึงเวลาเหนี่ยวไก...
คริ... คริ


เปิดตัว"เคทอง"ดีเจห้องแคมฟร็อกโดนลากไปมั่วด้วย

ส่วนที่เวบผู้จัดการASTVอ้างถึงอีกรายคือ"เคทอง"ว่าเป็นคนคุมยิงM79ทุกครั้งนั้น คาดว่า น่าจะมั่วจากการที่นักจัดรายการวิทยุทางอินเตอร์เน็ตของฝ่ายต่อต้านเผด็จการคนหนึ่งใช้ชื่อแฝง"เคทอง"ซึ่งเป็นคนที่มีบุคลิกสนุกสนาน ถ้าใครเคยเข้าห้องแคมฟรอก การเมือง ห้องVoice_of_change จะเห็นเคทอง จัดรายการคู่กับ เสธ.แดง จัดรายการวิจารณ์การเมือง สดๆใช้คำพูดสไตล์แรงๆ ด่าแป๊ะลิ้ม ด่าพัธมิตร ทำให้เวบผู้จัดการมั่วส่งไปว่าดีเจออนไลน์รายนี้ เป็นคนคุมทีมสังหาร

วันพุธ, พฤศจิกายน 18, 2009

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(18พ.ย.)คนดีดีไม่ล้มตายก็หายหน้า/จักรภพแถลงข่าว"สำคัญ"


อนิจจาน่าใจหาย..
คนดีดีไม่ล้มตายก็หายหน้า
อสัตย์อธรรมอหังการ์
เทวดาหัวร่อเยาะมนุษย์!
(ภาพ:สุชาติคนวันเสาร์ฯกับเจ๊ขก เมื่อเริ่มรบเผด็จการคมช.)

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงวันนี้มาช้าหน่อย พี่น้องที่อยากแจ้งข่าวกิจกรรม ข่าวงาน ข่าวการกุศล ธุรกิจการงาน ขายสินค้า หรือเสนอขายบริการใดๆ ติดต่อมาได้ฟรีๆไม่ต้องเสียตังค์ลงข่าวที่อีเมล์ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเคยนะจ๊ะ***

***ข่าวด่วนจี๋ วันนี้เชิญชาว กทม.มาที่วัดบึงทองหลางลาดพร้าว101 มีเวทีเสื้อแดงใหญ่มากอลังการงานสร้าง เวทีเท่าๆกับสนามหลวง แสงเสียงอลังการงานสร้าง จน"น้าบังสุกุล"แซวว่าไม่รู้ว่างานเผาทุนหรืองานหาทุนกันแน่...ถือว่าอุ่นเครื่องก่อนชุมนุมใหญ่สนามหลวง 29 พฤศจิกายนนี้ เย็นนี้ใครว่างเชิญครับที่ลานเอนกประสงค์ข้างวัดบึงทองหลางลาดพร้าว101 สถานที่กว้างขวาง น่าเปลี่ยนชื่องานหาทุนเป็นงานเผาทุนเห็นเวทีแล้วมีหวังขาดทุนแน่ๆ หรือไปไม่ทันก็รับชมถ่ายทอดสดได้ทางhttp://thaipeoplevoice.net***

***วันนี้ 19.00 พบ รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร 21.00 พบ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง...ที่คนไทยยูเค.คอม เวลา 19.00 น.

พบกับรศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร
นักวิชาการประชาธิปไตย ประเด็น: ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน กรณีศึกษา
1. การยุบพรรคไทยรักไทย
2. วินิจฉัยถอดถอนท่านนายกสมัคร สุนทรเวช
3. การยุบพรรคพลังประชาชน***

***เวลา 21.00 น. พบกับคุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้า พรรคไทยรักไทย ประเด็น: รื้อฟื้นทบทวนคดียุบพรรคไทยรักไทย หลังจากพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี พาพยานปากเอกออกมาเปิดปากสารภาพ ในรายการ คุยข้ามฟ้า กับ Shanamy
ดำเนินรายการโดย DJ.Shanamy และ DJ.Pitt ที่ www.konthaiuk.com และ Camfrog ห้อง room_red_fight***

***ทีมงานคุณจักรภพ เพ็ญแขแจ้งมาว่า เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่รัก ในวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ย. 52 “คุณจักรภพ เพ็ญแข” จะจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ เพราะเห็นว่าระยะนี้มีข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านออกมามากมาย ซึ่งถูกบ้างผิดบ้าง จึงอยากจะเปิดใจให้ทุกท่านได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง

จึงขอเชิญพี่น้องสื่อมวลชน มาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ย. 52 เวลา 14.00 น. ณ ห้องเสวนา ชั้น 5 (The Red Shop) ห้างอิมพีเรียล เวิล์ด ลาดพร้าว ติดต่อคุณนุช 081-6967603, คุณสุณี 089-0412131 กรุณาแจ้งบอกต่อให้ด้วยคะ เพราะเป็นแถลงข่าว"สำคัญ"และถือว่าเป็น"ครั้งสำคัญ"***

***จักรภพเชิญฝ่ายประชาธิปไตยไว้อาลัยเจ๊ขก จักรภพ เพ็ญแข แม้อยู่ไกลในต่างแดน แต่แจ้งข่าวมาว่า "เจ๊ขก" ผู้เป็นที่รักและนับถือของพวกเราเป็นจำนวนมากและของผม ได้จากเราไปเสียแล้วอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็ง ผมรู้สึกใจหาย และคิดถึงพี่สาวคนหนึ่งที่มีความจริงใจและจริงจังในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทันทีที่รู้ข่าววันนี้ สิ่งแรกที่ผมทำคือจัดการส่งพวงหรีดไปเคารพ "เจ๊" แทนตัวผมที่อยู่ห่างบ้านห่างเมือง สิ่งที่สองคือค้นหาเสียงของ "เจ๊" ในเว็ปไซต์และนั่งฟังคำให้สัมภาษณ์ของ "เจ๊" ที่คมกล้า ตรงประเด็น และแสนมันส์ "เจ๊" จากเราไปแล้วแต่กาย ความรู้สึกผูกพันจะคงอยู่ตลอดไปในใจของพวกเราและในใจของผมด้วยครับ***

***ดังนั้นผมขอเชิญพี่น้องสละเวลาไว้ร่วมไว้อาลัยกับ "เจ๊ขก" มีสวดทุกวันเวลา๑๙.๑๕น. ที่วัดมหาพฤฒาราม ศาลา ๒ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พ.ย.๕๒ ถึงวันศุกร์๒๐พ.ย. และจะฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ ๒๑ พ.ย. ๕๒ ขอเชิญร่วมงานสวดศพ และร่วมงานฌาปณกิจด้วยครับ จากจักรภพ ผู้ฝากข่าว***

***แจ้งข่าวฝากจากแกนนำนปช. เรื่องการเดินทางไปฟ้องกลับคดีแกนนำนปช.ถูกดำเนินคดีบุกบ้านสี่เสา ตอนเหตุการณ์22กรกฎา2550 ขอเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่18 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 น.ไปเป็นวันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมเป็นกำลังใจให้บรรดาขุนพลแกนนำ นปช.ทุกท่านโดยพร้อมเพรียงกัน***

***ถ่ายทอดการอบรมโครงการอาสาประชาชน (อสป) รุ่่น 11 จัดการอบรมโดยพรรคเพื่อไทย ติดตามการถ่ายทอดได้ที่ sanamluang.tv ช่องออกอากาศที่ 4 และ 5 โดย สนามหลวงไลฟ์ทีวี สดทั่วไทย ดูได้ทั่วโลก และชมการถ่ายการสดทางทีวีออนไลน์โดยสนามหลวงไลฟ์
- รายการทุกข์ปัญหามีทางออกกับมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ทุกวันศุกร์เวลา 10.00-11.00 น.
- รายการฟ้องประชาชน ทุกวันศุกร์เวลา 11.00-12.00 น.
และอีกหลายๆรายการที่เรากำลังจะดำเนินการจัดการออกอากาศสดในอีกไม่ช้านี้***

*** 20พ.ย.2552 เมืองใหม่บางพลีจัดงานรวมพลเสื้อแดงบางเสาธง สมุทรปราการ เริ่มตั้งแต่16.00น.เป็นต้นไป แกนนำชุดใหญ่สถานที่จัดงานคือสนามกีฬาเมืองใหม่บางพลี การเดินทางมีรถเมล์ผ่านหน้าสนามกีฬาคือ132,133,537รถเมล์สีส้มอู่จอดที่สำโรงวิ่งเข้าถ.เทพารักษ์คือสายสำโรงบางบ่อ, รถตู้จากหมอชิตตรงใต้ทางด่วนจะมีรถวิ่งมาเมืองใหม่บางพลี,ถ้าที่บางนาจะมีรถตู้จอดตรงโรงพยาบาลสัตว์บางนา,สำโรงตรงอิมพีเรียลจะมีรถตู้วิ่งมาถึงเมืองใหม่บางพลี, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตมีรถตู้วิ่งมาเมืองใหม่บางพลี,เดอะมอลล์บางกะปิก็มีรถตู้วิ่งมาเมืองใหม่บางพลีเหมือนกัน***

***ถ้าขับรถมาเองใช้เส้นทางบางนา-ตราดทางเข้าอยู่ตรงก.ม.23 ปากทางมีโรงพยาบาลบางนา2ขับตรงเข้ามาถึงวงเวียน วิ่งผ่านธนาคารไทยพานิชย์เลี้ยวขวาเข้าเมืองใหม่จอดรถที่โรงเรียน10ปีสปช. เดินเข้างานได้เลยสถานที่กว้างขวางที่จอดรถสะดวกสบาย
ใครว่างสะดวกที่จะไปเชิญร่วมงานค่ะ อยากให้ไปกันมากๆเพราะกลัวคนจะไปกันน้อยเสียกำลังใจคนจัดแย่เลย***

***เชิญฟังปาฐถถาและเสวนาในโอกาสครบรอบ 60 ปีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวข้อ"โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน: ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์" ปาฐกถานำโดย
ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล



ร่วมเสวนาโดย
รศ.ดร.จุลชีพ ชิณวรรโณ
รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ
ผศ.ดร.ขจิต จิตตเสวี

ดำเนินรายการโดย
ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.30-16.30 น.ณ ห้องทวี แรงขำ (ร.103) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย สำรองที่นั่งโทร 0 2613 2301 ***

***ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เชิญร่วมงานอุษาคเนย์เสวนาสาธารณะ: Southeast Asian Public Talks ครั้งที่ 2 เชิญร่วมฟังเสวนา Cancellation : Thai-Cambodian MOU, win or lose? -“ยกเลิก MOU กับกัมพูชา-ไทยได้อะไร-เสียอะไร” วันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

13.00 ลงทะเบียน และชมวีซีดี
13.30 เปิดงานโดย ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์
13.45 เสวนา/วิทยากร
อ. พนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการ และอดีต สว. ตาก
อ. ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สส. ระบบสัดส่วน ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ
ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
อ.กวีพล สว่างแผ้ว มหาวิทยาลัยบูรพา
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดำเนินรายการ
อ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ พิธีกร
16.45 ซักถาม-แสดงความคิดเห็น
17.00 สังสรรค์
หมายเหตุ :เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งทศวรรษ 2543 – 2552 โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ. ร่วมจัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ไม่มีค่าลงทะเบียน (ฟรี)***

******

กลต.จ่อเชือดเนชั่นสุมหัวโบรกเจ้ามือปั่นหุ้นNBC


เย้ยกฎหมายซ้ำซาก-ภาพสุทธิชัย หยุ่นกดปุ่มวันเปิดซื้อขายหุ้นเนชั่นบรอดแคสติ้ง(NBC)เป็นวันแรกเมื่อ11พ.ย.ที่ผ่านมาในเวบไซต์เครือเนชั่น โดยทำผิดกฎหมายซ้ำซากออกข่าวให้บริษัทโบรกเกอร์ที่เป็นเจ้ามือขายหุ้นจองตัวนี้เชียร์แมงเม่าลุยซื้อ ให้เป้าหมายสูงลิ่ว ล่าสุดกลต.รับเรื่องร้องเรียนจะเข้าตรวจสอบการกระทำผิดแล้ว(ดูหลักฐาน คลิ้กลิ้งค์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 พฤศจิกายน 2552


ข่าวสืบสวนเนชั่นปั่นหุ้นNBCที่ไทยอีนิวส์ตามสาวไส้มาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง เมื่อกลต.เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนพฤติการณ์ฉาวโฉ่ใช้สื่อในเครือร่วมทำผิดปั่นหุ้น แถมให้โบรกเกอร์ที่เป็นเจ้ามือขายหุ้นจองและรับประกันการขายหุ้นออกออกบทวิเคราะห์เชียร์ให้เป้าหมายสูงลิบลิ่ว โดยไม่ยอมระบุว่ามีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนด ฮึ่มจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของกลต. นี่เป็นบทเรียนครั้งสำคัญของพวกฐานันดรสี่ที่ดีแต่จิกหัวคนอื่น แต่พอเป็นเรื่องหม้อข้าวของตัวเองทำผิดทั้งกฎหมาย ผิดจรรยาบรรณ ทำตัวน่าเกลียด ไร้ธรรมาภิบาลที่ชอบแหกปากหาจากคนอื่นมาตลอด..



เนชั่นเย้ยกฎหมายซ้ำซาก กลต.รับเรื่องล่าสุดใช้โบรกเจ้ามือปั่นหุ้นผ่านสื่อโล้น

สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ได้เปิดเผยว่า มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนพฤติการณ์เครือเนชั่น ของนายสุทธิชัย หยุ่นว่าอาจกระทำผิดกฎหมายการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยมีข้อร้องเรียนเรื่องการใช้สื่อของเครือเนชั่นทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และเวบไซต์เพื่อจูงใจให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เข้าซื้อหุ้นเนชั่นบรอดแคสติ้ง(NBC)ซึ่งเป็นหุ้นใหม่เข้าซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยหลักฐานจำนวนมากที่มีผู้ร้องเรียนก.ล.ต.เข้ามาเป็นเรื่องที่เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น นำเสนอข่าวเรื่อง โบรกปรับกำไรNBCใหม่เป้าราคาปีหน้า4.30บ. ซึ่งผู้ที่ร้องเรียนเข้ามายังสำนักงานร้องเรียนว่า การที่เวบไซต์เครือเนชั่นนำเสนอข่าวบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ปรับเป้าหมายราคาของNBCเป็น4.30บาท เนื่องจากบล.ซีไอเอ็มบี เป็นแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้นจองNBC แม้ซีไอเอ็มบีจะได้แจ้งความมีส่วนได้เสียในบทวิเคราะห์ฉบับนี้แล้วก็ตาม แต่เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจนำเสนอข่าว โดยไม่ระบุการมีส่วนได้เสียดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายของกลต.

กลต.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากในช่วงวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา อันเป็นวันทำการเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกของหุ้นNBC และหลังจากได้ตรวจสอบแล้ว ก็มีหนังสือแจ้งไปยังประชาชนที่ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเข้ามา ต่อไปนี้เป็นหนังสือฉบับหนึ่งที่ท่านผู้อ่านของไทยอีนิวส์ได้ส่งมาให้เราเป็นหลักฐานว่ากลต.ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมเข้าดำเนินการแล้ว


16 พฤศจิกายน 2552

เรียน คุณอรวรรณ ...
ที่ ล. 105/2552
เรื่อง การตอบรับเรื่อง

ตามที่ท่านได้มี e-mail เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ชี้เบาะแสกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ บมจ. เนชั่น บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผ่านสื่อเว็บไซต์ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักงานขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ท่านได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงาน โดยสำนักงานจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


ขอแสดงความนับถือ

(นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง)
ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ


ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


ทั้งทำผิดกฎหมายทั้งน่าเกลียด ดีแต่ตรวจสอบคนอื่น สื่อโล้นแหกกฎเสียเอง

ก่อนหน้านั้นกลต.เคยเข้าไปตรวจสอบเครือเนชั่นมาแล้วอย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกมีผู้ร้องเรียนว่านายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรเล่าข่าวชื่อดังเครือเนชั่นพูดออกสื่อในเครือแนะนำให้คนจองซื้อหุ้นNBCพร้อมย้ำว่า"เฉพาะเงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ซื้อไว้แล้วรวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"ซึ่งนายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารNBC ผิดทั้งเรื่องธรรมาภิบาล ผิดกฎหมายเรื่องการซื้อขายหุ้นไม่เป็นธรรม ซึ่งมีบทระวางโทษถึงจำคุก 2 ปี

อีกเรื่องคือการขึ้นป้ายโฆษณาขายหุ้นจองNBCในเนชั่นทีวี โดยไม่ขึ้นป้ายคำเตือน"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนพึงศึกษาจากหนังสือชี้ชวน"ตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อNBCเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นวันแรกเมื่อ11พ.ย.เนชั่นก็ได้ผนึกโบรกเกอร์เจ้ามือหุ้น ทำน่าเกลียดทุกทาง เพื่อเข็นหุ้นพ้นจองแบบหืดจับ ทั้งถ่ายทอดสดผ่านทีวีก่อนเข้าเทรดตลอด1ชั่วโมงหวังล่อแมงเม่าซื้อเต็มพิกัด ทั้งโกหกหน้าตายขายหุ้นเกลี้ยงนักเลงหุ้นจองล้น แต่ข้อมูลจริงที่แจ้งต่อตลาดหุ้นโกหกไม่ได้ พบขายไม่ออกกลุ่มสุทธิชัยหยุ่นต้องรับหลังแอ่น105ล้านหุ้น เพราะกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมจองซื้อซักหุ้น ทั้งให้โบรกเกอร์CIMBซึ่งเป็นเจ้ามือในการขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้นออกบทวิเคราะห์สดๆเชียร์ให้เป้าสูงลิ่วกลางภาคบ่ายผ่านเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจในช่วงราคาใกล้ร่วงลงไปหาราคาจอง โดยเป็นการทำผิดกฎหมายกลต.ที่กำหนดให้ต้องระบุว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนได้เสียเป็นผู้ออกบทวิเคราะห์

คนจองซื้อหุ้นNBCหวาดเสียวลงเฉียดราคาจอง

ห้นน้องใหม่ของบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCเข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรกเมื่อ11พ.ย.มีราคาจอง2.90บาท/หุ้น โดยเปิดเหนือจองที่ราคา3.18บาท ขึ้นไปสูงสุด3.22บาท หรือขึ้นไปราว10%จากราคาจอง แต่ก็แค่เพียงครึ่งวัน จากนั้นมีแรงขายทำกำไรลงมาลึกสุดที่2.98บาท และปิดทำการที่3.02บาท สูงกว่าราจอง4.13%

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ 13 ผู้ที่จองซื้อไว้ก็แทบช็อกเมื่อหุ้นNBCที่เข้าซื้อขายได้แค่3วัน ก็ร่วงลงมาลึกถึง2.92บาท หวุดหวิดหลุดราคาจอง2.90บาท ก่อนกระเตื้องฟื้นขึ้นตามตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวขึ้นในต้นสัปดาห์นี้

ส่วนการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้(18พ.ย.)หุ้นNBCลงมาที่3.02บาท

นักวิเคราะห์หุ้นจากโบรเกอร์ใหญ่แห่งหนึ่งกล่าวว่าเป็นไปตามคาดว่าราคาNBCจะเหนือจอง(2.90บาท/หุ้น)ได้ เนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่คือ105ล้านหุ้นจากทั้งหมด120ล้านหุ้นอยู่ในมือของผู้บริหารเครือเนชั่น มีในมือรายย่อยที่จองซื้อน้อยมาก หากเครือเนชั่นไม่ถล่มขายออกมาเสียเองก็จะทำให้การพยุงราคาในวันทำการซื้อขายช่วงแรกๆ ยืนเหนือจองได้ เป็นเรื่องง่าย

เจ้ามืออกบทวิเคราะห์เชียร์สดกลัวหุ้นหลุดจอง ฝืนประกาศกลต.

