โดย คุณ ลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
17 กันยายน 2551
ผมคิดว่า การขึ้นเป็นนายกฯของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่า ทักษิณ ชินวัตร เลิกที่จะไหว้วานคนอื่นแล้ว
การดึงนายสมัรร สุนทรเวช มาถือธงนำในรอบเจ็ดเดือนที่ผ่านมา แม้ป้องกันการโจมตีเรื่อง "ความไม่จงรักภักดี" ได้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยทักษิณมากมายเท่าใดนัก เพราะสมัครมุ่งแต่เสถียรภาำำพตนเอง เอาใจทหาร และศักดินา มากเกินไป และไม่ได้ช่วยอะไรทักษิณเลย
สมัครไม่ได้ช่วยให้พรรคพลังประชาชน ได้เปรียบทางการเมืองขึ้นมาเลย สมัครมุ่งแต่สเถียรภาำพของรัฐบาลผสมเท่านั้นเอง แ่ต่เมื่อเชิญมาแล้ว ก็ไม่รู้จะเิชิญออกไปอย่างไร
การที่สมัคร หลุดจากตำแหน่งนายกฯไปจากศา่ล ผมว่าผลดีเกิดกับกลุ่มอำนาจทักษิณมากกว่า แต่ฝ่า่ยศักดินาและทหารเสียตัวเชื่อมต่อไป
หากประเมินสถานการณ์อย่างไม่อ้อมค้อมคือ "พวกศักดินา" เตะหมูเข้าปากหมา เพราะสุดท้าย พลังประชาชน ก็ไม่้ได้เสียหายอะไร แต่กลับได้เนื้อแท้ของพรรคกลับคืนมา พรรคได้อำนาจกระัชับมากขึ้น เพราะสมัคร สุนทรเวช แม้เป็น หัวหน้าพรรค พปช. แต่ก็เหมือนในนามเท่านั้น ไม่ได้เป็นเนื้่อเดียวกันอย่างแท้จริง เหมือนกับ "เชิญคนนอก" มาเป็นประธานบริษัท แต่ไม่ได้เป็นคนของเถ้าแก่โดยตรง
การล้มสมัคร จึงเป็นแค่การทำลาย "เป้าลวง" ของพรรคพลังประชาชนเท่านั้น ไม่ได้กระทบแก่นแท้แต่อย่างใด และพรรคพลังประชาชน ก็สามารถดันแกนนำพรรคคนอื่นอย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นมาโดยตรง
แม้ท่าทีของ สมชาย ดูประนีประนอม และไม่ได้เข้าข้างทักษิณมากนัก แต่เนื้อแท้เขาคือ คนในครอบครัวเดียวกัน การเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเืมือง ทำโดยคนอื่นก็ได้ หากนายกฯ เปิดทางให้ อย่างน้อยฐานอำนาจใหญ่ของรัฐบาลก็อยู่ในมือของ กลุ่มชินวัตร โดยตรงผม
คิดว่าการบริหารพรรคพลังประชาชนต่อไป คงใช้วิธีการ "บริหารแบบรวมหมู่" เช่นเดียวกับพรรค LDP ของญี่ปุ่น แต่ต่างกันตรงที่ "เงาของทักษิณ" ยังคงเอื้อประโยชน์ให้พรรคในการชนะเลือกตั้งอีกยาวนาน บารมีทักษิณยังขายได้
ดังนั้น พรรค พปช.จะไม่มีข้อขัดแย้งในทิศทางนโยบายมากนัก นอกจากการจัดสรร ตำแหน่ง รมต.ให้ลงตัวกันระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ เท่านั้น ซึ่งการต่อรอง เป็นธรรมชาติของการเมือง ซึ่งไม่มีทางไปสู่จุดแตกหักได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกฝ่ายจะเสียประโยชน์
สรุปคือ ต่อไปนี้ พรรคคงไม่ต้องวานคนนอกให้มานำอีก การที่คุณสมชาย ขึ้นได้ ก็หมายถึงคนอื่นๆ สามารถขึ้นได้เช่นกัน หากคุณสมชาย มีอันเป็นไป ก็ยังมีคิว สุรพงษ์ หรือ สมพงษ์ หรืออาจมีชื่ออื่นตามมาอีก
นับว่าเป็นการวิวัฒนาการไปอีกขั้น ที่ไม่ต้องยึดติดกับหัวหน้าพรรค
ภาพของหัวหน้าพรรคอาจไม่สำคัญ เพราะมี "บารมีทักษิณให้ขายได้อยู่"
มรดกทางการเมืองของทักษิณ ช่างยิ่งใหญ่มหาศาล มากกว่าเงินตราจริงๆ ยึดก็ไม่ได้ อายัดก็ไม่ได้
