ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน10):ภารกิจลับระดับสูงของปีย์-ดร.สมเกียรติ-พญาไม้-ไพศาล แต่ประชัยเจอตอเบ้อเร่อเลย
โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
10 พฤษภาคม 2552
หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใดสื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
ปีย์:ผู้ทำงานใหญ่ฉลองพระเดชพระคุณ
ปีย์เป็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างครับ
เช่น เคยเป็นบก.หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยหลัง14ตุลา2516
เป็นเจ้าของหนังสือดิฉัน
เป็นเจ้าของจส.100
แต่เหนือสิ่งใด เป็นผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างสูง
ในยุคเปลี่ยนผ่านก่อนที่เหลี่ยมเข้ามาเทกไอทีวี เตะก้นหยุ่นเนชั่นออกไป ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ITV ก็ไปเชิญปีย์มานั่งเป็นก้าง เอ๊ย เป็นบอร์ดอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายเหลี่ยมก็เตะออกไป เพราะดันพ่วงของแถมคือดร.สมเกียรติขาเก่าขาแก่มาด้วย เหลี่ยมคงจะเห็นว่าคุมยากมั้ง
แต่เป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็น ประธานกรรมการบริษัทแปซิฟิคอินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ผลิตรายการสารคดีพิเศษเฉลิมพระเกียรติใน พระราชวงศ์ ทางทีวีช่องต่างๆให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมี และได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบางตอนที่ปีย์ได้ทำงานสนองพระเดชพระคุณ
-เป็นกรรมการที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการอันเนื่องมาจากพระราดำริ พ.ศ. 2534 ของกระทรวงศึกษาธิการ
-เป็นกรรมการที่ปรึกษา ในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ พ.ศ.2541-2542
-เป็นคณะทำงานโครงการเผยแพร่ และจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก" ฉบับการ์ตูน ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542
-เป็นรองประธานกรรมการของคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ในคณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงพร
ะที่นั่งจักรีมหาปราสาท พ.ศ. 2535
-เป็นกรรมการฝ่ายหาทุน และจำหน่ายบัตรของคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2535-2548
-เป็นกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของมูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2538
-เป็นกรรมการจัดการ และที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ "พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9" ของมูลนิธิสวนหลวง ร.9 พ.ศ. 2534-2538
-เป็นกรรมการจัดทำเหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเหรียญสมเด็จพระสุริโยทัย พ.ศ. 2538
-เป็นกรรมการฝ่ายขายบัตรงานแสดงคอนเสิร์ต "ใกล้ดวงใจแต่ไกลสุดฟ้า" ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2539
-เป็นอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และการตลาดโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ "ศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9" พ.ศ. 2539
-เป็นกรรมการฝ่ายหาทุน และจำหน่ายบัตรของคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2543
-เป็นคณะกรรมการธนบัตรที่ระลึกวันราชาภิเษกสมรสครบ 50 ปี (กธภ.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543
-เป็นคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานวันเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี พ.ศ. 2543
-เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ในโครงการจัดสร้างพระบรมราชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พ.ศ. 2545
-เป็นกรรมการอำนวยการโครงการเปลี่ยนไตถวายเป็นพระกุศล 80 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 2545
-ในหนังสือพระราชอำนาจที่เขียนโดย ประมวล รุจนเสวี ระบุเอาไว้ในบทอาเศียรวาทว่า