ในวันเข้าซื้อขายครั้งแรกเมื่อ11พ.ย.นั้น เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น ได้เสนอข่าวออนไลน์หัวข้อ โบรกปรับกำไรNBCใหม่เป้าราคาปีหน้า4.30บ.โดยเสนอข่าวในช่วงเวลา15.30น. ในตอนที่กำลังมีแรงเทขายหุ้นใหม่NBCหลุด3บาท โดยระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกบทวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิหุ้นNBC ใหม่ และได้ประเมินราคาที่เหมาะสมของ NBC ณ สิ้นปี 2553 ที่ 4.30 บาท โดยอิงระดับพีอีที่ 10 เท่า

อย่างไรก็ตามกรุงเทพธุรกิจไม่ได้ทำตามกฎหมายที่กลต.กำหนดไว้ว่า ในกรณีบริษัทที่ออกบทวิเคราะห์เป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่ายนั้น จะต้องแจ้งข้อมูลต่อผู้ลงทุน ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียด้วย ในกรณีนี้ซีไอเอ็มบีเป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่าย ซึ่งวงการหุ้นเรียกว่าเป็น"เจ้ามือผู้ดูแลราคาหุ้น"

งามไส้ต้องให้บริษัทที่ขายหุ้นจองออกบทวิเคราะห์เชียร์

ก่อนหน้านั้นบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นNBCได้ออกบทวิจัยฉบับหนึ่ง( คลิ้ก ลิ้งค์ )แม้ได้ให้คำแนะนำการลงทุนใดๆ แต่ก็ให้เป้าหมายในปี2553ไว้ที่3.46บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาจองที่2.90บาทต่อหุ้น โดยระบุว่ามีจุดเด่นหลายด้าน ค่าพี/อีประเมินไว้11.5เท่า โดยมีส่วนลดจากกลุ่มเดียวกันที่มีค่าพี/อี14.4เท่า เนื่องจากบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันอย่างMCOT(อสมท.) BEC(ช่อง3)มีความมั่นคงกว่า

อย่างไรก็ตามในกรณีของฟินันเซียไซรัสได้ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ว่า เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นNBC แต่ส่วนCIMBนั้นเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ไม่ยอมระบุแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามCIMBได้ระบุไว้ในบทวิเคคาะห์ของตน โดยยอมรับว่าเป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหุ้นNBC(คลิ้กดูที่ลิ้งค์)

ทั้งนี้คนในวงการค้าหุ้นกล่าวว่า บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ไซรัส และCIMBอาจเชื่อถือมากนักไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนได้เสียกับการเป็นผู้ร่วมขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้นจองNBC ส่วนการที่เครือเนชั่นนำบทวิเคราะห์CIMBมาลงในช่วงเวลา15.30น.ตอนที่จวนจะหลุดราคา3บาทลงไป นอกจากจะน่าเกลียดยังเป็นการทำผิดกฎหมายด้วย

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้กำหนดเป็นประกาศกลต.ที่กลต.ก.(ว.)46/2551ไว้ว่า การจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนนั้นต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสีย เช่น การรับจัดจำหน่ายหุ้น เป็นต้น ซึ่งกรณีของไซรัสนั้นเข้าเกณฑ์ตามประกาศนี้ จึงต้องแจ้งต่อนักลงทุนว่า แม้จะให้ราคาเป้าหมายหุ้นNBCสูงกว่าราคาจอง แต่ก็มีส่วนได้เสียจากการเป็นผู้ขายและรับประกันการขายหุ้นจองNBCอยู่ด้วย ส่วนCIMBก็ได้แจ้งไว้ในบทวิเคราะห์เช่นกัน

เนชั่นสิ้นท่าต้องแบกรับหุ้นจองNBCไว้เอง "จึงรุ่งเรืองกิจ"เข็ดเขี้ยวไม่จองซักหุ้น

ก่อนหน้านั้นเนชั่นยังมีเจตนาอำพรางให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดด้วย ทั้งนี้แม้ผู้บริหารNBCจะอ้างว่ามีคนจองซื้อจนล้น จนหุ้นไม่พอจะขาย แต่ความจริงที่โกหกไม่ได้ก็คือตัวเลขจำนวนและสัดส่วนการถือครองหุ้นภายหลังการกระจายหุ้นสู่มหาชนแล้ว(ดูลิ้งค์ข่าวตลาดหลักทรัพย์) ปรากฎว่าบริษัทเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป-NMGซึ่งเป็นบริษัทแม่ต้องแบกรับไว้เองถึง105ล้านหุ้น(ก่อนกระจายNMGถืออยู่120ล้านหุ้น) ประการสำคัญที่สุดคือผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมของNMGคือตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจไม่จองซื้อหุ้นNBCแม้แต่หุ้นเดียว เพราะเข็ดเขี้ยวกับความไม่ตรงไปตรงมาของผู้บริหารเนชั่นที่นำโดยสุทธิชัย หยุ่น

หุ้นบริษัทแม่ช็อกแค่2วันรูดเกือบ15%หลังรู้ข่าวร้ายขายหุ้นจองNBCไม่ออก

หลังการแจ้งข้อมูลมายังตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันจันทร์ที่9พ.ย. ยังผลให้หุ้นบริษัทแม่คือNMGร่วงลง8.33%เมื่อตอนปิดทำการวันจันทร์ที่ 9 พ.ย. สวนทิศทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นเกือบ15จุด หรือ2.13% โดยติดอันดับTOP10ของหุ้นที่ร่วงลงแรงที่สุดของวันนี้ คือร่วงลงแรงมากที่สุดเป็นอันดับที่6

ต่อมาเมื่อวันอังคารที่10พ.ย.ร่วงลงต่ออีก5.45% ขณะที่ตลาดรวมลงมาเพียง0.7% ทำให้ช่วง2วันทำการก่อนบริษัทลูกคือNBCจะเข้าทำการซื้อขายครั้งแรกในวันนี้(11พ.ย.)หุ้นตัวแม่ร่วงลงมาแล้วเกือบ15% อาจเป็นเพราะช็อกกับข่าวเชิงลบที่NMGต้องแบกภาระรับไว้เอง เพราะขายหุ้นNBCไม่ออก

รายชื่อผู้ถือหุ้นNBC หลังกระจายหุ้นต่อมหาชน ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552


ชื่อ จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนชำระแล้ว

1.บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป 104,999,940 61.76
2.นายทวีฉัตร จุฬางกูร 2,888,888 1.70
3.นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 1,885,882 1.11
4.นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 1,808,034 1.06
5.นายณัฐพล จุฬางกูร 1,800,000 1.06
6.นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 1,622,228 0.95
7.นายนที พานิชชีวะ 1,500,000 0.88
8.นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล 1,100,000 0.65
9.น.ส.วันทนีย์ รุจิราวรรณกร 1,100,000 0.65
10.นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล 1,000,000 0.59
รวม 119,704,972 70.41

เป็นที่น่าสังเกตว่าการกระจายหุ้นNBCครั้งนี้ ทางเนชั่นหวังผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป หรือNMGมาจองซื้อเต็มที่ ถึงกับให้สิทธิ์ได้จองซื้อก่อนนักลงทุนทั่วไป แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจที่ถือหุ้นใหญ่อันดับ1ของNMGไม่ใช้สิทธิ์จองหุ้นNBCแม้แต่หุ้นเดียว

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่NMG : บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552

ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน %



1. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 27,093,300 16.44

2. นางมยุรี สุขศรีวงศ์ 16,972,938 10.30

3. นายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ 16,272,309 9.88

4. นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 14,600,054 8.86

5. DOW JONES & COMPANY 12,000,000 7.28

6. นายทวีฉัตร จุฬางกูร 8,000,000 4.86

7. นายนิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ 4,485,878 2.72

8. นางสุภาภรณ์ ชื่นวิจิตร 3,641,911 2.21

9. บริษัท กรีนสยาม จำกัด 3,184,779 1.93

10. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 3,053,883 1.85

11. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,500,000 1.52

12. น.ส.สุมาลี ธารพิพิธชัย 2,400,000 1.46

13. นายเอกวุฒิ เนื่องจำนงค์ 2,400,000 1.46

14. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,349,600 1.43

15. นางสุภา สุพรรณธะริดา 2,097,200 1.27

16. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 2,000,000 1.21

17. นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ 1,900,000 1.15

18. นายสมศักดิ์ วรรณสินธพ 1,660,000 1.01

19. MELLON NOMINEES (UK) 1,630,188 0.99

20. นายปราบดา หยุ่น 1,319,739 0.80

21. นายยรรยง ภัทรเลาหะ 1,251,800 0.76

22. นางชุลีวรรณ วิวัฒนาเกษม 1,200,000 0.73

23. นายศิริชัย จรุงสถิตพงศ์ 1,164,600 0.71

24. นายพิชัย จิราธิวัฒน์ 1,063,946 0.65


สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่NMG:บริษัทไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น



นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของสมพร: เราเข้ามาซื้อหุ้นNMGเพราะพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ไม่ใช่เพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร ไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลย ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ



บิ๊ก NBC โกหกหน้าตายกระแสตอบรับจากคนจองล้นปรี่ ปั่นอีกเชื่อเหนือจองแน่

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ NBC ให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์วงการหุ้นคือwww.eFinanceThai.com ว่า ในวันที่ 11 พ.ย. จะนำหุ้น NBC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์MAI โดยมั่นใจว่าราคาหุ้นของ NBC จะยืนเหนือราคาเสนอขายที่ 2.90 บาท แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะบริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพของ NBC และด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่5พ.ย.เมื่อสิ้นสุดเวลาจองซื้อหุ้นเมื่อวันที่4พ.ย.เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่นรายงานข่าวว่า นายกิตติศักดิ์ อมรชัยโรจน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี ( ประเทศไทย ) จำกัด ในฐานะแกนนำผู้จัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้น NBC ที่ราคาหุ้นละ 2.90 บาท จำนวน 65 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 2-4 พฤจิกายนนั้น สามารถจำหน่ายหุ้นจำนวน 65 ล้านหุ้นได้ทั้งหมดตั้งแต่วันแรก โดยนักลงทุนได้ติดต่อจองซื้อเข้ามาสูงกว่าจำนวนหุ้นที่มีจัดสรรไว้

"ตอนนี้ปิดการจำหน่ายแล้ว ยังมีลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่หุ้นนี้ได้รับความสนใจมาก เป็นเพราะผลประกอบการดี ธุรกิจมีความน่าสนใจและเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง" นายกิตติศักดิ์ กล่าว

พัฒนาการที่สำคัญไทยอีนิวส์ลุยข่าวสืบสวน"เนชั่นปั่นหุ้นจองNBC"

-ปี2536ก่อตั้งบริษัท ผลิตโทรทัศน์ เข้าไปบริหารITV ต่อมาคือเนชั่นแชนัล
-ปี2549มียอดขาดทุนสะสม 163 ล้านบาท ล้ำทุนจดทะเบียนที่มีอยู่ 140 ล้านบาท
-19 กันยายน 2549 หลังเหตุการณ์รัฐประหาร เนชั่นได้เข้าไปผลิตรายการฟรีทีวีแทบทุกช่องดังนี้
-ช่อง 3 เรื่องเด่นเย็นนี้
-ช่อง 5 สยามเช้านี้
-ช่อง 9 จับชีพจรโลก,ข่าวข้นคนข่าว และ เช้าข่าวข้นคนข่าวเช้า
-ช่อง 11 จับกระแสโลก และ ตรงเป้าเข้าประเด็น
*TPBS อำมาตย์ยุบITVเปลี่ยนเป็นTPBS และเทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่นเข้าไปบริหาร(ไม่เกี่ยวข้องกับNBCทางธุรกิจ)


-18ก.พ.2552 ลดทุนจดทะเบียนเพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด
-21เม.ย.2552 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นMAI
-30มิ.ย.2552 งบการเงินที่ยังไม่ตรวจสอบ กลายเป็นมีกำไร
-20ต.ค. NBCแถลงข่าวจะขายหุ้นจอง 65 ล้านหุ้น หุ้นละ2.90บาท เริ่มขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่น28ต.ค.
-21ต.ค. กนก รัตน์วงศ์สกุล พูดออกเนชั่นทีวีว่าใครจองซื้อหุ้นตัวนี้จะรวยเละรวยไม่รู้เรื่อง เพราะพื้นฐานดี ปันผลงาม
-22ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้ายโฆษณา"จองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรติดต่อ แต่ไม่ขึ้นคำเตือนเรื่องความเสี่ยงตามกฎหมาย
-26ต.ค. สำนักงานกลต.เผยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก และจะตรวจสอบความผิดของเนชั่น
-27ต.ค. เนชั่นทีวีขึ้นป้าย"จองซื้อหุ้นNBC"เด่นชัดขึ้นในล้อมกรอบ แต่ยังทำผิดกฎหมายเพราะไม่ขึ้นคำเตือน
-28ต.ค.เริ่มให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้นNBC เนชั่นทีวีทำสกู๊ปโฆษณาขายหุ้นจองในเวลาข่าวภาคเที่ยง โดยไม่แจ้งเตือนความเสี่ยงตามประกาศกลต. ซึ่งเป็นกาีรกระทำผิดซ้ำซาก
-9 พ.ย.NBCอ้างว่าคนจองซื้อหุ้นหมดแต่วันแรก และจองล้น แต่ตัวเลขที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์จริงๆคือNMGที่เป็นบริษัทแม่ต้องนับไว้ในพอร์ตเองถึง105ล้านหุ้น ขณะที่กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ใช้สิทธิ์จองแม้แต่หุ้นเดียว
-11พ.ย.หุ้นNBCจะเปิดการซื้อขายในตลาดMAIเป็นครั้งแรก และมีบริษัทแกนนำจัดจำหน่าย และบริษัทโบรกเกอร์ที่ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นNBCออกบทวิจัยเชียร์ซื้ออย่างน่าสเกลียด ส่วนสื่อเครือเนชั่นก็นำไปปล่อยข่าวต่อ โดยไม่ยอมบอกว่าโบรกเกอร์ที่ออกบทวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นNBCมีส่วนได้เสียในการขายหุ้น และรับประกันการขายหุ้น
16พ.ย.สำนักงานก.ล.ต.แจ้งประชาชนที่ร้องเรียนจำนวนมากว่าได้รับเรื่องร้องเรียนล่าสุดไว้แล้ว และจะดำเนินการกับเครือเนชั่นต่อไป


*์NMGหรือเนชั่นมัลติมีเดย บริษัทแม่ของNBC ระบุในงบการเงินงวดครึ่งปีนี้ว่า รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุของเนชั่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 สวนทางธุรกิจสื่อในภาพรวมที่ลดลง13% และจากการตรวจสอบพบว่าช่วงนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ซื้อโฆษณารายใหญ่ที่สุดมากกว้่าโค้ก เป๊บซี่ บริษัทขายมือถือ

นักวิเคราะห์เตือนแมงเม่าปัจจัยเสี่ยงเพียบ เพราะเลือกขั้วการเมืองชัด

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า NBCมีปัจจัยบวกสำคัญคือมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทำให้ได้เข้าไปจัดรายการในสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่อง และได้เงินโฆษณาจากรัฐบาลและภาครัฐ รวมทั้งการจัดกิจกรรมพิเศษ(event)ให้กับรัฐบาล ทำให้พลิกสถานการณ์จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมมาโดยตลอดกลับมาเป็นกำไร แต่ช่วงนี้ก็เป็นกำไรทางบัญชีจากการลดทุนจดทะเบียน

อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกดังกล่าว มองกลับกันก็เป็นปัจจัยลบ เพราะการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาลบ่อย และขั้วการเมืองเวลานี้แตกเป็นสองขั่วชัดเจน และค่ายเนชั่นก็เลือกข้างชัดเจน ทำให้ได้ผลประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ แต่หากขั้วอำนาจเปลี่ยนแปลงไปอีกฝั่ง จะทำให้เจอสถานการณ์ที่ลำบาก

อย่างไรก็ดีโบรกเกอร์รายนี้คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่หุ้นNBCจะพ้นจอง2.90บาท เนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่ถือโดยผู้บริหารเครือเนชั่น มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อน้อยมาก คาดว่าเจ้ามือหรืออันเดอไรต์น่าจะรับมือกับแรงขายไหว หรือการพยุงราคาก็มีโอกาสทำได้ง่าย ยกเว้นผู้ถือหุ้นใหญ่เครือเนชั่นจะเทขายออกมาเสียเอง

เตือนแมงเม่าอย่าเสี่ยงบินเข้ากองไฟ หากสนใจไปเล่นช่อง3กับMCOTเวิร์คกว่า

"เนชั่นไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีสัมปทานเป็นของตนเอง อย่างช่องเนชั่นแชนัลทางไททีวีช่อง1ก็เป็นของคุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ ทางเนชั่นเข้าไปเช่าเวลาผลิตเท่านั้น ส่วนการเข้าไปมีรายการทีวีทางช่อง3 5 7 9 NBT ก็น่าสังเกตว่ามามีรายการเหล่านี้หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ19กันยา2549 หากการเมืองพลิกขั้วก็อาจเสี่ยงหลุดหมดทุกช่อง เช่นเดียวกับโฆษณาก็ได้จากรัฐบาลเป็นหลัก หากพลิกขั้วจะทำให้ลำบาก"นักวิเคราะห์กล่าว

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ชี้ว่า หากสนใจลงทุนหุ้นที่ทำทีวีหรือสื่อ หุ้นMCOTของอสมท. หรือBECช่อง3น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเป็นเจ้าของสัปมทาน กิจการมั่นคง มีกระแสเงินสดในมือมาก มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงจากการเมืองเพราะเปลี่ยนขั้วแทบจะไม่มี


ผ่าปูมหลังบริษัทแม่เนชั่นกำลังทรุด แต่เนชั่นทีวีคืออนาคตของสุทธิชัย หยุ่น?


ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจสื่อสารมวลชนเคยตกตลึงเมื่อเครือเนชั่น ของสุทธิชัย หยุ่น ประกาศขายตึกเนชั่นที่บางนาเพื่อชำระหนี้ ถึงกับทำให้นายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นขมิ้นกับปูนกับสื่อถึงกับ"โพล่ง"ออกมาในช่วงเขาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า"เนชั่นขายตึกใช้หนี้ กำลังล้มละลายแล้วหรือ?" ต่อมามีสื่อบางฉบับลงข่าวทำนองว่าเนชั่นมีฐานะกิจการสั่นคลอน ซึ่งในที่สุดก็ต้องลงแก้ไขข่าวในที่สุด เพราะเนชั่นมีการดำเนินการตามกฎหมาย และต้องลงข่าวแก้ไขว่าฐานะกิจการยังมั่นคงแข็งแรงดี

จากการตรวจสอบของไทยอีนิวส์พบว่า ก็น่าให้นายสมัคร หรือสื่อบางฉบับตั้งข้อสงสัยทำนองนั้นได้ เพราะเวลาไล่เลี่ยกันนั้นหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจได้ขายตึกออกมาชำระหนี้ และดูเหมือนฐานะกิจการจะไม่มั่นคงดังแต่ก่อน เพราะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ฐานเศราฐกิจถึงกับต้องปลดพนักงานออกชุดใหญ่ 60 คน สะท้อนถึงฐานะกิจการได้ดี

เนชั่นก็มีการเปิดโอกาสให้พนักงานเกษียณโดยสมัครใจเช่นกัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นปลดชุดใหญ่แบบฐานเศรษฐกิจ เนชั่นพยายามหาเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการทุกทาง แม้แต่พาทัวร์ไปไหว้แดนพุทธภูมิที่อินเดีย จัดกิจกรรมสอนคนที่อยากเป็นนักข่าวแล้วเก็บเงินค่าอบรม หรือประเภทที่ว่าหาได้ทางไหนก็ต้องเอา แม้เป็นเงินเล็กเงินน้อย อย่างขายวีซีดีสุทธิชัยไปเที่ยวต้นแม่น้ำโขง เป็นอาทิ

สิ่งที่ทำให้เนชั่นต่างจากฐานเศรษฐกิจก็คือ"เส้นสาย"และการแทงข้างทางการเมืองที่ชัดเจนและเนชั่นอยู่ข้างชนะในที่สุด ผลจึงปรากฎว่าหลังรัฐประหาร19กันยา เนชั่นได้เข้าไปทำรายการฟรีทีวีแทบทุกช่อง คือ 3 5 9 11 (ไม่นับTPBSที่เทพชัย หย่อง น้องสุทธิชัย หยุ่น เข้าไปบริหารเต็มตัว) เพราะการเอื้อเฟื้อต่างตอบแทนจากผู้มีอำนาจทางการเมือง รวมไปถึงงบการโฆษณาจากรัฐบาลที่ทุ่มเทมาให้ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ(event)ที่ค่ายเนชั่นแทบจะผูกขาดเหมาจัด และถ่ายทอดสดผ่านทีวีเนชั่น แล้วเก็บเงินจากรัฐบาลเป็นกอบเป็นกำ

แต่จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ผลประโยชน์นั้นตกกับบริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCที่เนชั่นกำลังขายหุ้นจองในช่วงนี้ และจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดMAIในวันที่11พ.ย.นี้ ไม่ได้่ตกเป็นผลประโยชน์ของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือNMG บริษัทแม่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทร้พย์มาก่อนแต่อย่างใด

หากคุณรักสุทธิชัย หยุ่น และเด็กๆของเขาอย่างกนก ธีระ จอมขวัญ และรักค่ายเนชั่น นี่เป็นโอกาสอันดีที่ควรซื้อหุ้นNBCเพื่อส่งเสริมการหา"ฟูกนิ่มๆ"สำหรับคนเหล่านี้ ส่วนNMGนั้นไม่ต้องห่วง เพราะมีพวกตระกูล"จึงรุ่งเรืองกิจ"มหาเศรษฐีแบกรับภาระไว้ด้วยความอ่วมอรทัย ชนิดที่กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก ได้แต่กลอกตา

สมาคมนักข่าวยืนยันเนชั่นอาการแย่ พนักงานเผยขวัญระส่ำ


ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปีนี้มีผลกระทบต่อธุรกิจสื่อสารมวลชนหลายค่าย รวมทั้งเครือเนชั่นที่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออก(เออลี่รีไทร์)มาหลายรอบแล้ว

พนักงานเนชั่นรายหนึ่งที่ขอสงวนนามได้ยินดีเปิดเผยกับ"ไทยอีนิวส์"ว่า ยอดขายสิ่งพิมพ์ในเครือตกหนักมากในช่วง4ปีมานี้ ทั้งหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษTHE NATION หนังสือพิมพ์คมชัดลึก กรุงเทพธุรกิจ และเนชั่นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน เนื่องจากคนใน2ภาคดังกล่าวมองว่าเครือเนชั่นเลือกที่จะเอียงข้างฝ่ายอำมาตย์ และรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีอคติต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้สนับสนุนทักษิณ รวมทั้งพวกเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

"ยอดขายแย่มาก ขนกลับมากองพะเนินตลอด พนักงานเนชั่นขวัญกำลังใจตกต่ำมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเองต้องโดนบีบออก ขนาดบริษัทขายตึกที่บางนาแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นเลย"พนักงานเนชั่นกล่าว

ขณะนี้เนชั่นต้องหารายได้ทุกทาง เช่น การจัดทัวร์ไปเที่ยวไหว้พระตามรอยพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย การจัดโครงการสอนอบรมนักข่าวเพื่อหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการ แต่ที่ได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆคือการจัดอีเว้นต์ให้กับรัฐบาลชุดนี้ และโฆษณาผ่านรายการที่รัฐบาลให้เวลาไปทำทางฟรีทีวีช่องต่างๆหลังรัฐประหาร19กันยา แต่เนชั่นไปบันทึกลงบัญชีเป็นกำไรของNBCที่เป็นบริษัทลูก ส่วนNMGที่เป็นบริษัทแม่แสดงผลขาดทุน

ขายตึกเนชั่นหวังฟัน1,380ล้าน แต่จบที่ราคา955ล้าน


เมื่อวันที่ 2 5มกราคม 2551 วงการสื่อก็ตกตลึง เมื่อนายธนะชัย สันติชัยกูล กรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)-NMG เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีมติอนุมัติขายสินทรัพย์ของบริษัทรวมมูลค่า 1,379.75 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ที่ดิน 4 ไร่ 3 งาน 72 ตร.ว. พร้อมอาคารสำนักงานใหญ่ พื้นที่รวม 14,212 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงานอาคารเนชั่นทาวเวอร์ ซึ่งเป็นห้องชุดจำนวน 191 ห้องชุด พื้นที่รวม 44,950.32 ตารางเมตร ในอาคารชุดชื่อ อาคารชุดเนชั่นทาวเวอร์

นายธนะชัยกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการขายสินทรัพย์ดังกล่าว เพื่อการปรับปรุง process ในการดำเนินงาน และเพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินและลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

ต่อมา NMG แจ้งว่า ได้ลงนามในสัญญาจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท ในส่วนที่เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ (พร้อมด้วยที่ดินที่อาคารตั้งอยู่) และพื้นที่สำนักงานซึ่งเป็นห้องชุดในอาคารเนชั่น ทาวเวอร์แล้ว โดยขายให้กับบริษัท ช.ชนะอนันตพาณิชย์ จำกัดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 เมษายน 2551 มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน 955 ล้านบาท ชำระเงินงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์

การขายตึกครั้งนี้เนชั่นขายถูกกว่่าที่ตั้งไว้ถึง 425 ล้านบาททีเดียว สำหรับบริษัทช.ชนะอนันต์ เป็นกิจการในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ปรากฎการณ์ครั้งนี้ทำให้วงการสื่อมองว่าเนชั่นน่าจะถูกกดราคาลงมากเพราะ"ร้อนเงิน"

ขายตึกแล้วแต่NMGอาการหนักกว่าเก่าขาดทุนเพิ่ม แต่บริษัทลูกทำทีวีรวยขึ้่น

ผู้บริหารNMGบอกว่าหลังขายตึกแล้ว ในงวดปี2552น่าจะพลิกมาเป็นกำไร แต่เรื่องจริงคือครึ่งแรกปี2552นี้ขาดทุนหนักกว่าเก่า ในงวด6เดือนแรกปีนี้ บริษัทแจ้งผลขาดทุนสุทธิ 111 ล้านบาทจากปีก่อนกำไรสุทธิื1.11ล้านบาท

NMGแจ้งว่า สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิและอื่นๆจำนวน 68.22 ล้านบาท หากรวมภาษีเงินได้ 16.17 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมสุทธิ 25.03 ล้านบาท
และรายการตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยของสินค้าคงเหลือ 1.51 ล้านบาท ผลประกอบการสำหรับ 6 เดือนแรกของปี2552 จะแสดงเป็นขาดทุน 110.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไร 1.11 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานของบริษัทมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

รายได้จากการขายและบริการในช่วง 6 เดือนแรก 2552 ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2551 เนื่องจาก รายได้จากการขายโฆษณาลดลงร้อยละ 27 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 36 เพราะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากการให้บริการข่าวสารและโฆษณาผ่านสื่อระบบอิเลคทรอนิคส์ลดลงร้อยละ 8 นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 19 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลงร้อยละ 8 และรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คส์และการ์ตูนลดลงร้อยละ 33 นอกจากนี้รายได้จากบริการด้านการพิมพ์ การเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ และบริการรับขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 35

สุทธิชัยเจอฟูกนิ่มNBCรองรับ แต่"จึงรุ่งเรืองกิจ"ติดดอยบ่นอุบ

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสุทธิชัยถือหุ้นใหญ่NMG แต่ความจริงเป็นสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งไทยซัมมิต ออโตพาร์ต บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นพี่สะไภ้ของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

คนมักเข้าใจผิดอีกว่า ทักษิณ ชินวิตร เป็นแบ็คให้สุริยะกับพวกจึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาซื้อNMGเพื่อเทกโอเวอร์กิจการเนชั่น เพราะหมั่นไส้ที่ถูกเนชั่นตามล้างตามราวี

สรุปคือผิดทั้ง 2 เรื่อง


นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง NMG กล่าวเปิดเผยว่า กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเข้าไปซื้อหุ้นเนชั่นตั้งแต่ปี 2546 ด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาท และปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 20% นั้น หากราคาหุ้นเนชั่นขึ้นมาถึงต้นทุนที่ราคา 10 บาทต้นๆ ก็พร้อมจะขายทิ้ง แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมขายขาดทุนแต่อย่างใด

ราคาปิดของNMGเมื่อวันที่29ตุลาคม2550คือ5.50บาท ซึ่งหากนางสมพรต้องการขายที่ราคาทุน10บาทต้นๆก็แปลว่าเวลานี้น่าจะขาดทุนทางบัญชีอยู่กว่า50%

สาเหตุที่ตัดสินใจอยากขายหุ้นเนชั่นทิ้ง นางสมพร กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น แต่บริษัทไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมีการขายทรัพย์สินเพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อมานานแล้ว ทั้งนี้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนร่วมบริหารแต่อย่างใด

“ในฐานะผู้บริหารบริษัทมหาชน ควรจะบริหารธุรกิจให้มีกำไร ซึ่งทำไม่ถูกที่ขายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ซึ่งไม่ว่าองค์กรไหน ถ้าทำธุรกิจดี หากขายสินทรัพย์ไปแล้วก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่เนชั่น” นางสมพร กล่าว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกชายของนางสมพร และหลานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีที่ใกล้ชิดทักษิณคนหนึ่ง และเขาเป็นผู้ถือหุ้นเนชั่นมัลติมีเดียอยู่ด้วย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารสารคดี ถึงเบื้องหลังการเข้าไปซื้อหุ้นNMGว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ คือพี่สาวผมแต่งงาน คนที่พี่สาวผมแต่งงานด้วยคือหลานชายของคุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ [ประธานNMG] คุณธนาชัยเข้ามาคุยกับคุณแม่ว่า อยากให้ครอบครัวปรองดองกัน นั่นคือจุดแรกที่เราเข้าไปซื้อหุ้น ผมคิดว่าไม่มีอะไรซับซ้อน คือไม่มีเหตุผลเชิงธุรกิจ คุณแม่ไม่ได้ต้องการซื้อหุ้นเนชั่นเพื่อเข้าไปยึดครอง หรือเพื่อทำกำไร และตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันนี้ มันไม่เคยมีอยู่ในหัวของคนในครอบครัวเราเลยว่าจะซื้อเพื่อทำกำไร หรือเพื่อเข้าไปยึดครอง

"คืออย่างนี้ครับ ผมคิดว่าสื่อไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่ๆ คุณจะเข้าไปเทกโอเวอร์ เข้าไปบริหารง่ายๆ ผมคิดว่าด้วยความเป็นสื่อ อย่างแรกที่สุดคุณจะต้องมีภาพลักษณ์อะไรบางอย่างในการที่จะเข้าไปบริหารสื่อได้ และเรารู้อยู่แล้วว่าด้วยภาพลักษณ์ด้วยนามสกุลของเรา เราไม่สามารถเข้าไปได้ เราไม่ได้คิดว่าจะซื้อเพื่อเข้าไปยึดครอง ทั้งหมดนั้นเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่น"

ฐานเศรษฐกิจไม่มีเส้นต้องปลดพนักงานรวดเดียว60คน

กิจการสื่อมวลชนอีกรายที่มีปัญหาจนต้องขายตึกคือฐานเศรษฐกิจ โดยตอนแรกได้ขายอาคารฐานเศรษฐกิจ 2 ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร ที่ในบริเวณใกล้กันกับตึก1ให้กับบริษัท คอม-ลิ้งค์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่อาคาร ไอ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว

ต่อมา บมจ. เจ-มาร์ท ได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เข้าซื้ออาคารฐานเศราฐกิจตึก1 เนื่องจากฐานเศรษฐกิจ มีเจ้าหนี้คือ ธนาคารกรุงเทพ มีมูลหนี้ประมาณ 800 ล้านบาท และการเจรจาซื้อ อาคารฐานเศรษฐกิจครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนการแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท


ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อฯรายงานว่า ภาวะทางเศรษฐกิจที่สั่นคลอนในขณะนี้ ทำให้ภาคธุรกิจหลายส่วนต้องปรับตัวให้อยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่วงการธุรกิจสื่อมวลชน ล่าสุดบริษัทหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมาจำนวน 60 คน

ศูนย์เฝ้าระวังการคุกคามสื่อฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายในรอบปีนี้ ไม่เพียงบริษัทฐานเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ บริษัทจีจีนิวส์เน็ตเวริ์ค หรือคลื่น บิสิเนสเรดิโอของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ก็ต้องปิดตัวลงเพราะภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน รวมถึงเครือเนชั่นก็มีการเปิดให้พนักงานเออลี่รีไทร์มาหลายรอบ
........
อ่านข่าวชุดInvestigative News:ช็อตต่อช็อตเปิดโปงสื่อโล้น

เก็บตกเรื่องขำขัน: ยังไงก็ทักษิณ



การ์ตูนโดยคุณ Juninyo

วันอังคาร, พฤศจิกายน 17, 2009

เสื้อแดงพร้อมแล้ว ขอเชิญลงมือ... กล้าๆ หน่อย


โดย Pegasus
17 พฤศจิกายน 2552

ภาพจำลองเหตุการณ์นี้ ต้องการที่จะเตือนล่วงหน้าให้ทหารที่จะเข้ามาปิดล้อมประชาชนนั้น ขอให้รีบทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า เพราะอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นหน้ากัน เพราะมักจบลงด้วยโศกนาฏกรรมของทหาร คงจำทหารรักษาพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้ที่ถูกแม่ค้าขายหมูที่บุกเข้าไปในวังตัดคอเอาเสียบกับปลายหอกเดินไปทั่วกรุงปรารีสหลายร้อยคน ก่อนจะมีการตัดสินประหารชีวิตทหารที่เหลือทั้งหมดในเวลาต่อมา



บทความนี้รอเวลาที่เหล่าพันธมิตรและสาวกทำการชุมนุมไปในวันที่ 15 พ.ย. 52 เรียบร้อยแล้ว โดยมีคำขวัญในทำนองว่า การไปเข้าร่วมชุมนุมด้วยกับฝ่ายตนนั้นเพื่อแสดงความรักสถาบัน

ซึ่งอันที่จริงคำพูดของฝ่ายพันธมิตรนั้นแรงกว่านี้มาก โดยออกไปในทำนองเลือกข้าง ระหว่างสถาบันกับฝ่ายอื่นที่จะถือว่าไม่ใช่ฝ่ายสถาบัน ซึ่งไม่อาจกล่าวถึงในที่นี้เนื่องจากไม่มีเส้น จึงกล่าวไว้พอเข้าใจดังกล่าว

สิ่งที่ตามมาจากคำขวัญดังกล่าวก็คือผู้ชุมนุมประมาณ 6,000 คน ตามที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ควบคู่ไปกับความตื่นเต้น ตกใจของชาวต่างประเทศเป็นข่าวไปทั่วเน็ท ทั้งในและต่างประเทศ(คงเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังจะมาช่วงพักผ่อนนี้) ที่ทราบว่ากลุ่ม PAD (People Against Democracy) ที่เคยยึดสนามบินได้ปรากฏตัวอีกครั้ง

