วันอาทิตย์, พฤษภาคม 03, 2009

ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน2):จากไดโนเสาร์กลายพันธุ์มาเป็นเหี้ย

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
3 พฤษภาคม 2552

*บทความเกี่ยวเนื่อง อย่าพลาดตอนแรกของซีรีส์นี้ ค่ายเนชั่นข้อตกลงกับปีศาจ เบื้องหลังโชคมหาศาล มันคืออาชญากรรม

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใดสื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ


คนอื่นทำหนังสือพิมพ์ก็รวยหมด พี่ช้างก็มติชนเข้าตลาดหุ้น หยุ่นเอาเนชั่นเข้าตลาดหุ้น ลิ้มก็เอาผู้จัดการเข้า วัฏจักรก็เข้า เข้าแม่งหมด ขนาดหนังสือพิมพ์ตงฮั้วยังเข้าได้ ชัชรินทร์บอกกูไม่เข้า เพราะเดี๋ยวก็ต้องวิ่งหาเงินเป็นหมาหิว พอหมาหิวมันหน้ามืดก็ไม่ต้องเป็นคนหนังสือพิมพ์แล้ว จะกลายเป็นหมาหิวเงิน ซึ่งชัชรินทร์พูดไว้ถูกทุกข้อ เพราะพอคุณเอาหนังสือพิมพ์เข้าตลาดหุ้น ทุนคุณต้องใหญ่ ต้องแสวงหากำไร มันก็ต้องวิ่งหาคนมีอำนาจ ต้องเข้าไปกราบตีนเลียตีนเขาเพื่อว่าจะได้สัมปทานทีวี สัมปทานคลื่นวิทยุ เสร็จก็เอาไปปั่นออกอากาศ หาเงินโคดสะนา เอาไปบันทึกเป็นกำไรรายไตรมาส....คนหนังสือพิมพ์มันก็ต้องมาอยู่ในวังวนระบบอุปถัมภ์

แล้วที่ตอนนี้คนด่าๆว่าสื่อแม่งเอียงเข้าข้างอำมาตย์ส้นตีน ด่าไอ้เหลี่ยมกระทืบเสื้อแดง เรื่องของเรื่องมันก็มีที่มาที่ไปยังงี้ คือเหี้ยกับเหี้ยก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน พวกมึงประชาชนเรียกร้องประชาธืปไตยห่าเหวอะไรกูไม่เกี่ยว กูจะทำมาหาแดกกันไป มันก็ช่วยๆกันไปยังงี้


(2)สื่อ:จากไดโนเสาร์วิวัฒนาการมาเป็นเหี้ย หากไม่เหี้ยก็สูญพันธุ์

ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์มาตุภูมิรายวัน และอาทิตย์ข่าวพิเศษรายสัปดาห์


คือชัชรินทร์นี่เค๊าเป็นคนดี ในบรรดาคนหนังสือพิมพ์เหี้ยๆเต็มบ้านเต็มเมือง อาจเพราะความไม่เหี้ยนี่แหละ เอาไปเอามาเลยเอาตัวไม่รอด เจ๊งซะงั้น

ชัชรินทร์ประสบความสำเร็จเร็วนะ เป็นเจ้าของหนังสือพมพ์รายสัปคืออาทิตย์ตั้งแต่อายุ20กว่า(ต่อมาโดนปิดเปลี่ยนชื่อเป็นว่าเล่น ที่ผมจำได้เช่น วิวัฒน์ อาทิตย์วิวัฒน์ ข่าวพิเศษ) แล้วก็เคยมีเล่มรายวันคือมาตุภูมิ ตอนนั้นเป็นหัวขาวดำทำแข่งกับมติชนของพี่ช้าง แต่สายป่านสั้นเลยเจ๊งไปก่อน

พี่ช้าง(ขรรค์ชัย บุนปาน เจ้าของค่ายมติชน)ชอบคบคนมีอำนาจ พอมีอำนาจก็มีเงิน พี่ช้างก็มีเงินทำหนังสือพิมพ์ต่อสายป่านมาได้เรื่อยๆ