"…เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง"
คือ กระแสพระราชดำรัสที่ทรงตรัสกับนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา และทรงรับสั่งให้เชิญกระแสพระราชดำรัสนี้มาแจ้งกับข้าพระพุทธเจ้า
"เรา" ทรงชี้พระหัตถ์ไปที่พระอุระของพระองค์ "ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก"
ข้าพระพุทธเจ้าได้ยกมือทั้งสองประนมเหนือศีรษะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสนี้จากท่านปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เมื่อได้พบกัน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2548 เวลา 17.00 น. ณ บ้านของท่านปีย์ฯ
ปีย์ถูกเหลี่ยมแฉในการโฟนอินชุมนุมใหญ่หน้าทำเนียบ ก่อนสงกรานต์ทมิฬไม่กี่วันว่า มีชนชั้นนำจำนวนมากไปที่บ้านปีย์สุขุมวิท เพื่อวางแผนรัฐประหาร19กันยายน2549 ในนั้นก็มีพล.อ.สุรยุทธ์(ซึ่งหลังรัฐประหาร19กันยา ได้เป็นนายกฯ) นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ(หลัง19กันยาได้เป็นองคมนตรี) นายอักขราทร จุฬารัตน์(ซึ่งเคยมีชื่อว่าจะได้เป็นนายกฯหลังรัฐประหาร19กันยา แต่วันหน้าก็อาจจะได้เป็น) นายจรัญ ภักดีธนากุล และนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวชิการประจำพันธมิตร
ปีย์ออกมาแก้ข่าวว่า ไม่มีการพูดเรื่องการวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเชิญคนที่สนิทสนมและเป็นเพื่อนมารับประทานอาหารที่บ้านเพื่อพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมืองซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว การเชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำอยู่ก็เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง เพราะต้องการทันสถานการณ์เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง จึงได้เชิญคุณอักขราทร ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ

"พญาไม้"หรือเผด็จ ภูริฯเคยเขียนในบางกอกทูเดย์ของแป๊ะปีศาจว่า หลังรัฐประหาร19กันยา ปีย์เคยเรียกพญาไม้แล้วก็พวก18อรหันต์วงการคนหนังสือพิมพ์ไปกินข้าว ในหลายเรื่องที่พูดกันนั้นก็รวมทั้งปฏิบัติการที่จะสกัดกั้นเวบไซต์ต่างประเทศที่มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจำนวนมาก
"นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ที่ได้เชิญตัวแทนจาก “บางกอกทูเดย์” ไปร่วมหารือและคิดหาหนทาง “ปิด” เว็บไซต์ต่างชาติ ที่เผยแพร่ข้อเขียนสุดอุบาทว์ ทำลายเบื้องสูงและทำร้ายจิตใจหัวใจไทยทั้งชาติ...ให้เร็วที่สุด
นายปีย์ คนที่รู้สึกวิตกกังวลและเป็นห่วงมากๆ กับการที่เว็บไซต์ต่างชาติยังคงเดินหน้าเผยแพร่ข้อเขียนของพวกหัวเอียงซ้าย “บูชา” ลัทธิสาธารณรัฐ จึงเชิญชวนให้ใครต่อใครที่คิดว่า...จะหวังดีต่อประเทศนี้ มาร่วมคิดหาหนทาง “สกัดกั้น” มิให้ข้อเขียนสุดอุบาทว์ ชิ้นนั้นดำรงอยู่ได้อีกต่อไป เกือบ 3 ชั่วโมง...ที่กว่าภารกิจดังกล่าวจะแล้วเสร็จ แต่ก็ใช่...จะ “ปิดกั้น” และ “หยุดยั้ง” เว็บไซต์ต่างชาติ...ได้อย่างยั่งยืน เพราะวันต่อๆ มา คนทั่วไปก็ยังคงหาอ่าน ข้อเขียนอุบาทว์ๆ ชิ้นนั้นได้อีก"พญาไม้ระบุในข้อเขียน ที่บ่งชี้ถึงภารกิจทางลึกของปีย์ที่สนองพระเดชพระคุณ และปกป้องสถาบัน
ในrepนี้ผมจึงไม่มีคำสบถคำหยาบเมื่อกล่าวถึงท่านปีย์ ขอให้ท่านเกษมสำราญ สนองพระเดชพระคุณไปตราบเท่านาน เป็นบุญแก่พสกยิ่งแล้วที่ท่านปีย์สนองคุณชาติบ้านเมืองเยี่ยงนี้ และยังผลิตรายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติให้พสกนิกรได้ซาบซึ้งในพระบารมี และสำนึกพระมหากรุณาธิคุณโดยทั่วกัน
ดร.สมเกียรติซี้ปีย์ แต่ยังประคองความเป็นนักวิชาชีพสื่อไว้ได้

พูดเรื่องปีย์แล้วหากไม่กล่าวถึงดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ก็คงไม่ครบเครื่อง เพราะความเป็นซี้กัน
ผมก็ว่าแกไม่ได้เป็นคนแย่ที่ไหน ถึงจะมีเพื่อนเป็นเหี้ยตัวพ่อของวงการ
อย่างน้อยแกอยากเป็นสว.ก็ไปลงแรงหาเสียงให้คนสุพรรณเลือก ต่างจากไอ้สมชาย ไอ้คำนูณแม่งเลียตีนเผด็จการแลกกับการเป็นสว.