คู่ขนานไปกับสิ่งนี้คือการใส่ร้ายป้ายสี ด้วยการบิดเบือนข่าวของสำนักข่าว ไทมส์ออนไลน์ เริ่มจากสื่อของพันธมิตร และสื่อหลักในประเทศที่พร้อมเพรียงกันลงข่าวสนองตอบต่อจอมเผด็จการในประเทศไทย เพื่อสร้างกระแสไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ของ ดร.ทักษิณฯ และเชื่อมโยงไปยังชาวเสื้อแดงว่าจะล้มล้างสถาบัน ทั้งๆที่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชได้ล้มไปตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 แล้ว

หรือว่าในความคิดของพวกขวาจัด ยังถือว่าประเทศไทยยังคงปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย หรืออยากกลับคืนไปสู่ระบอบราชาธิปไตย อย่างใดอย่างหนึ่งกันแน่

เพราะทุกวันนี้ทุกคนก็พร่ำบ่น พร่ำเรียนกันเสมอว่า ประเทศไทยมีการปกครองในรูปแบบของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

แต่อาจเป็นเพราะว่า มีกลไกในรัฐธรรมนูญบางประการที่บกพร่องและมีองค์กรที่เรียกว่า องคมนตรี เพิ่มขึ้นมาในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ พ.ศ.2490 กระมัง ที่ฝ่ายขวาจัดนำโดยพรรคการเมืองเก่าแก่บางพรรค และทหารที่พากันยึดอำนาจจาก หลวงธำรงฯ แล้วสร้างกลไกเหล่านี้ขึ้นมาทำให้ประเทศไทย ตกอยู่ภายใต้กรงเล็บอันดำมืด และเหี้ยมโหดของเหล่าเผด็จการที่แฝงตัว จับกลุ่มกันในองค์กรต่างๆของไทยตลอดมา จนมาสำแดงเดชเมื่อเกิดพลาดพลั้งมี รัฐธรรมนูญ 40 ทำให้ประชาชนได้ลิ้มรสประชาธิปไตยเต็มใบที่แท้จริงขึ้นมา

การปราบปรามที่ล้มเหลวหลังสงกรานต์เลือด เนื่องจากฝ่ายทหารเองก็ลังเลกับคำสั่งลับให้เข่นฆ่าประชาชน กับการชิงเลิกการชุมนุมอย่างชาญฉลาดของแกนนำสามเกลอ เพื่อซื้อเวลาและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ของเหล่าเสื้อแดง จนชุมนุมได้ครั้งละเป็นแสนและหลายๆแสน จนตั้งเป้าในครั้งสุดท้ายนี้ไว้ที่ 1 ล้านคน โดยชนิดที่มีการจัดตั้งกลุ่มย่อยเพื่อเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบแล้ว

ทำให้ฝ่ายเผด็จการที่จับตาดูด้วยสายตาประดุจเหยี่ยวร้าย คอยตะครุบเหยื่อนั้น เบิกกว้างด้วยความตกใจและเกรงกลัว ไม่อาจปล่อยให้ฝ่ายประชาธิปไตยเติบโตไปมากกว่านี้อีก

การสร้างกระแสต่างๆด้วยการดึง กลุ่มพันธมิตรกลับมาทำงานอีกครั้ง และสร้างกระแสคลั่งชาติ คลั่งสถาบันเพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น รัฐประหาร พ.ศ.2490,14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519, พฤษภาทมิฬในปี 2535 และล่าสุดการสร้างสถานการณ์เพื่อการปราบปรามใน สงกรานต์ 13 เมษายน 2552

แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ยังจำได้ถึงครั้ง 6 ตุลาคม 2519 ครั้งนั้นนักศึกษาในธรรมศาสตร์ ชุมนุมกันอย่างไม่รู้เรื่อง รู้ราว ข้างนอกก็ทราบดีว่า มีสื่อหนังสือพิมพ์และวิทยุโจมตีใส่ร้ายอยู่ แต่เหล่านักศึกษาที่ยังไร้ประสบการณ์ และไม่คิดว่าจะมีการสั่งฆ่าจริง ได้ถูกปิดล้อมด้วยลูกเสือชาวบ้านจำนวนมาก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ว่าหมิ่นสถาบัน ด้วยรูปภาพบิดเบือนตกแต่ง จากสำนักข่าวแห่งหนี่ง ประสานเสียงด้วยสถานีวิทยุ โทรทัศน์ต่างๆ จนในที่สุดก็ถูกปิดล้อม และปราบปรามในที่สุด

สำหรับในครั้งนี้ การโฆษณาชวนเชื่อ การใส่ร้ายป้ายสี การดึงเอาสถาบันมาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ได้ทำมาก่อนล่วงหน้านานมากเกินไป จนคนธรรมดาๆ เดินดินที่ฉลาดหน่อยก็จะหาข้อมูลเองจากสื่อทางเลือกจนทราบว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนคนที่ไม่สนใจการเมืองดูแต่ข่าวจากสื่อหลัก ก็จะเฉยๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะได้รับการโฆษณาชวนเชื่อจนล้น และกลายเป็นไม่เชื่อ หรือเชื่อแบบไม่ใส่ใจมากถือว่าธุระไม่ใช่

รวมทั้งกรณีที่กลุ่มพันธมิตรที่ว่ารักสถาบันยิ่งกว่าอะไร ได้แสดงพฤติกรรมสุดจะทนทานสำหรับชาวศิวิไลซ์ทั้งหลาย จนการชักชวนคนออกมาร่วมชุมนุมเหลือคนอยู่ 6,000 คนทั้งๆที่มีการเกณฑ์ การจ่ายอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ดังที่เห็น ซึ่งหมายถึงความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบของการโฆษณาชวนเชื่อและล้างสมอง แม้กับฝ่ายที่ไม่ใช่เสื้อแดงที่ควรจะออกมาอย่างล้นหลาม โดยไม่ต้องเกณฑ์มาอย่างปัจจุบัน หรือที่จะเกณฑ์มาในวันที่ 5 -13 นี้ซึ่งจะกลายเป็นว่า มีเสียง บ่น ด่า และนินทา ตามมาอีกมากมายแทนที่จะดีกลายเป็น มุมกลับไปเสียอีก

อย่างไรก็ตามแผนการยังคงเดินหน้าต่อไป ด้วยการใช้การถ่ายภาพให้ดูว่าที่สนามหลวงของเหลืองมีคนมาก การประกาศอย่างไม่อายว่ามีคนหลายแสนคน ฯลฯ ประสานเสียงกับ ผู้นำเหล่าทัพที่บอกว่า ดร.ทักษิณฯ หมิ่นเบื้องสูง ซื่งก็จะโยงมาว่าเสื้อแดงทำลายสถาบัน ทั้งๆที่การชุมนุมของฝ่ายประชาธิปไตยยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และน้อยครั้งที่จะกล่าวพาดพิงถึงสถาบัน จนมาในระยะหลังถึงกล่าวถึงในเรื่องของ ฎีกา การแก้ข้อกล่าวหาว่าจะล้มสถาบัน ฯลฯ เพราะปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทยคือ ความอยุติธรรม และ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต่างหาก

เมื่อได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายเผด็จการที่เกาะกันเป็นกลุ่มนั้นเกรงว่า ผลประโยชน์ที่ตนเองได้รับจากการทำนาบนหลังประชาชนมายาวนานนั้นจะหมดสิ้นไป การสั่งปราบให้สิ้นซาก ในทำนองมาหมื่นตายหมื่น มาแสนตายแสนจึงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงสมควรที่จะมาพิจารณาว่า ทหาร และ พันธมิตร ซึ่งมีทหารปลอมตัวเป็นชาวบ้านติดอาวุธนั้น จะมีโอกาสชนะหรือไม่อย่างไร

ประการแรก ฝ่ายประชาชนมีบทเรียนแล้วว่า ทหารไม่ได้มาอย่างมิตรเหมือนที่เคยเข้าใจ ครั้งนี้มาฆ่าแน่นอน เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สงสัยหรือไม่ว่า ทำไมทุกคนยังลุกขึ้นสู้อย่างไม่เกรงกลัว และกลับมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ ทั้งยังได้มีการปรับตัวเป็นระบบมวลชนเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คนไปฟังปราศรัยอย่างแต่ก่อน ซึ่งมวลชนนี้หากจัดตั้งได้ดีพอ ก็จะสามารถโค่นล้มกองทัพได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม และที่สำคัญคือ ประชาชนรู้ทั้งรู้ว่าทหารมาฆ่าแน่ ใครจะยอมให้ฆ่าได้ง่ายๆเหมือนเดิมอีก นี่คือสิ่งที่ควรจะสำนึกได้

ประการที่สอง ทหาร ตำรวจ เองที่ถูกความอยุติธรรม กลั่นแกล้งรังแก ย่อมมีจำนวนมากกว่าทหารที่เป็นสายของเผด็จการอย่างแน่นอน เมื่อประชาชนสู้แล้ว เขาพวกนี้จะเข้าข้างใคร สิ่งนี้ก็ควรทำไปคิดเป็นเรื่องที่สอง

ประการที่สาม ทหารที่ส่งมาแน่ใจแล้วหรือว่าจะได้กลับบ้าน ขอยกเอาทหารจำนวนมากมายที่ไปอารักขา การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ก็แล้วกัน มีทั้งทหาร ตำรวจ อาสา ทั้งหมด 18,000 คน เท่านั้น

ถ้าเกิดฉุกเฉินจะให้ทหารจากส่วนอื่นๆยกเข้ามาช่วยส่วนกลาง แน่ใจหรือว่าพม่าและเขมร จะไม่ฉวยโอกาสจัดการตลบหลัง ในเมื่อไปทำกับเขาไว้ขนาดนั้น และ 18,000 คนนี้มีกี่คนที่ได้ผลประโยชน์จากเผด็จการอำมาตย์โดยตรง ส่วนมากก็เป็นลูกชาวบ้าน หลานชาวนา ทั้งนั้น ไม่ใช่ทหารรับจ้าง ดังนั้นจะไว้ใจได้หรือ

สมมติอีกว่า ไว้ใจได้ทั้งหมด ก็คงมีตำรวจ และ อส. ที่ไม่ยอมใช้อาวุธบางส่วนออกไป เหลือทหารจริงๆที่เป็นกำลังหลักสัก 15,000 คน ที่จะทำตามคำสั่งของเผด็จการอำมาตย์ กับฝ่ายพันธมิตรที่มีทหารปลอมตัวกับแก๊งค์ศรีวิชัย ประมาณ 2,000 คน รวมเป็น 17,000 คนเท่านั้น

หากสมมติว่า ฝ่ายประชาชน หาคนมาไม่ได้ มีเพียง 120,000 คนที่ไปเขาใหญ่เท่านั้น ถ้าแยกกันชุมนุมเพื่อป้องกันการปิดล้อม เป็นสองกลุ่มๆละ 60,000 คน ไม่รวมกองหนุน และคนเสื้อแดงที่ติดตามสถานการณ์พร้อมมาช่วยอีก ตีเสียว่าอีก 1 ต่อ 1 คือ อีก 120,000 คอยติดตามข่าว และจัดกำลังไว้เป็นกลุ่มๆแบบมวลชนจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว คอยซุ่มอยู่บ้านใครบ้านมัน หมู่บ้านใครหมู่บ้านมัน และติดต่อกับแกนนำได้ตลอดเวลา

ทีนี้กลับมาที่กลุ่มชุมนุม กลุ่มละ 60,000 คนดังกล่าว ถ้าไม่ชุมนุมพร้อมกัน แบ่งเป็นสองผลัด ให้เหลือแค่ 30,000 คนในแต่ละที่ ที่เหลือคอยผลัดเปลี่ยนออกมาช่วยเมื่อเกิดเหตุ ถ้าทหารและพันธมิตรที่ติดอาวุธจะมาล้อมปราบ ยังไง ก็ต้องคิดใหม่ เพราะสงกรานต์ที่เห็นว่าหมูๆนั้น เพราะมีคนอยู่ประมาณ 6,000 คนเท่านั้น ทหารใช้กำลังสองกองพล อีกหนึ่งกองพลหนุน รวมทั้งหมด 15,000 คน

ลองนึกภาพใหม่ว่า มีคนที่ถูกปิดล้อมสงกรานต์นั้น เพิ่มอีก อย่างน้อย 5 เท่า เขาไม่อยู่นิ่งให้ล้อม เขาวิ่งไป วิ่งมา คอยเข้าด้านข้างบ้าง ด้านหลังบ้างของชุดปิดล้อม เพราะแยกกันชุมนุม และเคลื่อนไหวกลุ่มกระจายกันไป โดยรอบทำให้ทำอย่างไรก็ปิดล้อมไม่ได้ต้องสร้าง บังเกอร์

เมื่อสร้างบังเกอร์ ก็เท่ากับปิดขังตัวเองด้วย ประชาชนก็จะนำรถ นำเครื่องกีดขวางมาปิดทางถอยของทหารไว้ นักรบศรีวิชัยหรือ ทหารปลอมตัวมาแบบว่า ทำให้ดูดีว่า ประชาชนตีกันแล้วทหารมาช่วยแยกฝ่าย แต่ที่จริงมาช่วยให้ทหารปลอมฆ่าได้สะดวกนั้น ก็จะมีสภาพไม่ต่างจากทหาร คือถูกปิดประตูตีแมวเหมือนกัน

ลองคำนวณจำนวนคนของทหาร ถ้าแยกออกไปปิดล้อมคนชุมนุมชุดแรก 30,000 คนที่มีกองหนุนคอยจะมาช่วยอีก 30,000 คน เมื่อต้องส่งคน 5,000 คนไปปิดล้อมนั้น จะไม่สามารถใช้วิธีวิ่งเข้าไปยิงได้ เพราะจะตกเป็นเป้าการถ่ายทอดสดไปต่างประเทศ

ดังนั้น จะปิดล้อมเพื่อให้ตัดการสื่อสาร แล้วให้พวกพันธมิตรเข้าไปตีเท่านั้น จากนั้น จึงเข้าไปยิงซ้ำทำทีว่ามีการชุลมุน แผนก็มีอยู่เท่านี้ไม่สามารถพลิกไปอย่างอื่นได้

แต่ว่าในครั้งนี้ คน 5,000 คนปิดล้อมได้อย่างมากชั้นเดียว ประชาชนอีก 30,000 คนก็จะกรูกันมาด้านข้าง ด้านหลัง คอยทีเมื่อมีเหตุการณ์ จะไม่ขอให้ทหารเปิดทางเพื่อไปช่วยเพื่อน แต่จะเป็นการใช้สหบาทากับทหารนั้นเอง เพราะเชื่อแล้วว่า ทหารไม่ได้อยู่ข้างประชาชนอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกันประชาชนที่อยู่ในวงล้อม ก็จะทราบว่ามีเพื่อนอยู่ด้านนอก ก็จะทลายออกมาฝ่าแนวกระสุนของฝ่ายพันธมิตร เข้าหาตัวคนยิงอย่างไม่คิดชีวิตแน่ ฝ่ายพันธมิตรเองก็หลังติดทหาร ทหารเองก็ถูกตีจากด้านข้าง ด้านหลัง ระส่ำระสายได้แต่รอคอยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาถึงเท่านั้น

ส่วนกองหนุนอีก 5,000 คนนั้นหมดหวังเสียแล้ว เพราะเมื่อเกิดเรื่องจริง ประชาชนอีก 120,000 คนที่คอยอยู่รอบนอก ก็คงทะลักเข้ามาเห็นสีเขียว สีเหลือง สีชมพูที่ไหน ก็คงไม่มีการละเว้น และเชื่อว่าหลายคนคงหยิบมีดพร้า ขวาน ปืนมาจากบ้านแน่

การจลาจลนี้ให้ทหารทั้งกองทัพก็ไม่สามารถสู้ได้ เพราะทหารไทย จะสู้ได้เฉพาะคนไม่มีอาวุธเท่านั้น ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดๆจากกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพจำลองเหตุการณ์นี้ ต้องการที่จะเตือนล่วงหน้าให้ทหารที่จะเข้ามาปิดล้อมประชาชนนั้น ขอให้รีบทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า หัวหน้าหน่วยงานทหารขอให้สงเคราะห์บอกกล่าวให้ลูกน้องในสังกัดตัวเองได้เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นหน้ากันแล้ว เพราะการจลาจลเช่นนี้มักจบลงด้วยโศกนาฏกรรมของทหาร คงจำทหารรักษาพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้ที่ถูกแม่ค้าขายหมูที่บุกเข้าไปในวังตัดคอเอาเสียบกับปลายหอกเดินไปทั่วกรุงปรารีสหลายร้อยคน ก่อนจะมีการตัดสินประหารชีวิตทหารที่เหลือทั้งหมดในเวลาต่อมา ในประเทศไทยคงต้องผ่านเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนในหลายๆประเทศก่อน ความเจริญจึงจะเกิดขึ้นได้

ประการที่สี่ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วฝ่ายเผด็จการมักจะฉวยโอกาสที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็ตามสร้างสถานการณ์ให้เกิดการยุติปัญหาลงชั่วคราว แล้วในที่สุดฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเครือข่ายระบบอำมาตย์ก็จะพ่ายแพ้ไปทั้งๆที่ได้ชัยชนะ เช่น กรณีของรัฐบาล พลเอกสุจินดาฯ เป็นต้น หรือแม้แต่กรณี จอมพลถนอมฯ ก็ตาม

จึงขอเตีอนไว้ด้วยความหวังดีว่า อย่าดึงฟ้าต่ำเป็นอันขาด เพราะตัวปัญหาคืออำมาตย์ที่ใกล้ชิดสถาบันนั้นเอง สมควรที่จะสู้ตรงไปตรงมากับประชาชนดีกว่าที่จะคิดเอาตัวรอดหรือพลิกสถานการณ์อย่างที่เคยเป็นมา เพราะครั้งนี้ผลคงไม่จบอย่างที่เคยเพราะประชาชนรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ความเสียหายจะเกิดมากกว่าที่คิด

ประการที่ห้า การสร้างสถานการณ์ลอยๆ แล้วทำเป็นรัฐประหารรัฐบาลคนกันเอง(สมัย ควงฯ ก็อีหรอบเดียวกัน) เพื่อหาคนกลาง ขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานเพื่อปิดปากประชาชนไม่ให้เรียกร้องต่อ เพื่อว่าจะได้มีเวลาตามล่า ดร.ทักษิณฯ ต่อไปนั้น ขอร้องว่าอย่าทำเลย เพราะผลเสียหายจะตามมาเช่นกัน แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้มีการยึดอำนาจได้ก็ตาม แต่ว่าอย่าลืมว่าเป็นการให้ไว้กับ คมช. ไม่ใช่กลุ่มใหม่ ถ้าดำเนินการโดยคนกลุ่มใหม่ที่ไม่ใช่คณะรัฐประหารสมัย คปค. หรือ คมช.