ชัชเขาชอบคบคนไม่มีอำนาจ อย่างเสธ.ชำนาญนี่ตกกระป๋องในทบ.ไปแล้ว หรือพวกสันต์ จิตรปฎิมา ก็กลายเป็นกบฎเมษาฮาวาย หรือพี่ฉิ่งอดีตแม่ทัพ4ก็ปราบเป็นแต่คอมฯหาตังค์ไม่เป็นเหมือนนายพลคนอื่น นักการเมืองก็คบพวกนักคิดนักทำอย่างพี่คนิณอะไรนี่นะ พอใครมีอำนาจแกก็ไม่คบ เคยคบปิยะณัฐอยู่พักนึง แกก็เข้าไปปฏิรูปช่อง11ได้มีรายการดีๆหลายรายการพอสมควร

สรุปคือยังงี้ชัชรินทร์คบพวกนักอุดมคติ พี่ช้างคบพวกมีอำนาจพวกดลบันดาลหาเงินทองหล่อเลี้ยงได้ แต่พี่ช้างก็ไม่เหี้ยถึงขั้นทำหนังสือพิมพ์ส้นตีนนะ แกก็ให้มืออาชีพทำมติชนออกมาอย่างที่เราเห็นๆกัน

ชัชรินทร์ไม่คบพวกมีอำนาจไม่เท่าไหร่เสือกตามเล่นเขาเรื่อย เลยโดนเด็กบิ๊กจิ๋วตีกบาลเลือดอาบมาแล้ว ตอนรสช.ฉบับอื่นหลบหมด ก็มีชัชรินทร์นี่ชนรสช.อยู่โด่เด่ฉบับเดียวมั๊ง แต่ตอนใกล้ชนะแล้วสนธิค่อยมาเล่นรสช.เต็มๆ

คนอื่นทำหนังสือพิมพ์ก็รวยหมดพี่ช้างก็มติชนเข้าตลาดหุ้น หยุ่นเอาเนชั่นเข้าตลาดหุ้น ลิ้มเอาผู้จัดการเข้า วัฏจักรหนังสือพิมพ์สมัครงานก็เข้า เข้าแม่งหมด ขนาดหนังสือพิมพ์ตงฮั้วยังเข้าได้

ชัชรินทร์ก็บอกกูไม่เข้า เพราะเดี๋ยวก็ต้องวิ่งหาเงินเป็นหมาหิว พอหมาหิวมันหน้ามืดก็ไม่ต้องเป็นคนหนังสือพิมพ์แล้ว จะกลายเป็นหมาหิวเงิน

ซึ่งชัชรินทร์พูดไว้ถูกทุกข้อ เพราะพอคุณเอาหนังสือพืมพ์เข้าตลาดหุ้น ทุนคุณต้องใหญ่ ต้องแสวงหากำไร มันก็ต้องวิ่งหาคนมีอำนาจ(บ้านเมืองเราใครมีอำนาจหละ ก็ทหาร แล้วก็นายของพวกทหาร)มันก็ต้องวิ่งเข้าไปกราบตีนเลียตีนเขาเพื่อว่าจะได้สัมปทานทีวี สัมปทานคลื่นวิทยุ เสร็จก็เอาไปปั่นออกอากาศ หาเงินโคดสะนา เอาไปบันทึกเป็นกำไรรายไตรมาส....คนหนังสือพิมพ์มันก็ต้องมาอยู่ในวังวนระบบอุปถัมภ์

แล้วที่ตอนนี้คนด่าๆว่าสื่อแม่งเอียงเข้าข้างอำมาตย์ส้นตีน ด่าไอ้เหลี่ยมกระทืบเสื้อแดง เรื่องของเรื่องมันก็มีที่มาที่ไปยังงี้ คือเหี้ยกับเหี้ยก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน พวกมึงประชาชนเรียกร้องประชาธืปไตยห่าเหวอะไรกูไม่เกี่ยว กูจะทำมาหาแดกกันไป มันก็ช่วยๆกันไปยังงี้

ผมขอแทรกตรงนี้หน่อยหนึ่งมีคนถามมากว่าตอนสงกรานต์ทมิฬรัฐไปใช้พรก.ฉุกเฉินควบคุมสื่อมากเหรอ สื่อมันถึงได้ออกข่าวด่าเสื้อแดงชิบหายวายวอด แล้วก็เข้าข้างรัฐบาลหน้าด้านๆ ..ก็อย่างที่ผมเล่าไปแล้วไงครับว่า พวกนี้มันวิวัฒนาการมาเป็นเหี้ยหมดแล้ว เหี้ยเอากับเหี้ยนึกออกใช่มั๊ย