เรื่องTPBSนี่แกก็ด่าชิปหายว่าไม่จำเป็นเอาเงินมาผลาญ หากจะทำตามไอเดียที่ว่าTPBSนะ ยิ่งมาเป็นสื่อราชการอีกอัน ซ้ำกับช่อง11แกยิ่งด่าแม่เข้าไปใหญ่
วีรกรรมแกที่เคยทำข่าวหม่อมคึกฤทธิ์นอนป่วยโรงพยาล โดนคึกฤทธิ์ด่าไอ้แม่เย็ดนี่ถือว่าเป็ยฮีโร่ของผมเลยนะ
ที่แกพลาดตอนพฤษภาทมิฬก็เพราะปีย์หัวเถิกไซโคแกหนักไปหน่อย...กลายเป็นรอยด่างในชีวิตแก
หากแกออกมาพูดซักคำว่า"ขอโทษ ผิดไปแล้ว"ผมว่าใครๆก็พร้อมจะยกโทษให้แก เทียบกับที่แกบุกเบิกงานข่าวทีวีให้เห็นอย่างที่เป็นมาในระยะหลัง
แกสร้างคนในวงการไว้มาก อย่างอรุณโรจน์ ป้าแอ้ รุ่นหลังๆก็สุริยนต์ จองลีพันธ์ กิตติ สิงหาปัด คนพวกนี้เป็นเมล็ดพืช เมล็ดกล้าที่ดี ไปอยู่ไหนก็ทำให้ที่นั่นมีสง่าราศีไปด้วย...ลูกศิษย์แกนี่ไม่ออกลายเหี้ยให้เห็นซักตัว
พูดถึงกรณีแกมีเรื่องกับคึกฤทธิ์นี่ก็คือ ตอนนั้นอาจารย์หม่อมที่แกขึ้นหิ้งแล้ว ชนิดที่ว่าหากคนข่าวหาข่าวอะไรมาเล่นไม่ได้ ก็ไปถามแกให้ด่าคนนั้นคนนี้ ตอนท้ายๆนี่แกด่าป๋าเป็นอาชีพหลัก มาวันนึ่งแกป่วยไปนอนโรงบาล น่าจะซักราวพ.ศ.2530
ตอนนั้นดร.สมเกียรติมาคุมข่าวช่อง7กำลังฮ็อตมาก ก็สั่งเด็กนักข่าวไปทำข่าวถ่ายๆๆใหญ่ หม่อมคึกฤทธิ์จะขี้เยี่ยวกินข้าวบนเตียงโรงบาลก็ตามถ่าย
อาจารย์หม่อมแกคนโบราณก็ถือว่าไอ้ดร.สมเกียรติแม่งไม่รู้จักกาละเทศะ มาถ่ายตอนกูป่วยนี่กะจะแช่งให้กูตายใช่มั๊ยสัดด แกก็ให้"ครวย"เด็กนักข่าวผู้หญิงของดร.สมเกียรติ ถึงกับน้ำตาแตก แล้วแกก็ฝากด่าว่า"ไอ้yeดแม่ดร.สมเกียรติ คนไทยเขาถือ แล้วเขาถือด้วยว่าพวกผมหยัก หน้ากล้อ คอสั้นอย่างดร.สมเกียรตินี่เป็นพวกอัปลักษณ์ ห้ามคบหา"
ดร.สมเกียรติเลยได้ตกงานจากช่อง7 ต่อมาแกก็ไปทำที่ช่อง5 แกก็ไม่กล้าเปิดศึกกลับคืนอาจารย์หม่อม คนโบราณเขาถืออาวุโสกัน
ส่วนตอนพฤษภา35นี่ ดร.สมเกียรติแกมาทำวิทยุจส.100ก็ฮ็อตมากมาย ใครจะไปรู้ว่าวิทยุรานงานรถติดมันจะฮิตขนาดนี้ ลูกน้องแกจัดรายการชื่อวิไล จะไปเรียนเมืองนอก ร่ำลากันแฟนๆร้องไห้เป็นเผาเต่า
แล้วคนฟังนี่ไม่ธรรมดา พวกรัฐมนตรี ส.ส.ก็แอบโทรไปรายงานจราจรด้วย มีข่าวกระทั่งว่าแม้แต่ในหลวงก็เคยแอบโทรไปรายงานกับเขาเหมือนกานน..ทรงบร๊ะเจริญ
ทีนี่มาเป็นเรื่องคือแกทำจส.100ด้วย ช่อง5ด้วย มันก็ช่องทหาร ตอนวันที่17พฤษภา มหาจำลองก็หุนหันออกจากสนามหลวงไม่ปรึกษาใคร แค่ออกมาถึงหน้ากองสลาก ไอ้ช่อง5กับจส.100รายงานข่าวแล้วว่าตอนนี้เกิดจลาจลเผาโน่นเผานี่แล้ว...ผมเองก็เดิน
ท่อมๆอยู่แถวนั้น ข่าวนี่รายงานซักทุ่มสองทุ่ม ตอนนั้นยังไม่เผาเอี้ยอะไรเลย จส.100กับช่อง5ดันบอกว่าเผา...ทั้งที่มีเรื่องเผากันนี่ก็ซัก5-6ทุ่มแล้ว เป็นพวกพัลลภไปเผา