ต้องคิดให้ดีว่ารัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้หรือไม่ และ รัฐบาลพลัดถิ่นโดย ดร.ทักษิณฯ จะเกิดหรือไม่ ประชาชนถ้าไม่ฟังล่ะ เดินหน้าลุกฮือเกิดการจลาจลล่ะ เพราะประชาชนรู้อยู่แล้วว่าต้องปะทะกับทหาร เขาคงไม่รอไปอีกรอบ คงจะซัดกับทหารที่ยึดอำนาจนั้นเองเพราะเต็มไม้เต็มมือ ดีกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยแอบแฝงแบบปัจจุบันเสียอีก

แล้วจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีแผ่นดินอยู่แน่นอน

ประการที่หก แม้ไม่ทำอะไรเลย ประชาชนก็จะหูตาสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าแพ้หรือชนะในรอบนี้ ฝ่ายอำมาตย์บาดเจ็บสาหัสแน่นอน เพราะผู้คนจะรู้กันไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดว่า ใครทำร้ายประเทศไทย ใครทำร้ายคนไทย ผลประโยชน์ของใครผูกขาด ขูดรีดประชาชนตลอดมา แม้ว่าอาจจะคิดหาทางออกแบบง่ายๆ เช่นลาออก หรือตัดใจเป็นลมตายไป ทายาทของระบอบอำมาตย์ก็ยังมีอยู่ การเดินหน้าให้ความจริง ให้ความรู้ความเลวร้ายของระบอบนี้ก็จะยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรายล้อมอยู่รอบๆตัวของเหล่าอำมาตย์ ความเกลียดชังจะทวีมากยิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลาไม่มีวันหมด นอกเสียจากประชาชนจะให้อภัย

ประชาชนจะให้อภัยต่อเหล่าอำมาตย์ด้วยว่า ส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรเหมือนเหล่าอำมาตย์ที่นับถือลัทธิพราหมณ์ ฮินดู ก็ต่อเมื่อ ได้คืนรัฐธรรมนูญปี 40 พร้อมการแก้ไขสาระสำคัญ 4 ประการคือ

ประการแรก ให้นำธรรมนูญการปกครองสยาม 2475 ฉบับชั่วคราวที่กล่าวถึงอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลายมาใช้แทนปัจจุบัน ที่แม้จะบอกว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยมาตั้งแต่ รธน. 40 แต่ก็ยังเพิ่มเติมให้พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้น ฯ ซึ่งไม่ใช่ประเพณีของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทำให้เกิดกระบวนการแอบอ้างพระราชอำนาจให้วุ่นวายมาจนถึงปัจจุบัน และเกิดการยึดอำนาจไม่หยุดหย่อนก็ด้วยเหตุนี้

ประการที่สอง ปัญหาของประเทศไทยเกิดจาก การมีคณะอภิรัฐมนตรีซึ่งแปลงร่างเป็น องคมนตรี ตั้งแต่การรัฐประหาร 2490 และเป็นปัญหาให้เกิดการใช้อำนาจนอกระบบและการรัฐประหารต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เมื่อพบว่ากลไกนี้มีปัญหา ไม่ใช่เรื่องของบุคคลอย่างแน่นอน ก็สมควรที่จะยกเลิกคณะองคมนตรีเสียทั้งหมด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาของประเทศไทยจะยุติลงอย่างถาวร และในความเป็นจริงนั้น องค์พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้อยู่แล้ว และในทางสากลนั้น คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ให้คำปรึกษา และ เป็นผู้ลงนามร่วมเพื่อป้องกันมิให้องค์พระมหากษัตริย์ถูกกล่าวโทษ การนี้ ได้มีการกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ ธรรมนูญ ฯ 2475 ฉบับชั่วคราว ซึ่งหากดำรงไว้ ปัญหาของประเทศไทยก็จะไม่เกิดขึ้น ทำให้ล้าหลังมาจนปัจจุบันนี้

ประการที่สาม ยกเลิกวุฒิสมาชิกที่มีอำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ เนื่องจากมีฐานที่มาจากพรรคการเมือง เนื่องจากมีการเลือกตั้งระดับจังหวัด รวมทั้งยกเลิกองค์กรอิสระและให้กลไกรัฐ และ รัฐสภาที่มีผู้แทนราษฎรเท่านั้น เป็นผู้ตรวจสอบกันเอง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

หรือ หากจะยังให้มีวุฒิสภาและองค์กรอิสระแบบเดิม สมาชิกวุฒิสภา ควรมาจากกลุ่มอาชีพ และแยกย่อยให้มาก เช่นกลุ่มเกษตรกร ก็แยกเป็นกลุ่มชาวนา กลุ่มชาวนาแยกเป็นชาวนาเขตชลประทาน นอกเขตชลประทานเป็นต้น และให้ประธานกลุ่ม หรือ นายกสมาคมกลุ่มต่างๆ เป็นวุฒิสมาชิกโดยตำแหน่ง

และเนื่องจากมีจำนวนมากก็ให้จัดเป็นการประชุมแบบสมัชชาประชาชน หรือ กลุ่มอาชีพแล้วให้ตัวแทนเป็นคณะกรรมการทำงานไป ก็จะทำให้มีการถ่วงดุลกับฝ่ายผู้แทนราษฎร และ เป็นตัวแทนของประชาชนได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อเป็นผู้แทนที่ชัดเจน

การออกกฎหมาย ก็ควรออกในรูปของสภาคู่ คือเป็นความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองสภา ไม่ใช่สภากลั่นกรองอีกต่อไป จะทำให้ตัวแทนของประชาชนในอีกมุมมองหนึ่งมีอำนาจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้แล้ว การไม่มีวุฒิสภาเลยจะดีกว่า

ประการที่สี่ ยกเลิกองค์กรอิสระ ที่ คมช แต่งตั้งทั้งหมด แล้วให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง จากภายนอกเป็นคณะกรรมการพิเศษ ไม่ต้องมาจากศาลเช่นเดิม แต่ให้เป็นผู้มีความชำนาญในการจัดการเลือกตั้งให้สะอาด บริสุทธิ์ หากไม่สามารถหาได้ ขอให้นำคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดแรกที่ได้แสดงความสามารถในการจัดการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพมาแล้วครั้งหนึ่งมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติในครั้งนี้

การยอมให้กับประชาชนเพียงเรื่องเล็กๆ สาม สี่เรื่องเท่านี้ น่าจะทำให้เกิดความสงบสุขในสังคมไทย และความเจริญก้าวหน้าได้อย่างมาก กลุ่มคนที่จะตามล่า ดร.ทักษิณฯ ก็จะหมดอำนาจที่จะแอบอิง องค์กรและพระราชอำนาจ ทำให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของวิวัฒนาการ และการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างเหล่าอำมาตย์และประชาชน ซึ่งจะไม่ใช่อะไรที่ยากเย็นอีกต่อไป

แต่ถ้ายังคิดร้ายและอาฆาตพยาบาท ไม่เลิกรา ประชาชนก็พร้อมแล้ว สำหรับในครั้งนี้ขอให้กล้าๆหน่อย ยินดีต้อนรับ

*************

สัมภาษณ์สุดท้าย"เจ้ขก แม่ค้าประชาธิปไตย"



ที่มา บอร์ดประชาไท
17 พฤศจิกายน 2552
*ด่วนแกนนำนปช.เลื่อนฟ้องกลับคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสา จากพรุ่งนี้เป็น27พ.ย.(อ่านท้ายข่าวนี้)

คลิ้กชมสัมภาษณ์สุดท้ายเจ้ขก แม่ค้าหัวใจประชาธิปไตย

http://www.youtube.com/watch?v=5D4oO9ZWQKA&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=lmL2RjfrQ28&feature=video_response

เป็นบทสัมภาษณ์ที่พวกเราทีมงาน pocket media ได้ไปสัมภาษณ์ และกำลังดำเนินการตัดต่อ และนำเทปไปออกอากาศทางสถานีประชาชน people channel แต่ทีมงานคาดไม่ถึงว่า "เจ้ขก" จะจากพวกเราไปเร็วขนาดนี้ เทปนี้จึงยังไม่ทันได้ออกอากาศ ซึ่งกำหนดการเทปนี้จะออกอากาศ ต้นเดือน ธันวาคม 2552

เจ้ขก แม่ค้าประชาธิปไตย เป็นแม่ค้าตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่มีจิตใจกล้าหาญอย่างมาก เป็นภาคประชาชน กลุ่มแรกๆที่ออกมาต่อต้าน
การก่อรัฐประหาร 2549 บทสัมภาษณ์ต่างๆของเจ้ขก แสดงให้เห็นถึงความรักในประชาธิปไตย และ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร

เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยภูมิความรู้ และเข้าใจถึงความเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ เจ้ขก ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดๆจากสังคม และคนที่เขาศรัทธา เจ้ขกต้องการเพียงอยากเห็น บ้านเมืองเจริญ เดินไปข้างหน้า อยากเห็นคนที่เขาศรัทธา ได้กลับมาบริหารประเทศ
เจ้ขกต้องการความถูกต้องในสังคมไทย อยากเห็นพี่น้องประชาชน มีความกินดีอยู่ดี เป็นสังคมที่เท่าเทียมกัน เสมอถาคกัน

ทีมงาน pocket media ขอไว้อาลัย "เจ้ขก แม่ค้าประชาธิปไตย" ไว้ ณ.ที่นี้ ขอให้เจ้ขกพบแต่ความสุขในภพหน้า
เจ้ขก แม่ค้าประชาธิปไตย จะยังคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนไม่ลืมเลือน ครับ
****************
จักรภพเชิญฝ่ายประชาธิปไตยไว้อาลัยเจ๊ขก


จักรภพ เพ็ญแข แม้อยู่ไกลในต่างแดน แต่แจ้งข่าวมาว่า "เจ๊ขก" ผู้เป็นที่รักและนับถือของพวกเราเป็นจำนวนมากและของผม ได้จากเราไปเสียแล้วอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็ง ผมรู้สึกใจหาย และคิดถึงพี่สาวคนหนึ่งที่มีความจริงใจและจริงจังในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทันทีที่รู้ข่าววันนี้ สิ่งแรกที่ผมทำคือจัดการส่งพวงหรีดไปเคารพ "เจ๊" แทนตัวผมที่อยู่ห่างบ้านห่างเมือง สิ่งที่สองคือค้นหาเสียงของ "เจ๊" ในเว็ปไซต์และนั่งฟังคำให้สัมภาษณ์ของ "เจ๊" ที่คมกล้า ตรงประเด็น และแสนมันส์ "เจ๊" จากเราไปแล้วแต่กาย ความรู้สึกผูกพันจะคงอยู่ตลอดไปในใจของพวกเราและในใจของผมด้วยครับ***

***ดังนั้นผมขอเชิญพี่น้องสละเวลาไว้ร่วมไว้อาลัยกับ "เจ๊ขก" มีสวดทุกวันเวลา๑๙.๑๕น. ที่วัดมหาพฤฒาราม ศาลา ๒ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พ.ย.๕๒ ถึงวันศุกร์๒๐พ.ย. และจะฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ ๒๑ พ.ย. ๕๒ ขอเชิญร่วมงานสวดศพ และร่วมงานฌาปณกิจด้วยครับ จากจักรภพ ผู้ฝากข่าว***

***เพื่อไว้อาลัยและเป็นเกียรติยศแก่นักสู้สามัญชนนาม"เจ๊ขก"เชิญฟังเสียงสัมภาษณ์สุดมันส์ของเจ๊ ณ บัดนี้

http://www.youtube.com/watch?v=rDbtYNDpMcc


http://www.youtube.com/watch?v=nhVe8q-3PlI&NR=1


http://www.youtube.com/watch?v=a7G6nh-vLNQ&feature=related


http://www.youtube.com/watch?v=VwHUSPUW9Ls&feature=related

ชมสัมภาษณ์เจ๊ขก คลิ้กที่นี่ครับ***


*******
ด่วนที่สุด!!!

*ขอเลื่อนจากกำหนดเดิมวันพุธ (พรุ่งนี้) 18 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 น.ไปเป็นวันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน ช่วยประชาสัมพันธ์ ด้วยค่ะ


แกนนำ นปช.

จะเดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เพื่อยื่นฟ้องกลับในคดีการชุมนุมหน้าบ้าน 4 เสา

ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมเป็นกำลังใจให้บรรดาขุนพลแกนนำ นปช.ทุกท่านโดยพร้อมเพรียง

ฝากแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์โดยทั่วกัน

คำต่อคำ 2พยานแฉ “สุเทพ”กล่าวหาจ้างให้การเท็จ ยุบไทยรักไทย

ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
17 พฤศจิกายน 2552

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตรองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ได้นำนายสุขสันต์ ไชยเทศ อดีตผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็นพยานปากเอกคดียุบพรรคไทยรักไทย ร่วมแถลงข่าวถึงเบื้องหลังการยุบพรรคไทยรักไทย โดยระบุว่าได้ให้การเท็จในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวหาว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปไตย์เป็นผู้จ้างวาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมือง ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ และฟังการชี้แจงจากผู้ได้รับผลกระทบคือนายสุเทพ ประกอบการพิจารณาด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้


------ พล.อ.พัลลภ :
ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่มาตามคำเชิญเพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีกลาโหม โดยสองพยานปากเอกที่จะนำมาชี้แจงในวันนี้ ทั้งสองคนได้ให้การเท็จต่อศาล จนนำมาสู่การยุบพรรคไทยรักไทย

แต่วันนี้เขาทั้งสองได้สำนึกผิด จึงได้มาพบเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แม้ว่าตัวเองจะติดคุกโดยการเป็นพยานเท็จ หรือแม้จะตายเขาก็ยอม สองคนนี้คือ นายสุขสันต์ ไชยเทพ ผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ ผู้สมัครแบบเขต พรรคพัฒนาชาติไทย

------ นายสุขสันต์ :
ผมทั้งสองคนสำนึกผิด อยากกราบขอโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ท่าน และรวมถึงสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคน

ตามที่ผมและนายชวการ ได้ให้การต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นพยานให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) และให้การกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ผมขอเรียนว่า ผมและนายชวการ ถูกจ้างวานให้การเท็จ ถูกจ้างวานให้เป็นตัวละคร โดยผู้จ้างวาน คือ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรายละเอียดผมจะขอเปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกันดังนี้

เริ่มตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 4 มีนาคม 49 มีคนซึ่งผมรู้จักดี มาพบผมที่โรงแรมกานต์มณี โดยบอกว่า ถ้าอยากได้เงินสนับสนุนการเลือกตั้งให้พาหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย หัวหน้าพรรคเล็ก 2-3 พรรคไปพบนายสุเทพ ซึ่งในขณะนั้น ผมกับพวก กำลังจัดทำเอกสารให้กับผู้สมัครเขตวันสุดท้ายในการสมัคร คือวันที่ 8 มีนาคม 49

ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม 49 หลังจากส่งผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ผมกับคุณชวการ ก็ได้เข้าไปพบกับคุณสุเทพที่พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่นัดหมายกันไว้ ประมาณสี่ทุ่มกว่า โดยคนนำเข้าไปพบ ก็เป็นคนเดิมที่ติดต่อกับผมที่โรงแรมกานต์มณี

เมื่อพบกัน คุณสุเทพขอร้องขอความร่วมมือ ให้ผมช่วยทำงานร่วมกัน โดยเป้าหมายอยู่ที่การยุบพรรคไทยรักไทยเป็นหลัก แนวทางการทำงานนั้น

1.ให้ร่วมแถลงข่าวว่า พรรคไทยรักไทย จ้างวานให้ส่งผู้สมัคร เหมือนกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ที่คุณสุเทพได้นำแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 มีนาคม 49
2.ให้ยืนยันต่อ กกต. อสส. และคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคไทยรักไทยเป็นผู้จ้างวานพวกผม ส่งผู้สมัครลงสมัคร

โดยมีเงื่อนไขในการทำงานและข้อตกลงในสัญญาคือ

1.คุณสุเทพจะดูแลความปลอดภัยให้ผมและครอบครัว
2.จะช่วยเหลือในทางคดีไม่ให้ได้รับโทษใดๆทั้งสิ้น
3.จะให้เงินค่าจ้างคนละ 15 ล้านบาท เป็นเรื่องจริง และ
4.ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่จะส่งสมัคร ส.ส. ให้ได้เป็น ส.ส. หรือถ้าหากพรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล ก็จะได้รับตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกับคำให้การที่ คุณธติมา ภาวลี ได้ให้การไว้กับตุลาการรัฐธรรมนูญในการให้การในครั้งนั้น และถ้าหากไม่ให้ความร่วมมือ หรือเข้าทำงานร่วม พวกผมจะถูกดำเนินคดีอาญา เรื่องของการปลอมแปลงเอกสาร และการแก้ไขข้อมูลของ กกต. และพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้คนไปแจ้งความไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่องการแก้ไขข้อมูล ผมเรียนให้สื่อได้ทราบว่า พรรคของพวกผม ได้มีการแก้ไขตั้งแต่ปี 48 ที่มีการเลือกตั้ง ผมแก้ไขให้คุณทนง ศิริปรีชาพงษ์ กับคุณสุทีป นาแก เขต 4 ก็ส่งลงสมัคร ตอนนั้นผมกับคุณชวการไม่มีทางเลือกในขณะนั้น เพราะเข้าไปอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ คุยกันถึงตี 2 จึงยินยอมด้วยความจำเป็น และได้ต่อรองกับคุณบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ หัวหน้าพรรค ก่อน แต่คุณสุเทพบอกว่า ไม่ต้อง ผมไปด้วย ไปคืนนี้เลย คุณสุเทพให้เหตุผลว่า ผมกับคุณชวการไปพูด เขาไม่เชื่อหรอก ต้องให้ผมไปพูดเอง จึงนั่งรถโฟล์คตู้สีดำ เลขทะเบียนหมายเลข 7 กรุงเทพฯ