มันสมประโยชน์กัน อุปถัมภ์กันไปมา ไอ้พวกกลุ่มพลังอำนาจและอำนาจลึกลับก็อยากหาคนช่วยเชียร์ หาหมาไว้เห่าไว้กัดศัตรู ไอ้พวกสื่อก็อยากได้คลื่น ได้สัมปทานทีวี วิทยุ อยากได้โฆษณา มันก็สมประโยชน์กัน กับไอ้พวกสื่อมันก็มีคดีเก่ากับไอ้เหลี่ยมอยู่เยอะ มันอยากเช็กบิลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

รัฐจะไปทำอะไรไปบีบอะไรสื่อหละ คือเทียบกับว่าสื่อเป็นผู้หญิง รัฐเป็นผู้ชาย แค่รัฐแตะขาเบาๆ สื่อแม่งก็ถ่างซะจนน้ำบานแล้ว...ไม่รู้จะเทียบกับอะไร เลยเทียบให้แม่งจัญไรอย่างนี้แหละ


ชัชรินทร์ไม่ทำยังงี้เขาเคยพูดไว้ทำนองว่า ไม่ต้องมาห่วงกูหรอกว่า กูจะสูญพันธุ์แบบไดโนเสาร์(คือตอนนั้นเด็กพี่ช้างนี่แหละ อาจอารมณ์ติดพันมาว่าสมัยก่อนมติชนเป็นคู่กัดกับมาตุภูมิรายวันของชัชรินทร์ไปด่าชัชเขาว่า มึงไม่ปรับตัวเข้าตลาดหุ้นแบบพวกกูมึงจะสูญพันธุ์แบบไดโนเสาร์)ถึงกูจะสูญพันธุ์ก็ไม่หนักกบาลใคร ดีกว่าให้กูวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์ไปเป็นเหี้ยแบบพวกมึง.....อันนี้ถือว่าเป็นคำพูดสั่นสะเทือนวงการพอประมาณ

เรื่องก็เป็นอย่างคาด คือชัชรินทร์ก็สูญพันธุ์ จากเคยมีรายวันรายสัปฯหายหมด เจ๊ง ส่วนพวกที่วิวัฒนาการตอนนี้ก็วิวัฒนาการมาเป็นเหี้ยตัวพ่อ อย่างที่เห็นๆตอนสงกรานต์ทมิฬไง

ส่วนที่แฟนๆของชัชรินทร์สงสัยว่าทำไมหลังในตอนนี้เขาออกแนวเหลืองๆในตอนหลัง ผมว่าก็ไม่เหลืองอื๋อน่าเกลียดหรอก ชัชรินทร์เขาหันไปทางเล่นทางใน ศาสนาเปรียบเทียบอะไรงี้ เสียดายเขาอยู่คือเขาเกิดไวโตเร็วเจ๊งก่อน เลยแก่ก่อนใคร หันมาพูดเรื่องวัดวาศาสนามัสยิดโบสถ์อะไรไปแล้ว ทั้งที่วัยอย่างเขานี่ถือว่าmatureน่าจะทำอะไรให้วงการได้มากกว่าที่เป็น

ด่ามาตั้งมาก ดันมาเชียร์ชัชรินทร์หวะ...แต่มุมด้านลบก็คงมีหนะนะผมว่า คือหากเขาปรับตัวอีกนี๊ด คงไม่ต้องเจ๊ง คือไม่ต้องวัฒนาการไปเป็นเหี้ยอะไรที่ไหนหรอก เอาแค่วิวัฒนาการมาเป็นกิ้งก่ากิ้งกือ แล้วยังรักษาแนวทางของตัวเองไว้ได้ ไม่กลายเป็นสื่อส้นตีนอย่างที่เห็นกันตอนนี้ก็น่าจะเวิร์กกว่า