คนเลยด่าแม่ดร.สมเกียรติว่าแกบิดเบือน รับใช้ทหาร เพราะได้สัมปทานคลื่นกับความถี่
แล้วก็รายงานก่อนนั้นทุกวันว่าอย่าไปม็อบเหอะรถมันติด คนไปม็อบก็ไม่กี่ร้อยหรอก...คนอยู่ทางบ้านก็บอกแหกตากู กูโกรธ จะไปดูด้วยตา ก็เลยกลายเป็นหมื่นเป็นเสนขึ้นมา
เรื่องนี้ก็เป็นเหตุให้หยุ่นเนชั่นมาโวยวายว่า สื่อบิดเบือนงี้อันตราย ที่อันตรายเพราะสื่อถูกรัฐครอบงำ มันต้องแจ้งเกิดทีวีอิสระ(Independent TeleVision-ITV)ขึ้นมาซักช่อง ต่อไปมีเหตุแบบนี้ ก็จะได้เป็นอิสระจากรัฐบาล รายงานข่าวแบบเสรี
ถึงตอนนี้คุณก็ไปอ่านต่อตอนที่ผมเขียนถึงค่ายเนชั่นทำสัญญาขายวิญญาณใหปีศาจ แล้วไปต่อด้วยเรื่องเหลี่ยมเข้ามาtakeover ITV ต่อด้วย30กบฎITV ต่อด้วยดึงสำราญ รอดเพชรไปปราบกบฎ ปลดสำราญกลางอากาศ สำราญไปจับมือลิ้มไล่เหลี่ยม....มันจะเป็นซีรีส์ยังงี้
เสี่ยประชัย จากนายทุนอุตสาหกรรมใหญ่มาเป็นนายทุนวิทยุเก้าสิบสองสลึง

ก่อนที่ประชัยจะมาเป็นนายทุนวิทยุ92.25หรือวงการเรียกว่าเก้าสิบสองสลึง แถมมาเสียเงินทำพรรคมัฌชิมาเป็นพันล้าน โดยไม่ได้อะไรเลย โดนแก๊งคฺสมศักดิ์ เทพสุทินเตะออกมาชีช้ำนี่ เรื่องมันยาว
เรื่องเสี่ยประชัยนี่ความซวยบังเกิดกับแกเพราะไปทำธุรกิจแข่งกับขาใหญ่ครับ
ทั้งปูน เคมี กระดาษ ไปแข่งเขาหมด แบงก์ก็จะตั้งแข่งกับเขา ถึงขั้นเคยเจอสั่งล้มสัมปทานมาแล้ว
เกือบ20ปีมาแล้วผมเคยไปนั่งคุยกับแก แกก็บ่นชิปหายเรื่องขาใหญ่บีบให้แกยอมจำนน แล้วเขาก็บี้แกทุกเม็ด อาศัยเส้นสายกลไกราชการ และรัฐบาลทุกรัฐบาลเล่น ตั้งแต่เอาAFTAมาบี้ สารพัดเรื่อง กูแกล้งมึงหมด เจอวิกฤตปี40ขาใหญ่เอาเงินหลวงมาช่วย ตัวเองรอด ของประชัยปล่อยให้ตายหยังเขียด
ใครเข้าใจว่าประชัยโดนเหลี่ยมบี้ หรือจะไปฮุบTPIนี่เข้าใจผิดหมดครับ มันใหญ่กว่าทักษิณเยอะ คนที่เล่นประชัยหนะ
มาหลังๆจำได้ไหมประชัยพูดอะไรซักอย่าง แล้วพูดปุ๊บคุกปั๊บ
ถ้ายังขืนพูดต่อนี่จะไม่มีปากไว้กินข้าว
นายทุนแบบประชัยนี่หากไปเจอประเทศเสรีนะ รวยบรรลัยราก มาเจอประเทศผูกขาดแบบไทยแลนด์นี่ มึงไม่ถึงตายก็บุญหัวแล้ว ว่าไปก็เสียดายของ
ไพศาล พืชมงคล:จากโค่นล้มศักดินามาถึง"โอ้ว่าทูลกระหม่อมแก้ว เห็นแล้วว่าประทับอยู่ข้างไหน"*

ปฏิบัติการตอกลิ่มของสื่อเครือผู้จัดการ กระบอกเสียงของพันธมิตรต่อสังคมไทยคือการเขียนบทความหมิ่นเหม่ว่า"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว เห็นแล้วว่าประทับอยู่ข้างไหน”โดยอ้างกรณีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไปพระราชทานเพลิงศพ"น้องโบว์"เมื่อ13ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ถูกวิจารณ์วิจารณ์อย่างมาก แม้แต่ผู้อ่านของผู้จัดการเอง