เมื่อถึงบ้านคุณบุญทวีศักดิ์ ก็เป็นเวลาตี 2 ของวันที่ 16 มีนาคม 49 คุยกันอยู่ถึงตี 4 ผมจึงเชิญคุณบุญทวีศักดิ์ไปคุยกับคุณสุเทพในรถตู้ และผมกับคุณชวการก็อยู่ด้วย ในระหว่างการพูดคุยนั้น คุณสุเทพได้บอกคุณบุญทวีศักดิ์ว่า คุณสุขสันต์และคุณชวการได้รับปากทำงานร่วมกันกับคุณสุเทพไปแล้ว โดยข้อตกลงเงื่อนไขที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า หากคุณบุญทวีศักดิ์ร่วมทำงานผม (สุเทพ) ก็จะยินยอมจ่ายเงินให้ 15 ล้านบาท ตามที่คุณบุญทวีศักดิ์ได้ให้การกับทาง กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว

แต่คุณบุญทวีศักดิ์ได้บอกคุณสุเทพว่า เอาไว้คิดดูก่อน พรุ่งนี้เช้าจะให้คำตอบ หลังจากนั้น ไม่สามารถติดต่อคุณบุญทวีศักดิ์ได้เลย จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 49 คุณสุเทพได้ให้ผมและคุณชวการไปพบด่วน ที่พรรคประชาธิปัตย์ และให้ไปรับเงินล่วงหน้าก่อนคนละ 1 ล้านบาท และรีบจัดให้มีการแถลงข่าวใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ว่า พล.อ.ธรรมรักษ์เป็นคนจ้าง ในวันนั้นเลย

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ คุณสุเทพให้คนมารับผมและคุณชวการ เดินทางไปสุราษฎร์ธานี และทีนี้ในระหว่างพักอยู่ที่สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ผมกับคุณชวการอยู่ในความควบคุมของนายสุเทพโดยตลอด แม้กระทั่งการไปให้การกับ กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคนควบคุมไปตลอด ขณะนั้น ผมและคุณชวการไม่สามารถให้การเป็นอย่างอื่นได้

การที่ผมกับคุณชวการ มาเปิดเผยความจริงทั้งหมดในวันนี้ คุณสุเทพไม่ได้ดำเนินการตามสัญญาที่ให้ไว้กับพวกผม เรื่องเงิน เรื่องตำแหน่งทางการเมือง เรื่องเป็น ส.ส. ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่พวกผมต้องมาโดนคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติและส่งศาลฎีกา และวันที่ 14 พฤศจิกายน 52 นี้ จะส่งศาลอาญาร่วมกับ พล.อ.ธรรมรักษ์

ซึ่งแสดงว่า พวกผมถูกหลอกใช้งาน ให้เป็นเครื่องมือ ซึ่งคนเราศักดิ์ศรียอมกันไม่ได้ เมื่อมาโกหกกัน พวกผมต้องอยู่ลำบากแบบหลบๆซ่อนๆ ติดต่อไม่ได้เลย

------ นายชวการ :
ประเด็นหลักๆ คือ การลงเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 49 นั้น ทางพรรคพัฒนาชาติไทย ได้ดำเนินการตามแนวทางของพรรค เพราะเราเห็นเป็นโอกาส เมื่อพรรคฝ่ายค้านบอยคอต เมื่อสังคมไม่เอาพรรคไทยรักไทย โอกาสน่าจะตกอยู่กับพรรคเล็ก และก็เห็นได้ว่า พรรคคนปลดหนี้ได้ ส.ส. ในภาคใต้ ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นในการส่งผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยเลย

ประการที่ 2 เป็นความจริง ที่คุณสุขสันต์ได้พูดว่า คนของผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดต่อพร้อมเสนอตัวเลขค่าใช้จ่าย 7 หลักในวันที่ 4 มีนาคม 49 ซึ่งวันนั้น เรากำลังยุ่งอยู่กับการจัดตัว เราก็เลยขอผัดผ่อน

และเป็นความจริงเช่นเดียวกัน ที่เราได้รับการติดต่ออีกครั้ง พร้อมกับนำข่าวภายใต้การนัดหมายของผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ในคืนวันที่ 15 มีนาคม 49 เพื่อเข้าไปพบคุณสุเทพที่พรรคประชาธิปัตย์

ที่เราเข้าไป เพราะเราคิดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนภายใต้หลักการของการเลือกตั้งโดยปรกติ แต่เมื่อเข้าไปและพบข้อเท็จจริงว่า เป้าหมายที่แท้จริง คือการยุบพรรคไทยรักไทยให้ได้ โดยคาดหวังว่า เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล

เพราะฉะนั้นในคืนวันที่ 15 มีนาคม 49 ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับพวก ได้มีการวางแผนกำหนดเป้าหมาย และยื่นข้อเสนอจริงตามที่คุณสุขสันต์แจ้งให้ทราบแล้ว และยังไม่พอ ยังเดินทางไปพบกับหัวหน้าพรรคจริง เสนอค่าตอบแทนให้จริงด้วย ตัวของคุณสุเทพจริง ทั้งผมและคุณสุขสันต์ รวมทั้งคนของพรรคประชาธิปัตย์บางท่านรับรู้ด้วยตลอดเวลา

ในส่วนของผมนั้น ขอเรียนว่า ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมโยง ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 49 โดยกล่าวว่า ผมได้ร่วมวางแผนกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ เรื่องการตัดต่อพันธุกรรมนั้น ขอเรียนว่า ไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยวางแผนร่วมกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่เคยพบกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่เคยเหยียบเข้าไปภายในพรรคไทยรักไทย ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในคืนวันที่ 2 มีนาคม 49 เลย

ส่วนภาพวงจรปิดที่คุณสุเทพนำมาให้ผมดู ในเวลาที่ถูกควบคุมตัวที่ภูเก็ตนั้น เป็นภาพที่ผมไปปรากฏตัวจริง แต่ไปเพราะติดรถไปกับเพื่อนที่ชื่อทวี สุวรรณภัทร ซึ่งเป็นนักข่าว เข้าไปทำธุระส่วนตัวในกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

ในวันนั้น ผมไม่ได้พบกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ผมไม่เคยรู้จักกับท่าน นอกจากผ่านสื่อ และที่สำคัญ คือไม่มีการรับเงินใดๆ จาก พล.อ.ธรรมรักษ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 49 เพื่อไปใช้ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง

วันที่ 3 มีนาคม ถ้าไปตรวจสอบจะพบว่า วันนั้นเป็นการสมัครปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพัฒนาชาติไทยส่งผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ ไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไข และเงินค่าใช้จ่ายในการสมัครปาร์ตี้ลิสต์ มันไม่มาก และเป็นเงินที่เรารวบรวมกันเอง
เพราะฉะนั้นภาพที่นำมาใช้ จึงเรียกว่า การตัดต่อข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย

นี่คือความจริงที่สังคมจะต้องรับรู้ และที่สำคัญ หลังยุบพรรคไทยรักไทยแล้ว ผมเองอยู่อย่างลำบาก ไม่ได้รับการดูแลเหลียวแล ตอนที่จะให้เราร่วมมือ เขาก็บอกว่า ทำเพื่อชาติเถอะ แม้สังคมจะเข้าใจผิดเราก็ต้องเสียสละเพื่อชาติ เพื่อให้วิกฤตมันจบ แต่ในความเป็นจริง เป็นการแก้ไขวิกฤตด้วยวิธีที่สกปรก บิดเบือนใส่ความ ให้การเท็จ เสริมแต่งข้อเท็จจริง จนนำไปสู่กระบวนการที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมเบี่ยงเบนนั้น ผมเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

สุดท้าย เมื่อเราขอให้ช่วยดูแลเรื่องคดีความ ที่เราถูกกล่าวหาจาก ป.ป.ช. เรากำลังถูกฟ้องคดีอาญา คนที่เคยบอกว่าช่วยชาติ กำลังจะติดคุก เพราะการช่วยชาติที่เกิดจากการไม่เอาใจใส่ดูแล ผมจำเป็นต้องออกมาบอกความจริงทั้งหมด ให้สังคมได้รับรู้ว่า กระบวนการที่เกิดขึ้น ตั้งแต่มีนาคม 49 จนสะสมเป็นวิกฤตขณะนี้ เกิดจากกระบวนการที่ไร้จริยธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีอำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน ภายใต้แผนสมรู้ร่วมคิดกับนักการเมืองอีสานบางคน และทหารบางกลุ่ม เพื่อทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

เพราะครั้งนั้น เขาบอกแต่เพียงว่า ยุบพรรค กรรมการไม่ตัดสิทธิ แล้วเราก็มาลงเลือกตั้งกันใหม่ เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ผลที่เกิดมันไม่ใช่ ผมและคุณสุขสันต์ สำนึกเสียใจตลอดเวลา นี่คือทฤษฎีเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล เสร็จภารกิจเอามันไปไว้ไกลๆ อย่าให้มันเข้ามาใกล้ แล้วปล่อยมันให้ติดคุกซะ

ผมยังไม่ทราบว่า การที่ผมมาเปิดเผย จะถูกคนของพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องอีกกี่สิบคดี ผมยอมครับ ผมรู้ว่าผมมีส่วนผิด ผมจะพึ่งกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ถูกเบี่ยงเบน และฝากประชาชนว่า วันหนึ่ง หากผมไม่สามารถประกันตัวได้ เพราะการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนใดก็ตาม หากผมต้องถูกกระทืบตายในคุก ผมมีศัตรูอยู่แค่กลุ่มเดียว คือผู้ที่มีอำนาจรัฐในปัจจุบัน

ที่จำเป็นต้องมาเปิดเผยครั้งนี้ แม้รู้ว่าเสี่ยง แม้รู้ว่าเป็นอันตราย แม้รู้ว่าต้องเป็นศัตรู แต่ต้องการให้สังคมและประชาชนรู้ว่า แท้ที่จริงใครกันแน่ เป็นตัวการ และใครคือผู้ที่ต้องรับผลจากการกระทำที่ฉ้อฉล บิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุด ผมขอกราบขอโทษต่ออดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคนที่การกระทำของผมทำให้ท่านต้องได้รับผลกระทบ และขอเรียกร้องว่า อดีตสมาชิกไทยรักไทยทั้งหมด ควรออกมาเรียกร้องทวงสิทธิความเป็นธรรม ความชอบธรรมคืนจากระบบที่ถูกบิดเบือน

แกนนำนปช.เลื่อนวันฟ้องกลับคดีหน้าบ้านป๋า เป็นศุกร์27พ.ย.

โดย คุณ Nocar Nonations
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
17 พฤศจิกายน 2552


ด่วนที่สุด!!!

*ขอเลื่อนจากกำหนดเดิม วันพุธ (พรุ่งนี้) 18 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 น.ไปเป็นวันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 52


แกนนำ นปช.

จะเดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เพื่อยื่นฟ้องกลับในคดีการชุมนุมหน้าบ้าน 4 เสา

ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมเป็นกำลังใจให้บรรดาขุนพลแกนนำ นปช.ทุกท่านโดยพร้อมเพรียง

ฝากแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์โดยทั่วกัน

12 เรื่องที่อยากให้นายกทักษิณฯ ทำเมื่อกลับมา


โดย Pegasus
17 พฤศจิกายน 2552

หวังว่าการที่ประชาชนเรือนแสน เรือนล้านที่จะออกมาแสดงพลังอย่างสงบ สันตินี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมของไทยได้ แม้ว่าจะเป็นความหวังที่ริบหรี่สุดประมาณ

และก็หวังว่าหากมีการเจรจากันด้วยดี โดยระบอบอำมาตย์เผด็จการยอมกลับเข้าที่เข้าทาง และยกเลิกองค์กรเผด็จการของตนเสีย เปิดโอกาสให้ประชาชนบริหารประเทศตามที่ต้องการโดยไม่มี ปืน กฎหมาย สื่อ คอยหาทางกำจัดศัตรูทางการเมืองอีกต่อไป ท่านนายกทักษิณฯก็คงจะกลับมาทำงานให้กับประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนได้ต่อไป

เมื่อมีความหวังเช่นนี้ ก็ขอเสนอสิ่งที่อยากให้ท่านนายกทักษิณทำเมื่อกลับมา ดังนี้

1. แก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับไปใช้ รัฐธรรมนูญปี 40 โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำจัดอำนาจของอำมาตย์

2. แก้ไขอำนาจอธิปไตยของประชาชน โดยกำหนดให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แทนการกำหนดไว้ในปัจจุบันว่า อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย ซึ่งเท่ากับให้ประชาชนไทยสนใจแต่การไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเท่านั้น ไม่รู้จักการรักษาอำนาจอธิปไตยของตนเอง

3. เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนแล้ว หากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นให้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ประชาชนสามารถใช้อาวุธต่อต้านฝ่ายรัฐประหารเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของตนไว้โดยไม่ผิดกฎหมาย

4. กำจัดอำนาจของอำมาตย์ โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกองค์กร องคมนตรีและให้นำธรรมนูญการปกครองประเทศสยาม 2475 มาปรับใช้ให้เหมือนกับของต่างประเทศ

แต่ถ้าหากยังมีข้อรังเกียจว่าเป็นความคิดของคณะราษฎร ก็ขอให้นำรัฐธรรมนูญของประเทศสวีเดน หรือ ญี่ปุ่นมาใช้ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระราชอำนาจกับฝ่ายประชาชน ตุลาการกับฝ่ายประชาชน และการให้มีระบบสภาเดียว หรือหากจะมีวุฒิสภาก็ให้มาจากกลุ่มอาชีพด้วยการเลือกตั้ง แล้วใช้การออกกฎหมายคู่แบบสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิ เสรีภาพ ของประชาชนไม่ให้ถูกครอบงำได้โดยง่าย และมีการถ่วงดุลระหว่างอำนาจอธิปไตยในรูปแบบของญี่ปุ่น

5. แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยนำคำพิพากษาของศาลฏีกาที่ตีความว่าการยึดอำนาจได้แล้วนั้นนับเป็นองค์รัฐาธิปัตย์ มาดูแล้วบัญญัติห้ามการตีความนั้น โดยระบุว่า การกระทำนั้นไม่ใช่องค์รัฐาธิปัตย์ เพียงเท่านี้ประชาชน ก็สามารถฟ้องศาลได้หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้นและจะเป็นกบฏได้เพียงสถานเดียว

6. นำโครงการต่างๆที่ฝ่ายอำมาตย์รังเกียจได้แก่ โอทอป กองทุนหมู่บ้าน 30บาท ทุนการศึกษา และการพัฒนาตนเองแบบอาจสามารถโมเดล กลับมาใช้ใหม่เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการสร้างงานในประเทศ กระจายทุนให้ประชาชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต

7. ทำลายระบบทุนผูกขาดที่ให้เงินกู้นอกระบบ โดยสร้างความร่วมมือกับเถ้าแก่เจ้าของปุ๋ย ยา และส่งเสริมให้ใช้ ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมีโดยเร่งด่วนก่อนที่จะสายเกินไป

8. ทำโครงการดึงน้ำจากแม่น้ำโขงเข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างโอกาสและทุนให้กับประชากรและพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศไทยก่อนโครงการอื่นๆในเมืองหลวง หากทำได้เร็วเท่าไร รายได้ต่อหัวของประชากรไทยจะกระโดดขึ้นไปหายเท่าตัวเพราะทำการเกษตรโดยไม่ต้องพึ่งฟ้าฝนอีกต่อไป ด้วยกลายเป็นระบบชลประทานไปตลอดทั้งภาค นอกจากนั้น ศึกษาการดึงน้ำเข้าในภาคเหนือไปด้วยพร้อมกันเพื่อหาทางดึงน้ำเข้าสู่พื้นที่ด้วย

9. สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำยม มาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยไม่ต้องสนใจต่อเสียงของเหล่า เอ็นจีโอ เนื่องจากในเวลาที่ประเทศเป็นเผด็จการ เหล่าเอ็นจีโอไม่เคยได้ออกมาช่วยเหลือประชาชนเลย

สมควรที่จะตัดเงินสนับสนุนภายในประเทศต่อเอ็นจีโอในทุกกลุ่มให้หมดสิ้น แต่ไม่ปิดกั้นหากจะไปขอเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ แต่ต้องติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดว่าจะรับงานมาเพื่อหยุดยั้งความเจริญของประเทศไทยหรือไม่

10. เร่งสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่ จังหวัดกระบี่แล้วสร้างทางรถไฟความเร็วสูงรางคู่เชื่อมเข้าชุมทางทุ่งสงจากนั้นวิ่งขึ้นตรงไปยังจังหวัดหนองคายผ่านลาวไปจีน และแยกเข้ามุกดาหาร ออกเวียดนามไปญี่ปุ่น โดยเชิญให้บริษัทของจีน ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการลงทุน ประเทศไทยเก็บค่าผ่านทางและบริหารท่าเรือกับทางรถไฟ

เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้การรถไฟและการท่าเรือที่เป็นรัฐวิสาหกิจมีกำไร และเงินจะเข้าประเทศเทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์ หรือมากกว่า เพราะการขนส่งจะรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยย่นระยะเวลาทางเรืออย่างน้อย 14 วัน ค่าขนส่งทางรางก็ถูกกว่าทางเรือหลายเท่า

ไม่ต้องสร้างแลนด์บริดจ์ที่เป็นปัญหาความมั่นคง และค่าใช้จ่ายการเดินเรือที่ต้องใช้ทั้งสองฝั่งไม่คุ้มค่า เทียบกับการยอมอ้อมแหลมมลายู

นอกจากนั้น ให้ทำรถไฟรางคู่เสริมไปภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ตอนล่าง ขนานไปกับทางรถไฟเดิม โดยหยุดแวะเฉพาะเมืองใหญ่ หากจะต่อไปเมืองอื่นๆให้ใช้ทางรถไฟเดิม ก็จะได้ประโยชน์ทั้งสองระบบ การเดินทางโดยระบบรางจะมากยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว นักท่องเที่ยวจากจีน เวียดนาม มาเลเซีย จะเข้ามาไทยได้ง่าย

ต่อไปนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะเดินทางผ่านธิเบตเข้าจีนและมาต่อในไทยได้ในราคาถูก คนไทยสามารถไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน จีน และยุโรปในราคาถูกได้เช่นกัน ทั้งผู้ที่เดินทางมาภาคใต้อาจเดินทางโดยเครื่องบินกลับจากกระบี่ได้โดยตรงอีกด้วย

11. ผนึกไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหนึ่งเดียว ด้วยระบบบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดให้ประชาชนไปมาโดยเสรี โดยหากนักท่องเที่ยวผู้ใดทำวีซ่าเข้าประเทศหนึ่ง ก็สามารถไปได้ทุกประเทศ และแรงงานราคาถูกสามารถมาทำงานในไทย โดยไม่ต้องลักลอบ หรือซื้อบัตรประชาชนไทย