หรือว่าเมืองไทยแม่งเป็นซะงี้ คือเหี้ยให้สุดตีนแล้วพวกมึงจะอยู่รอด...กอดอุดมคติก็ตายห่าซะเหอะ อะไรงี้เหรอ เฮ้อชีวิต

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม(หนูแก้ว) ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวINNซึ่งมีบทบาทสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่สุดบิ๊กสุต้องเสียสัตย์เพื่อชาติมาเป็น นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเขาต้องตามไปแก้ไขในตอนจบของเหตุการณ์แบบลึกลับ

ทีนี้เพื่อตอบคำถามว่าทำไมชัชรินทร์ดูจะออกแนวเหลืองๆ ผมก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องที่ชัชรินทร์เคยบอกคนใกล้ชิดว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัว ...

อย่างที่ผมเล่าไปว่าชัชรินทร์ชอบคบคนไม่มีอำนาจ หรือหมดอำนาจแล้ว มันก็มีองค์กรหนึ่งเคยมีอำนาจ ดันมาหมดอำนาจเพราะป่าแตก ก็คือพรรคคอมมิวนิสต์...ชัชรินทร์ก็ไปเอาพิรุณ ฉัตรวณิชกุล กรรมการกลางพรรคฯมาลงสัมภาษณ์ในหนังสือรายสัปดาห์ของเขา พิรุณก็พูดไปหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องสมัชชา4พคท.ที่ทำให้ป่าแตก แล้วก็แนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ

แต่ความซวยมาเยือน ทางการจับพิรุณได้พร้อมกับเมียคืออาจารย์ชล ตอนนั้นตั้งท้องแก่อยู่เป็นที่น่าอนาถมาก ชัชรินทร์ก็ต้องไปนอนคุกด้วย ตรงนี้จะเห็นว่าชัชโดนคุกข้อหาเป็น”แดง” มาวันนี้เสือกออก”เหลือง”นี่คนคงงองู2ตัวแดก

ชัชรินทร์ยังมีความสนิทสนมกับพวกป่าแตกอีกหลาย ในนั้นรวมทั้งคนเขียนหนังสือเรื่อง”จากดอยยาวถึงภูผาจิ”ชื่อนามปากกาจันทนา ฟองทะเล ฟังแล้วออกหญิงแต่แกเป็นผู้ชายนะฮะ แล้วก็ไปทำงานที่มหาลัยรังสิต กลายเป็นมือขวาดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ไป

ในยุครสช.มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนประธานสภาดร.อาทิตย์ได้เป็น และเป็นหนแรกในรอบหลายสิบปีที่ให้ประธานสภาผู้แทน เป็นประธานรัฐสภา มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อทูลเกล้าใครเป็นนายกฯ

ตามคิวก็ต้องเป็นพ่อเลี้ยงณรงค์ แต่พ่อเลี้ยงณรงค์ดันโดนสำนักข่าวINNที่เพิ่งตั้งได้หมาดๆแฉว่าแกค้าผงขาวตราสิงโตคู
่เหยียบลูกโลก จนอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศ

สำนักข่าวINNนั้นก่อตั้งโดยเพื่อนผมคือไอ้ต้อย-สนธิญาณ หนูแก้ว(ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่นฤทัยในธรรม เพราะมันชักแก่วัด) ไอ้ต้อยนี่เป็นคนปักษ์ใต้ ตัวดำสะตอพันธุ์แท้ เข้าป่ามาออกมายังไงไม่รู้ เสือกไปสนิทกับอาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยาซะงั้น อาจารย์จิรายุก็คือผู้อำนวยการทรัพย์สินฯไง พูดง่ายๆคือคนหาเงินให้ข้างบน

ไอ้ต้อยก็ให้อาจารย์จิรายุหนุนตั้งสำนักข่าวขึ้นมา ส่วนว่าINNไปเล่นพ่อเลี้ยงณรงค์จนชวดเก้าอี้นายกฯ เลยไปจบที่สุจินดา จนบานปลายเป็นพฤษภาทมิฬนี่ถือเป็น”แผนสมคบคิด”กันหรือเปล่า ผมก็ไม่อยากเดา เพราะไม่มีข้อมูลสนับสนุน แต่มันมีความเป็นไปเป็นมาอย่างนี้ ใครจะอยากสงสัยก็เชิญ ผมไม่เกี่ยว