สำหรับสิริอัญญาผู้เขียนบทความนี้เป็นนามปากของนายไพศาล พืชมงคล นามปากกาสิริอัญญานำมาจากชื่อภรรยาของเขา นายไพศาลเป็นเจ้าของสำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้ชื่อว่าเป็น"ฝ่ายซ้ายเก่า"หรือผู้นิยมเลื่อมใสลัทธิสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ผู้หนึ่ง
โดยหลังเหตุการณ์14ตุลาคม 2516 ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้แทรกซึมเข้ามายังขบวนการนักศึกษาและกรรมกร นายไพศาลได้ตั้งวงดนตรี “คนจน” เพื่อหนุนช่วยงานกรรมกร และเป็นผู้แต่งเพลงศักดิ์ศรีกรรมกรอันโด่งดัง เป็นนักเขียนบทความตั้งแต่เป็นนักศึกษา หลัง 14 ตุลาคม 2516 เป็นผู้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ฝ่ายซ้ายคือ “อธิปัตย์” และ “ประชาธิปไตย"
เพลงศักดิ์ศรีกรรมกร
(สร้อย) เสียงครวญของมวลกรรมกร
ใช่เสียงอ้อนวอนขอความปรานี
แต่เป็นเสียงเพื่อสิทธิ์เสรี
ที่ถูกย่ำยีกดขี่มานาน
อาบเหงื่อแทนน้ำเช้าค่ำ
ทนลำบากยากเข็ญ
ชีวีเราแสนเศร้าลำเค็ญ
มองไปไม่เป็นดังเช่นคน
ผอมซูบโซโอ้อับจน
ผองเราทุกคนต้องสู้เพื่อเสรี
(สร้อย)
ทำงานทุกวันขันกล้า
ค่าเลี้ยงชีพไม่พอ
ลูกและเมียร้องเรียกหาพ่อ
หิวข้าวตัวงอระงมไป
ดวงเดือนดาวพราวสดใส
แม้สอยกินได้ จะสอยไว้ให้ลูกกิน
(สร้อย)
หยาดเหงื่อไหลรินสรรค์สร้าง
ทั่วโลกกว้างงามตา
ปวงนายทุนขุนศึกศักดินา
มันกดขี่ บีฑา กินเลือดเรา
ทำเท่าไรได้พวกเขา
เอ้าเอา พวกเราโค่นล้มมันเถิดเอย(สร้อย)
กรรมกรจงรวมกันเข้า
ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ
สามัคคีน้องพี่คนงาน
ร่วมแรงฝ่าฟันไม่พรั่นใคร
แอกบนบ่าปลดออกไป
สร้างความเป็นไท สดใสนิรันดร
(สร้อย)
เพลง ศักดิ์ศรีกรรมกร นี้ปรากฏครั้งแรกในหลังยุค 14 ตุลา2516 เมื่อ ปี 2517 แสดงครั้งแรกโดย วงดนตรีคนจน ณ โรงงานย่านอ้อมน้อย ขับร้องครั้งแรกโดย นิรุตติ์, จำนูญ, ระพิน และ แอ๋ว วงดนตรีเฉพาะกิจวงนี้ร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหวชุมนุมของผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร -ปริมณฑล และ สลายตัว ไปหลังเหตุการณ์ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เนื่องจาก จำนูญ สมาชิกคนสำคัญ ถูกยิงเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่นาน แอ๋ว ก็ ถูกยิงเสียชีวิต ส่วน ระพิน สมาชิกอีกคนหนึ่ง หายสาบสูญ แต่ไพศาลที่เป็นคนแต่งเหลือรอดมาเขียนบทใหม่และอุดมการณ์ใหม่คือ"โอ้ว่าทูลกระหม่อมแก้วฯ"