โดยกำหนดประเภทงานที่คนไทยไม่ทำแล้ว และหากบางประเทศยังไม่สะดวกก็ให้มีเขตพัฒนาริมชายแดนร่วมกันโดยประเทศใดผลิตสินค้าขั้นปฐมอะไรได้ก็ส่งมาแปรรูปเพื่อส่งออกในประเทศไทยหรือสินค้าบางชนิดของไทย ผลิตและไปส่งออกผ่านประเทศเพื่อนบ้านเป็นต้น เพื่อให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านสามารถเจริญเติบโตไปด้วยกันกับไทยชดเชยจุดอ่านซึ่งกันและกันและทำให้เกิดความแข็งแกร่งร่วมกัน

12. พัฒนาการศึกษาอย่างเร่งด่วน หลังจากถูกครอบงำมาหลายสิบปี ให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อย่างทั่วถึง

เปลี่ยนวิธีการศึกษาให้ค้นคว้าหาความจริงมากกว่าการท่องจำและเชื่อฟัง มาเป็นการค้นคว้า วิจัยและไปศึกษาต่อต่างประเทศรวมถึงการส่งแรงงานฝีมือไทย เช่ นแพทย์ วิศวกร พยาบาล บริหารจัดการและนักวิจัยไปยังต่างประเทศเพื่อยกระดับองค์ความรู้ให้คนไทยและส่งรายได้กลับมายังประเทศไทยร วมทั้งรับเชิญกลับมาสอนหรือวิจัยให้ประเทศไทย และดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกกลางเพื่อให้แรงงานไทยได้กลับไปทำงานในต่างประเทศ

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆที่โดยส่วนตัวแล้ว อยากให้ท่านนายกทักษิณฯ เมื่อเข้ามาแล้วขอให้รีบดำเนินการโดยเร่งด่วน ก่อนที่จะประสบชะตากรรมในลักษณะเดียวกันกับท่านนายกสมัครฯ และ ท่านนายกสมชายฯ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพี่อประชาชน การพัฒนาเมกกะโปรเจคส์ ที่ได้เสนอไปในเรื่องของการผันน้ำ และการสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนชะตากรรมของประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิง จ

จากนั้นศักราชใหม่ของประชาธิปไตยไทยจะมีความเข้มแข็งอย่างไม่เคยมีมาก่อน และควรที่จะมีความเจริญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าในยุโรปทีเดียว

***************

'อภิสิทธิ์' กับภาวะผู้นำที่ล้มเหลว


โดย คุณสุรชัย ปากช่อง
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
17 พฤศจิกายน 2552

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้าน ใช้วิธีตรวจสอบองค์ประชุมของ ส.ส. ในแต่ละพรรค ซึ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการประชุมได้แล้วหลายครั้งว่า สิทธิของฝ่ายค้านในกรณีที่เสนอนับองค์ประชุมสภา จนทำให้สภาล่ม แต่คาดว่า จะไม่มีเหตุการณ์สภาล่มเกิดขึ้นอีก โดยตนเองจะประชุมหารือ และทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่า จะไม่มีเหตุการณ์สภาล่มเกิดขึ้นอีก

ผ่านมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2552 ปรากฏว่า ยังเกิดเหตุการณ์สภาล่ม เพราะสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม อย่างน้อยถึง 9 ครั้งแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งก็สะท้อนว่า คำพูดของนายอภิสิทธิ์ ที่เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก และยังเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วยนั้น มีความเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ยังสะท้อนถึงอำนาจและบารมี ความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีว่า มีอำนาจ แต่ไม่สามารถใช้อำนาจได้ ไม่ว่าจะเป็นในพรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐบาล

แม้แต่ภาวะความเป็นผู้นำระดับประเทศ ที่นายอภิสิทธิ์พยายามแสดงความแข็งกร้าวกับกัมพูชา ขณะนี้ ก็มีหลายฝ่ายมองว่า ไม่เหมาะสม แม้จะมีอีกหลายฝ่ายที่สนับสนุน แต่หากมองให้รอบคอบ ก็จะเห็นได้ว่า ไม่เพียงนายอภิสิทธิ์จะตกเป็นเบี้ยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จฮุน เซน ในทางการเมืองในประเทศ ยังตกเป็นเบี้ยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มเกลียดทักษิณไปโดยปริยาย

โดยเฉพาะความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ที่เชื่อนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ใช้วิธีรุกตอบโต้ผู้นำกัมพูชา ซึ่งไม่ต่างกับมวยวัด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่พยายามใช้กระแสชาตินิยม จนถึงกระแสคลั่งชาติ มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยไม่สนใจว่า จะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างไร
อย่างที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยการใช้วาทกรรมทางการเมืองตามแนวถนัดของพันธมิตรฯว่า กระแสคลั่งชาติดีกว่าการทรยศชาติ

ที่น่าวิตกคือ วันนี้คนไทยส่วนใหญ่ ได้รับรู้จากสื่อกระแสหลัก ที่ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงกับความจริง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากรายการต่างๆ ของสื่อรัฐ และการพาดหัวในทำนองยุยง ของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เลือกข้าง

แม้แต่นายอภิสิทธิ์ ก็ใช้วิธีให้สัมภาษณ์ในลักษณะ “ตีหัวเข้าบ้าน” ใช้สำนวนโวหารเรียบ แต่จะ “แดกดัน” ทุกครั้งที่เป็นปัญหาที่มากระทบ เช่นเดียวกับกรณีกับกัมพูชา

โดยเฉพาะนายกษิต ที่เคยประณามผู้นำกัมพูชาว่า “กุ๊ย” จนทำให้ผู้นำกัมพูชา ปฏิเสธที่จะพบหรือหารือใดๆ กับนายกษิต ทางไทยจึงต้องส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ไปกัมพูชาแทน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติระบุว่า ต้นเหตุของความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา ส่วนหนึ่งมาจากคำพูดของนายกษิตนั่นเอง

เช่นเดียวกับกรณีพิพาทล่าสุด ที่นายกษิตออกมาแถลง หรือให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เป็นไปในลักษณะก้าวร้าวและแดกดันเกือบตลอดเวลา

ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงยากที่จะจบลงด้วยดีในเร็ววันนี้ เพราะทั้งสองฝ่าย ต่างก็ใช้การตอบโต้กันทุกทาง โดยเฉพาะฝ่ายไทยที่รัฐบาลและภาคประชาชน กำลังปลุกกระแสชาตินิยมและคลั่งชาติ จนทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่อาจเกิดสงคราม แม้ทางไทยจะออกมาย้ำว่า จะไม่ให้กระทบต่อประชาชนและนักลงทุนก็ตาม แต่ทางในปฏิบัตินั้นคงเป็นไปได้ยาก

เพราะปัญหานี้ ได้ถูกลากไปเป็นส่วนหนึ่งของผลประโยชน์ทางการเมืองแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และปัญหาจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายกัมพูชาแน่นอน แต่จะเป็นฝ่ายไทย ที่ปัญหาจะเป็นบูมเมอแรงกลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์

เพราะนอกจากปัญหาเก่าที่เป็นยิ่งกว่าดินพอกหางหมูแล้ว ยังสร้างปัญหาใหม่เข้ามาอีกนับไม่ถ้วน

ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำต้องรับไปเต็มๆ

ผู้นำที่ไม่มีเพื่อน !!



โดย คุณ คนเมือง
ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
17 พฤศจิกายน 2552

การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ไม่ใช่เขียนชื่อพ่อแม่กันบนทราย แล้วเหยียบเล่น ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ โดยเฉพาะการบริหารทางการทูต

แต่รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำ และอ้างเสมอว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตัวเอง มาอย่างถูกต้อง ทั้งที่คนทั้งโลกไม่เชื่อ

และโจรก่อการร้ายปิดสนามบินนานาชาติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่คนทั้งโลกกังขาว่า ตั้งมาได้อย่างไร กำลังบริหารอยู่

เป็นเสมือนไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นเด็กเล่นขายของ และไม่ต่างจากเด็กเลี้ยงแกะ

หยุดเถอะ ลงมาเถอะ ก่อนที่ความขัดแย้งทางการทูตจะขยายใหญ่โต ลุกลามมากไปกว่านี้ ลุกลามไปถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอื่น ที่กำลังดีๆ กันอยู่ แต่ก็มีเชื้อแห่งความขัดแย้งกรุ่นอยู่

กัมพูชา ไม่ต้องพูดถึง ไปกันใหญ่แล้ว รอแต่เมื่อไหร่จะปิดสถานทูตและชายแดน อย่างที่ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ พูด

ลาว ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ซีเกมส์ ที่กำลังจะเริ่มแข่งในเวลาไม่ถึงเดือน ก็ยังคาราคาซัง โดยที่รัฐบาลยังเฉยเมย จะเป็นเพราะไม่สนใจหรือไม่รู้ปัญหาว่า โทรทัศน์ไทยที่เป็นของรัฐบาลทุกช่อง ที่รวมตัวกันชื่อว่าทีวีพูล แล้วอ้างว่า เป็นเอกชน เอารัดเอาเปรียบเรื่องลิขสิทธิ์ต่อภาคีซีเกมส์มานาน ทั้งที่มีโฆษณาแน่นยัดทะยาน ได้เงินเข้ากระเป๋าแบ่งกันร่ำรวยมานาน

พม่า ความขัดแย้งกรุ่นมาตั้งแต่รัฐบาลนี้ นายกฯคนนี้ ที่ทหารตั้งมาทะลึ่งเรื่อง ออง ซาน ซูจี ต่อรัฐบาลทหารของเขา จนเดือดร้อนต่อคนไทยที่ใช้ไฟฟ้า เมื่อแก๊สที่ส่งทางท่อจากพม่ามาโรงไฟฟ้าราชบุรีมีปัญหา

มาเลเซีย ไม่พอใจรัฐบาลนี้ ที่ให้การต้อนรับอันวาร์อิบราฮิม ฝ่ายค้านที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลของเขา เพียงแต่เขามีมารยาทพอที่จะไม่พูดถึงให้ขุ่นใจกัน แต่ก็แสดงออกด้วยการต้อนรับ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไทยก็ไม่กล้าทำอะไรกับเขา เหมือนทำกับเขมร

นับแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นับแต่นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ลองทบทวนว่าสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันรอบประเทศเราดีขึ้น หรือเสื่อมทรามลง

เราจะอยู่โดดเดี่ยว ประเทศเดียว โดยไม่ต้องคบกับใคร เหมือนนายกฯ ที่ทำงานเสร็จ เย็นก็กลับบ้านเลี้ยงลูก ไม่ต้องคบหาสมาคมกับใครอย่างนั้นใช่ไหม

ผมว่า มันไปกันใหญ่แล้วนะครับ สำหรับผู้นำที่ไม่มีเพื่อน

สภาล่มซ้ำซาก ประเทศพะงาบๆ ยัง 'แถกเหงือก' ทู่ซี้ขอเป็นายกฯ

โดย คุณ หนุ่ม ชิงชัย
ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
17 พฤศจิกายน 2552

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ .. “เรือสำเภาล่ม” ยังไม่เท่าไหร่ แต่ นี่ “สภาฯ ล่ม” มันบ่งบอกอะไร

เรือ ไททานิค ล่ม. .ถึงจะมี ความเสียหาย ก็เฉพาะ “กลุ่มก้อน” ในช่วงนั้นๆ

แต่.. “สภาฯ ไทยล่ม” มันจะสะท้อนกลับมาให้เห็นถึง “ความไปไม่รอด” กันทั้งประเทศ เพราะร่างกฎหมายต่างๆ มันผ่านไม่ได้

มีประเทศไหนในโลกที่เป็นอย่างนี้บ้าง เพราะ สภานิติบัญญัติ เป็นที่ “ออกกฎหมาย” ..ที่สำคัญในช่วงที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นนั่งเก้าอี้เป็น นายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลทำสภาฯ ล่มถี่ยิบ

ประวัติศาสตร์ “ต้องจารึก” ว่า “รัฐบาลนี้” ทำสภาฯล่มมากที่สุด ตั้งแต่มีสภาฯมา

ใน สิบเดือนที่ผ่านมา ล้มซ้ำซากเกือบสิบครั้ง!! ที่ไหนๆ เขาก็ “ยุบสภา” กันไปแล้ว

เพราะมัน “ฉุดความเจริญ” ของชาติ

จะว่า “ฝ่ายค้าน” ป่วนสภาฯ ก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อครั้งที่ ประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน ก็ เล่นงานรัฐบาล ในอดีตฯ หนักหน่วงกว่านี้หลายเท่าตัวนัก เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้

ส.ส.ทั้งสภา มียอดทั้งสิ้น 473 คน ส.ส.ในซีกรัฐบาลมี 274 คน ..ขณะที่ฝ่ายค้านมี 199 คน

ถ้า “วิปรัฐบาล” แข็งขัน “ขันน็อต” ให้แน่น ยังไงสภาฯ ก็ไม่มีวันล่ม เพราะมีเสียงเกินองค์ประชุมอยู่หลายเสียง

แต่ว่านี่ “นับทีไร ก็ขาด ..นับทีไรก็ขาด” มันผิดธรรมชาติแน่นอน จะมาบอกว่า ส.ส.ขี้เกียจสันหลังยาว นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขอบอก .. “ส.ส.ซีกรัฐบาล” เองน่ะแหละ ที่ต้องการให้ขาด เพื่อไม่ให้ครบองค์ประชุม เป็นใคร? ผู้ใด? ไปค้นหาดูกันเอง

โดนอย่างนี้ ยังไงก็ไปไม่รอด!!

ที่ทู่ซี้อยู่ทุกวันนี้ ก็ขอความเป็น “รัฐบาล” และ “นายกรัฐมนตรี” ไว้เท่านั้นเอง

ถ้าเป็น “คนไข้” ก็ต้องบอกว่า นี่คืออาการ พะงาบ พะงาบในห้อง ไอ ซี ยู

ตอนนี้แค่ขอ “แถกเหงือก” อยู่จนกว่าจะหมด “อ็อกซิเจน” เฮือกสุดท้าย ..โอประเทศกู!!

วันจันทร์, พฤศจิกายน 16, 2009

เสื้อแดงวอนคาร์เตอร์จี้USAเลิกรับรองรัฐบาลหุ่น


เสื้อแดงเชียงใหม่ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายจิมมี่ คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯที่เดินทางมาทำกิจกรรมการกุศลในเชียงใหม่ มีใจความสำคัญว่า ในนามของประชาชนคนไทยเราจึงขอเรียกร้องผ่าน ท่านอดีตประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ให้นำข้อเท็จจริงของความทุกข์ที่ประชาชนชาวไทยได้รับในขณะนี้ แจ้งไปยังประชาชนและประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา บารัค โอบาม่า รวมถึงประชาชนและผู้นำของนานาอารยะประเทศที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมทั่วโลก ให้บอยคอตอย่าให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองระบอบประชาธิปไตย หากแต่มีคณะนายทหารเผด็จการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มีพฤฒิกรรมหลอกลวงสังคมโลก ขออย่าได้ร่วมสังฆกรรม และอย่ารับรองรัฐบาลของเหล่าเผด็จการอำมาตย์ชั่วชุดนี้


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 พฤศจิกายน 2552



เมื่อช่วงสายวันนี้ กลุ่มคนเสื้อในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมายังสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถืงอดีตประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจการกุศลให้กับมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติที่เชียงใหม่ เพื่อยื่นต่อถึงนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา และประชาชนสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย


กลุ่มผู้ชุมนุมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกหน้าสถานกงสุล และได้ส่งตัวแทนประกอบด้วยนางเทวี ชำนาญอาษา นายพีระพล มรกต และ พ.ต.ท.สุเทพ ปูมูลเจริญ นายตำรวจนอกราชการ เข้าไปมอบจดหมายให้กับนาย โทมัส สมิธ เจ้าหน้าที่ประจำสถานกงสุล เพื่อยื่นหนังสือต่อนายคาร์เตอร์ และรัฐบาลสหรัฐฯ

"ท่านกงสุลฯ รับปากว่าจะนำจดหมายส่งไปให้ท่าน คาร์เตอร์ ต่อไป และขอบคุณเราที่ทำงานโดยสันติ และยินดีที่จะประสานงานกับเราต่อไปในอนาคต"แกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่รายหนึ่งกล่าวหลังเข้ายื่นหนังสือ


สำหรับจดหมายเปิดผนึกทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยละเอียด มีดังต่อไปนี้

จังหวัดเชียงใหม่
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552
เรียน อดีตประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา มร.จิมมี่ คาร์เตอร์
ผ่านสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่

เรื่อง ขอเรียนชี้แจงสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

จากกำหนดการของท่านเพื่อมาร่วมงานโครงการเพื่อการกุศลสำหรับประชาชนคนไทย โดยมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ ในการสร้างบ้านให้ราษฎรผู้ยากจนและด้อยโอกาส ในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ในฐานะประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ มีความปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง และขอบคุณที่ท่านให้เกียรติเลือกจังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดทำงานของมูลนิธิ ในนามของประชาชนชาวเชียงใหม่ขอต้อนรับท่านและภรรยาด้วยความยินดียิ่ง

ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกันกับประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ของรัฐบาล นายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ เพราะสามารถทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง จนกระทั่งได้ตั้งรัฐบาลพลเรือนพรรคเดียวในประวัติศาสตร์ของชาติไทย แต่กลับถูกปฏิวัติยึดอำนาจจากเผด็จการทหาร และถูกไล่ล่าจับตัวอย่างไม่ยุติธรรมต่อเนื่องตลอดมา

สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ มีรัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แพ้การเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากการยอมรับของประชาชนโดยตรง แต่กลับได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากวิธีการปล้นอำนาจของประชาชน และร่วมมือกับคณะนายทหารที่เคยร่วมกันยึดอำนาจทำลายรัฐบาลของประชาชน จัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ถูกต้องตามวิถีประชาธิปไตย พฤฒิกรรมของเหล่าขุนทหารเผด็จการอำมาตย์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยเป็นคนใกล้ชิดกับประธานองคมนตรี ที่ทำการทำร้ายประเทศชาติ ตั้งแต่การทำรัฐประหารรัฐบาลของประชาชนเมื่อ 19 กันยายน 2549

ผ่านมาเกือบสามปีกว่า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่วางมือ พวกเขายังทำการรัฐประหารเงียบ ทำการยึดประเทศชาติ ประชาชนชาวไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพรักเทิดทูนของมวลประชาราษฎร์ ให้เป็นตัวประกัน เพื่อในการยึดอำนาจการปกครองบริหารงานบ้านเมืองให้อยู่แต่ในอำนาจกำมือ โดยจัดตั้งรัฐบาลนอมินีเข้ามารักษาผลประโยชน์ของพวกเขาเอง มีการแต่งตั้งผู้ร้ายยึดสนามบินที่เป็นอาชญากรมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่เคยคิดละอายใจต่อประชาชน และสังคมโลกที่เป็นห่วงสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้

ในฐานะที่ท่านเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นแม่แบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดถืออำนาจของประชาชนเป็นใหญ่ และเป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เมื่อพ้นจากตำแหน่งฯแล้ว ท่านยังได้อุทิศตนทำงานในด้านการแก้ไขความขัดแย้งของสังคม ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั่วโลก จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2545 ท่านคงได้รับทราบถึงความเป็นจริง ในสถานการณ์เลวร้ายที่ประชาชนชาวไทยได้รับ คือขาดการดำเนินชีวิตด้วยความสงบสุข ขาดความรักความสามัคคีของชนในชาติ ขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ และขาดความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้พ้นจากความยากจนและด้อยโอกาส ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิที่ท่านประธานาธิบดี มร.จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้ตั้งปณิธานไว้

ในนามของประชาชนคนไทยเราจึงขอเรียกร้องผ่าน ท่านอดีตประธานาธิบดี มร.จิมมี่ คาร์เตอร์ ให้นำข้อเท็จจริงของความทุกข์ที่ประชาชนชาวไทยได้รับในขณะนี้ แจ้งไปยังประชาชนและประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา มร.บารัค โอบาม่า รวมถึงประชาชนและผู้นำของนานาอารยะประเทศที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมทั่วโลก ให้บอยคอตอย่าให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองระบอบประชาธิปไตย หากแต่มีคณะนายทหารเผด็จการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มีพฤฒิกรรมหลอกลวงสังคมโลก ขออย่าได้ร่วมสังฆกรรม และอย่ารับรองรัฐบาลของเหล่าเผด็จการอำมาตย์ชั่วชุดนี้.