พอเกิดพฤษภาทมิฬ ในหลวงเรียกเด็กๆเข้าไปหมอบ แล้วฟาดก้นคนละป๊าบให้เลิก แต่ปัญหาไม่จบ เพราะต้องตั้งนายกฯใหม่ พวกพรรคสามัคคีธรรมก็หน้าด้านบอกว่า ก็พวกประท้วงอยากได้นายกฯจากการเลือกตั้งไม่ใช่เหรอ งั้นพวกกูก็ขอใช้สิทธิ์ให้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือพล.อ.อ.สมบุญ ระหงส์ เป็นนายกฯ คนก็ยี้กันทั้งประเทศ ขอให้ยุบสภา แต่ตอนนั้นนายกฯก็ไม่มี มันก็ต้องหา หาไม่โดนใจเดี๋ยวมีม็อบภาค2อีก เพราะม็อบยังแตกสนิท ไอ้ตู่จตุพรพาคนหลบไปสมรภูมิม.รามฯอยู่

อันนี้เรื่องของเรื่องเลยมาถึงบทตัวพระออกโรง คือชัชรินทร์นี่รู้จักกับจันทนา ฟองทะเล มือขวาของดร.อาทิตย์ที่เป็นประธานสภา อีกฟากก็สนิทกับไอ้ต้อย มือขวาอาจารย์จิรายุชนิดเป็นพี่น้องรักกันมาก ชัชรินทร์เลยต้องเป็นmatch makerไป

ชัชรินทร์เล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า เขาก็ได้ตัวประธานสภามาอยู่กับเขา แล้วเขาก็ได้ดร.จิรายุพาเข้าวัง ตอนเข้าวังไปนี่ชัชรินทร์ซึ่งเคยถูกจับข้อหาคอมฯก็บอกว่าทึ่งมาก เพราะในห้องทรงงานเต็มไปด้วยเครื่องมือเครื่องไม้ไฮเทค ชนิดที่ว่าแฟ็กซ์นี่เพิ่งมีกันในเมืองไทยตอนนั้น แต่ห้องทรงงานนั้นน่าจะมีอินเตอร์เน็ตใช้กันแล้ว...อย่าลืมว่าเป็นพ.ศ.2535นะ

ขอข้ามเรื่องวงในไป เดี๋ยวผมจะซวยฐานรู้มากแล้วเอามาเผยในที่แจ้ง สรุปก็คือตามที่คนไทยและชาวโลกตกตะลึงกันตอนนั้นคือ แทนที่รถของวังจะนำตราตั้งพระบรมราชโองการไปบ้านพล.อ.อ.สมบุญที่แต่งตัวชุดขาวรออยู่ท่ามกลางสำนักข่าวเพียบ และเสียงคนด่าแม่ทั้งประเทศ ก็ขับเลยไปบ้านนายอานันท์ ปันยารชุน และก็เรียบร้อยโรงเรียนจิตรลดาอย่างที่รู้กัน อานันท์เป็นนายกบร๊ะราชทานรอบ2!

ความสัมพันธ์ของชัชรินทร์กับสนธิญาณก็เหนียวแน่นยาวนานมาป่านนี้ ตอนนี้สนธิญาณก็ตั้งกลุ่มห่าเหวอะไรซักอย่างมั้ง ที่ให้สินบน1ล้านจับไอ้เหลี่ยมนั่นแหละ ส่วนชัชรินทร์ก็มาสัมพันธ์กับพี่เปลว ไทยโพสต์ที่แกเกลียดเหลี่ยมยังกะขี้ด้วย ก็เลยอาจจะเหลืองไปด้วยเหตุว่าทึ่งอึ้งเสียวด้วย แล้วก็เป็นเรื่องของข้อมูลด้วย

คนหนังสือพิมพ์นี่อย่างผมด่าไปหากไม่ขายวิญญาณให้ซาตานเพราะกลายเป็นหมาหิวเงิน ก็อาจขายด้วยเหตุผลพิเศษอื่นๆ อย่างกรณีของชัชรินทร์นี่ไม่รู้ขายไปหรือยัง ก็ลองสดับดู...