อย่างไรก็ตามต่อมาไพศาลมาทำงานให้พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นักปราบคอมมิวนิสต์ และมาเขียนบทความให้ผู้จัดการของสนธิ ลิ้มทองกุล เขายังส่งนายพิธาร พืชมงคล เป็นบอดี้การ์ดใกล้ชิดที่สุดให้กับสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำสูงสุดของพันธมิตร ต่อมาในการรัฐประหาร19กันยายน 2549 ไพศาลเป็นคนเขียนแถลงการณ์คณะรัฐประหารฉบับแรกๆจากการเปิดเผยของคำนูณ สิทธิสมาน และเขาได้ตบรางวัลเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสายของนายสนธิ ลิ้มทองกุลด้วย
ไพศาลก็เช่นเดียวกับฝ่ายซ้ายเก่าจำนวนมากรอบตัวนายสนธิ ไม่ว่าจะเป็นคำนูณ สิทธิสมาน สำราญ รอดเพชร ประพันธ์ คูณมี สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พิภพ ธงชัย อมร อมรรัตนานนท์ กระทั่งแจ๊ค-วัชระ เพชรทอง และสุริยะใส กตะศิลา ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยสมาทานอุดมการณ์สังคมนิยม หรือแม้แต่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เคยประกาศจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์มาก่อน
แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป พวกเขากลับเชิดสถาบันขึ้นบังหน้าแล้วนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกำจัดปฏิปักษ์ทางการเมือง รวมทั้งกำจัดอำนาจของประชาชนไทยที่ต้องการประชาธิปไตย แล้วนำบ้านเมืองถอยหลังลงคลองด้วยการเมืองโควต้า70:30
...............................
“โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว เห็นแล้วว่าประทับอยู่ข้างไหน”
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.as...D=9510000124188
*หมายเหตุ:บทความเรื่องไพศาลเคยเผยแพร่ในไทยอีนิวส์มาก่อน ต้องขอขอบคุณมาในโอกาสนี้
บทความในซีรีส์ชุดนี้
-ตอน1:ค่ายเนชั่นข้อตกลงกับปีศาจ เบื้องหลังโชคมหาศาล มันคืออาชญากรรม
-ตอน2:จากไดโนเสาร์กลายพันธุ์มาเป็นเหี้ย
-ตอน3:ลิ้มนักแบล็กเมล์เจอแบล็กลิสต์ เจาะลึกสำราญ รอดเพชร
-ตอน4:สมาคมสื่อโจร พวกมึงแหละตัวดีที่ต้องหยุดทำร้ายประเทศไทย
-ตอน5:ขุดประจานแก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก สรยุทธ
--ตอน6:ชื่อของนก นามของไม้ ศักดิ์ศรีของคนชายคามติชน
-(ตอน7):เปลว สีเงินปฏิบัติการแค้นฝังเหลี่ยม
-(ตอน8)'จารย์เจิมเสือเจ็บร้อง"เอ๋ง"!
-ตอน9):ชำแหละอ.ย.ม.ชัยอนันต์ สู่อ.ล.ม.กุนซือลิ้ม