ด้วยความเคารพรัก

ชาวเชียงใหม่ผู้รักประชาธิปไตย
ประชาชนชาวไทย

.................

Chiang Mai Province

16 November 2009

To Former President of the United States, Mr. Jimmy Carter
Thru the United States Consulate in Chiang Mai

Subject: Explanation of current situation in Thailand

For your plans to come join the charitable project for Thai people through Habitat for Humanity in building houses for poor, underprivileged people in Chiang Mai, we are thrilled and thank you for the honor of selecting Chiang Mai as a site for this charity. On behalf of the people of Chiang Mai, we are very pleased to welcome you and your wife.

Thailand is governed by a democratic system like the United States. However, when a coup on 19 September 2006 overthrew the democratic government of Prime Minister Thaksin Shinawatra, which was elected by a majority voice of the people because it was able to truly work for the benefit of the people to the extent that it was able to form a single party government for the first time in Thai history, it was revolted against by military dictators and he has been unjustly hunted for arrest ceaselessly ever since.

The current situation is that the government of Aphisit Wetchachiwa lost the election and did not come from the direct acceptance of the people. He became the prime minister from stealing power from the people and cooperating with a clique of military leaders who had seized power, destroyed the government of the people, and established a government that was not in accordance with the democratic process. The actions of these military dictatorial warlords, who were all intimate associates with the President of the Privy Council, have been working to destroy the country ever since the coup against the government of the people on 19 September 2006.

Over three years have passed, and at present they have not ceased. They are still enforcing a silent coup, holding the country, the Thai people, and the monarchy, which is deeply respected by the people, hostages so they can maintain power to govern the affairs of the country in their hands, by establishing a nominee government to come in and maintain their own interests, without any consideration of the people and the world at large that is interested in the affairs of Thailand at the present time.

Inasmuch as you once held the position of President of the United States, which is the pattern of democratic rule by the power of the voice of the people, and are well-known and accepted internationally for dedicating yourself after leaving office to working to solve disputes in society, fostering human rights and democracy all over the world, to the extent that you won the Nobel Peace Prize in 2002, you probably already know the truth about the terrible situation of the Thai people.

They are unable to peacefully live their lives. They lack love and harmony in their country. They don’t have the opportunity to develop their country and don’t have the ability to develop the quality of life of the people to overcome poverty and lack of opportunity according to the purpose of the charity that you, President Mr. Jimmy Carter aspire to.

On behalf of the Thai people, we request through Former President Mr. Jimmy Carter to take the facts of the current troubles of the Thai people and present them to the people and president of the United States, Mr. Barack Obama, as well as the people and leaders of civilized countries all over the world, to boycott and not support the government of Mr. Aphisit Wetchachiwa, which would not have been formed through a democratic process, if it had not had a military dictatorship supporting it behind the scenes. It is deceiving the world. Please do not join in the activities of and do not recognize this dictatorial and evil government.


Respectfully,
Citizens of Chiang Mai who Love Democracy
The Thai People

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(16พ.ย.):แดงทุกมุมโลก/อาลัยนักสู้เจ๊ขก


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน วันหวยออก นักข่าวชาวรากหญ้านำเสนอข่าวคราวกิจกรรมความเคลื่อนไหวของพี่น้องชาวเสื้อแดงเช่นเคย วันนี้พี่น้องเสื้อแดงอินเตอร์มีกิจกรรมคึกคักเป็นพิเศษ ที่สำคัญมาครบทุกมุมโลกทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยุโรป เยอรมนี ขอเชิญทัศนา และขอเรียนแจ้งท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม่สะดวก***



***เริ่มจากงานคอนเสิร์ตเขาใหญ่เมื่อวันเสาร์14พ.ย.ที่ผ่านมา คนแห่ร่วมนับแสนทั่วประเทศ คุณนกไฟ นักข่าวคนขยันจากปักษ์ใต้สีแดงรายงานมาว่า แดงจากแดนใต้ กลุ่มหาดใหญ่ 52 และพี่น้องชาวสตูล พัทลุง ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ ไม่เกี่ยงว่าไกลแสนไกลแค่ไหนก็มาร่วมงานนี้ให้ได้ ในงาน เพื่อนร่วมร้อง พี่น้องร่วมรบ ที่เขาใหญ่ โคราช มากันประมาณ 50 คน หนึ่งคันรถบัสพอดี ได้รับการต้อนรับทักทายแบบชนิดเกินคาดเหมือนเช่นเคยจากเสื้อแดงจังหวัดอื่นๆ แถมขากลับ ตอนนั่งทานข้าวที่ ชะอำ ดันเจอกลุ่ม พันธมิตรจากหาดใหญ่มากัน 2 คันรถบัส ดันมานั่งทานข้าวร้านเดียวกันอีก(กำลังเดินทางไปสนามหลวงเพื่อชุมนุมใหญ่) มีปากเสียงกันเล็กน้อย พอเป็นน้ำจิ้ม แต่ไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงคร้บ...โล่งไปที***


***ระหว่างที่เสื้อแดงในประเทศไปชุมนุมคอนเสิร์ตเขาใหญ่กว่าแสนคน กิจกรรมเสื้อแดงในต่างประเทศก็คึกครื้นไม่แพ้กัน เริ่มจาก RED IN JAPAN คุณปิคกี้คนเก่งรายงานข่าวมาสดไว เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นได้ชุมนุมสัญจรครั้งที่3ภายใต้งาน "รวมพลังประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์ยา"ในวัน อาทิตย์ที่15 พย. 52 ครั้งนี้เสียงเรียกร้องการรวมตัวกันของคนเสื้อแดงที่จังหวัดอิบาราหงิมากเหลือเกิน ประจวบกับเหตุการณ์บ้านเมืองไทยในขณะนี้ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ถูกกลุ่มคนชั่วกล่าวหาสร้างข่าวเป็นเท็จมาโดยตลอด จึงได้เกิดที่มาการชุมนุม สัญจรที่ อิบาราหงิ ภายในงาน มวลชนพี่น้องเรา ค่อยๆทยอยมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเวลา 11.30เริ่มงานลงทะเบียนและ ร่วมเขียนคำอวยพรเพื่อเป็นกำลังใจ แด่นายกทักษิณ ชินวัตร พี่น้องเราร่วมร้องเพลงชาติไทย และถ่ายรูปร่วมกัน ***

***จากนั้นมีรายการโฟนอินมาทักทายและพูดคุยกับเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ที่ชุมนุมพลกัน ณ จังหวัดอิบาราหงิ เริ่มจากเวลา13.15น. นายแพทย์แหวงโต จิราการ โฟนอินมาเล่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันให้พี่น้องเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นรู้เหมือนกับอยู่เมืองไทยกันเลยทีเดียว พร้อมกับแนะนำวิธีการการรวบรวมมวลชนคนไทยในต่างแดน***

***เวลา 15.00น.โดยประมาณ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็โฟนอินเข้ามาเล่าเหตุการณ์ขำๆแด่พี่น้อง จากเหตุการณ์จะมีคนแอบลอบยิง ถ้าเครื่องบินลำที่ท่านนายกฯบินออกจากกัมพูชาผ่านน่านฟ้าไทย ถือเป็นเรื่องตลกของพวกเราชาวสีแดงที่ชุมนุมอยู่ถึงกับฮาตรึเชื่อไม่เชื่อดูรูปเอาเอง ตอนนายกฯทักษิณเล่ามาถึงตอนนี้นอกจากน่าขันเป็นอย่างมาก แต่ก็น่าสลดใจเมื่อท่านบอกว่าเกือบจะชินแล้วกับการลอบกัด ของพวกหมารับใช้ทั้งหลาย พี่น้องที่ อิบาราหงิ ได้มีการพูดถึงการชุมนุมที่ โบนันซา ที่ท่านนายก โฟนอินมาร้องเพลง "ขอบคุณที่ซ้ำเติม" ท่านกล่าวว่าร้องไม่ค่อยเป็น ไม่เหมือนร้อง คาราโอเกะค่ะ เหมือนไม่มี ซาวด์ค่ะ***


***จากการโฟนอินของท่านนายกฯ พวกเราพี่น้องเสื้อแดง ที่อิบาราหงิ ญี่ปุ่น ล้วนได้ยินเสียงท่านนายกฯ ทุกคนดีใจกันมาก และพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ที่ไม่ไกล และคิดว่าจะจบเร็วๆนี้ เพียงแต่ท่านให้สัญญาณ พวกเราพร้อมลุยกับคนไทยทั่วทุกมุมโลกค่ะ***

***ต่อมาก็เป็นคิวของคุณกี้ร์-อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในช่วงประมาณ 15.40น. คุณกี้ร์บอกว่ากำลังจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ก็ยังปลีกตัวส่งเสียงมาทักทายเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ทำให้พวกเราทางนี้ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่2ที่คุณกี้ร์โฟนอินมาทักทายเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น***

***เวลา 16.00น. เสธ.แดงโฟนอินในเรื่องการเมือง เหตุการณ์ปัจจุบัน ต่อด้วยเวลา 16.30 น. คุณขวัญชัย ไพรพนา โฟนอินมาให้กำลังใจพี่น้อง อิบาราหงิ ในการชุมนุมสัญจรในครั้งนี้ และครั้งต่อๆไป และขอให้น้องเสื้อแดงแข้มแข็ง ตั้งใจทำงานด้วยใจจริง แล้วสิ่งที่พวกเราทำกันจะสำเร็จ***

***เจ้าภาพงานนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ญี่ปุ่น RED IN JAPAN , RED THAI JAPAN กลุ่มปกป้องทักษิณ กลุ่มรักประชาธิปไตย
ต้องขอขอบคุณ คุณสุนีย์ ,คุณวัลลพ ที่ช่วยประสานงานในครั้งนี้ ขอบคุณ สถานี PEOPLE CHANNAL และขอบคุณ ไทยอีนิวส์ ที่ช่วยกรุณาเผยแพร่ข่าวเสื้อแดง มาโดยตลอดค่ะ
และคิดว่าเร็ววันนี้ จะมีเสื้อแดงอีกหลายประเทศเกิดขึ้นอีกมากมาย***

***ทางไทยอีนิวส์ก็ต้องขอบคุณผู้ประสาน และนักข่าวคนเก่งแห่งเสื้อแดงไทยญี่ปุ่น คุณปิคกี้เช่นกันที่ส่งข่าวมาสม่ำเสมอ ให้คนไทยทั่วโลกได้ชื่นใจไปกับข่าวดีๆแบบนี้ ยิ่งทราบว่าคุณปิคกี้ขับรถไปข้ามหลายเมืองตั้ง6ชั่วโมงเพื่อการนี้ ก็ขอให้กำลังใจมาในโอกาสนี้ สู้ๆเขานะเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นทุกท่าน***

***ไปที่เสื้อแดงไทยในเยอรมันกันต่อ คุณรจนาส่งข่าวมาว่า กลุ่มแดงไทย"คนรักทักษิณ"ในเยอรมนี เป็นกลุ่มจัดตั้งตนเองเพื่อร่วมอารมณ์ความรู้สึกกับประชาชนไทยในการต่อสู้ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยอันคือปัญหาบ้านเมือง และหลังการประชุมประสานงานกันในแคว้นต่าง ๆ ได้มีบางคนที่มีประสบการณ์ร่วมต่อสู้กับกลุ่มเสื้อแดงไทยหลังสงกรานต์เลือด 2552 มาเป็นแกนนำและพลังสำคัญ***

***หลังการประชุมแกนนำในแคว้นแต่ ๆ 5 ครั้ง จึงเกิดการชุมนุมใหญ่รวมพลคนเสื้อแดง ณ นครเบอร์ลิน ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม2552 และได้ผ่านไปด้วยการเพิ่มจำนวนคนเสื้อแดงมากมาย และเป็นที่สนใจวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมรวมถึงสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง จึงจะมีการชุมนุมกิจกรรมคนเสื้อแดงอีกครั้งใน ....

วันที่ 21 พ.ย 2552 ขอเชิญพี่น้องชาวเยอรมนีและประเทศใกล้เคียง รวมงาน รวมพลคนเสื้อแดง ที่นครเบอลิน พบกับคุณวิสา กับคุณไพจิตร อักษรณรงค์ และพบกับรายการสำคัญคือโฟนอินของท่านนายกฯทักษิณด้วยค่ะ***



***สนใจรวมงานสอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มคนรักทักษิณในเยอรมนี

0151/51232320 คุณแดงแจ๊ด
เขต Dortmuend ติดต่อคุณอำนวย Tel.0151/12309521
เขต Braunschweig ติดต่อ คุณน้อย Tel.0152/29690966
เขตฺ Berlinติดต่อ คุณบังอร Tel.0152/22476336
***


***สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านบทความของแกนนำแดงไทยในเยอรมนี เชิญอ่าน เผชิญหน้ากัน มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง (แต่) สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีแต่รวยกับรวย จะพบทัศนะที่คมคายลึกซึ้งอย่างมาก ทำไมผู้ปกครองอำมาตย์ไทยคิดแบบนี้ไม่ได้ก็ไม่รู้ ส่วนภาพชุดนี้เป็นกิจกรรมการประชุมเตรียมงานกัน เชิญชมหายคิดถึงกันครับเสื้อแดงทั่วไป ก้าวไกลไปทั่วโลก***

***คุณเล็ก ซิดนีย์ แห่งแดงไทยออสเตรเลียแจ้งข่าวถึง กรรมการ สมาชิก และเพื่อนๆผู้รักในอุดมการณ์ประชาธิปไตยชาวไทยในออสเตรเลียทุกคน กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทย ในออสเตรเลียจะจัดให้มีการเสวนาประชาธิปไตย ในวันที่ 22 พฤศจิกานี้ ณ ร้านอาหาร Suan I-San เลขที่ 1-4/408 King St. NEWTOWN, NSW โดยจะมีท่านนายกทักษิณ โฟนอิน และนำการเสวนา โดยดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง จึงขอเชิญชวนทุกๆท่านชาวไทยในออสเตรเลียเข้ามาร่วมโดยพร้อมเพียงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล์ thairedaustralia@hotmail.com Phone: 0421 115 272 การเข้าร่วมงานไม่มีค่าใช้จ่าย อาหารและสถานที่ อภินันทนาการโดย คุณ เยาว์.....เจ้าของร้านอาหาร Suan I-San โทร 95576722***

***
กำหนดการ

14.00 -15.00 น ลงทะเบียน

15.00 -15.15 น กล่าวต้อนรับและเปิดงานเสวนา

15.15 -18.30 น เสวนา เรื่อง ปัญหาการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย จากมุมมอง

ด้านเศรษฐกิจและการเมือง

หัวข้อที่ 1 อะไรคือวิกฤตปัญหาแท้จริงของประเทศไทย

หัวข้อที่ 2 เราจะมีประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้อย่างไร

หัวข้อที่ 3 ประชาชนจะมีบทบาท ปกป้องรักษาประชาธิปไตยอย่างไร

วิทยากร รศ. ดร สุชาติ ธาดาธำรงเวช ( อดีต รมต คลัง )และคณะ
อ. ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ( วีดีโอ ลิ้งค์)
18.30 -19.30 น ร่วมรับประทานอาหารเย็น

19.30 - น ท่านนายก ทักษิณ Phone In

ปิดการเสวนา จบท่านนายก ทักษิณ Phone In

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการลงทะเบียนตอบเข้าร่วม ติดต่อได้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ครับ อ้าว!แดงไทยในออสเตรเลียสู้ๆ***

***ข่าวคราวแดงอินเตอร์วันนี้มาทุกมุมโลก แดงUSAจะพลาดได้ไง ว่าแล้วสาวน้อยทิฟฟี่สีแดงก็แจ้งข่าวมาว่า ลงตัวแล้วสำหรับกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของพี่น้องแดงไทยในอเมริกา งานมีวันที่6ธันวาคมนี้ เวลาตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป กิจกรรมคึกคักไปด้วยลำตัดคณะพ่อวีระ-อดิศร ลำตัดรุ่นใหญ่ รำวงกระทบไหล่ส.ส.สาวเสื้อแดง"น้องยิ้ม"วิสาระดี-ส.ส.ปาริชาติ ประกวดร้องเพลงชิงถ้วยนายกฯทักษิณ เจอกัน ณ ไทยแลนด์พลาซ่า เบอร์โทรติดต่อคลิ้กข้างล่างนี้จ้า***