วันอังคาร, สิงหาคม 18, 2558

ใครกันแน่ที่ประสงค์ร้ายต่อประเทศไทย?





ระเบิดศาลพระพรหม เอราวัณ ราชประสงค์ เมื่อย่ำค่ำวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม

เป็นการลอบวางระเบิดก่อการร้ายในใจกลางกรุงเทพฯ ครั้งที่รุนแรงที่สุด มีความเสียหายด้านชีวิตผู้คนจำนวนมาก ตัวเลขขณะนี้ผู้ตายไม่ต่ำกว่า ๒๐ ราย บาดเจ็บอีกนับร้อย

(รอยเตอร์รายงานแรกทีเดียวว่าคนตาย ๒๗ ราย ต่อมาเอเอฟพีและอัลจาซีร่าบอกตาย ๑๘ คน เช่นนี้แสดงถึงความรุนแรงของกำลังระเบิดซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที ณ ที่เกิดเหตุจำนวนมาก)

แม้ว่าโฆษกไก่อู และทีมโฆษณาของรัฐบาลทหาร จะออกมาแถลงให้ประชาชนอยู่ในความสงบ อย่าได้ตื่นตูม และกำชับสื่อให้ละเว้นเสนอเบาะแสใดที่จะทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนก็ตาม

แต่ธรรมชาติของมนุษย์ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน คงไม่มีใครยอมนิ่งรอ Big Brothers ‘speak’ อยู่ได้ จึงมีข่าวคาดคะเน (บางทีเรียกวิเคราะห์) ต่างๆ นานา ออกมาไม่ขาดสาย

ขอเลือกเอาที่เหนาะๆ มาให้รับทราบกันไว้เป็นพื้นฐานกันต่อไปในสองสามวัน จนกว่าทางการจะได้ข้อสรุปว่า ใครกันแน่ที่ประสงค์ร้ายต่อประเทศไทย

ขอขอบคุณ มติชน ที่กรุณานำความเห็นของผู้สื่อข่าวบีบีซี นายโจนาธาน มาร์คัส มาเสนอไว้ให้น่าคิดตาม

นายมาร์คัสคะเนว่าการก่อเหตุร้ายครั้งนี้เกิดจากยุทธการอย่างใดอย่างหนึ่งในสามทาง คือ

หนึ่ง เป็นการก้าวคืบของกระบวนก่อการร้ายภาคใต้ที่บัดนี้มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว

สอง มาจากฝักฝ่ายในความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยที่ ณ บัดนี้รวมถึงสงครามจรยุทธ์ห้ำหั่นกันไม่ยั้ง ไม่อินังต่อความเสียหาย ใครรับ ใครหลุด ใครโดนลูกหลง

และสาม พวกคลั่งบูชายันต์ จิฮัด ‘ไอสิส’ เริ่มปฏิบัติการเต็มพิกัดในไทย

(ตรวจสอบเนื้อหา ตามสำนวน conventional ได้ที่http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1439833817)





ประเด็นแรกมีผู้เห็นคล้อยไม่น้อย หากแต่ความเห็นคล้อยแสดงออกในลักษณะที่เป็น contemporary มากกว่าสมุฏฐานของนักข่าวบีบีซี

ขอยกตัวอย่าง Chanin Klayklung

“กรณีระเบิดที่ศาลพระพรหม มันคือการต่อสู้และแสดงความหมายทางความเชื่อและการเมืองระดับโลก
เป้าหมายคือรูปเคารพชาวจีน และตอบโต้รัฐบาลไทยกรณีอุยกูร์

ประเทศจีนระเบิดตายเกลื่อนมันยังปิดเรื่องเงียบได้ แต่ประเทศไทยมันสมประสงค์มากกว่า”

ผู้พันท่านว่าอย่างนี้ เป็นการเตือนสติ ‘เสื้อแดง’ อย่าได้คิดสาระตะสูตรสำเร็จ

“ทหารสร้างการณ์ขึ้นมาเอง หรือมีความขัดแย้งภายใน เพื่อต่ออายุในอำนาจการปกครองประเทศ เนื่องจากความไม่สงบ

ผมมั่นใจ ทหารต่อให้เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาขนาดไหน แต่ย่อมไม่มีทางฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีเหตุจูงใจหวังผลทางการเมืองขนาดนี้ หรือถ้าจะทำ ไม่ทำแบบนี้แน่นอน”

ก็ฟังได้ ในมิติ keep composure อย่าออกอาการกันมากนัก ที่ต่างกับอีกฝักอีกสี ยังไม่เห็นมีใครใจดีช่วยปราม

จากโพสต์ของผู้มีอาชีพบรรยายทางวิชาการในชั้นเรียนท่านหนึ่ง เขาใช้ชื่อ สุวินัย Pornณวลัย พอรู้ข่าวก็ฟันธงทันใดว่า “เป็นน้ำมือของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล”




ประโยคนี้คลับคล้ายคลับคลา ‘ยังจำได้ไหม’ เมื่อคราวระเบิด Co-Op ที่สมุยนั่นไง ลงท้ายผู้ต้องหาฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั่นมาไกลผ่านหลายจังหวัด ไอ้ที่ชาวบ้านสงสัยไปเองว่ากิจการใกล้เจ๊ง แล้วระเบิดมาฟาดเคราะห์ลุ้นประกันนั่น ขออุบ

(คราวนี้ก็มีพูดเหมือนกัน เฮ้ย ตั้งแต่สึกออกมาป่วนไปหลายดอกแล้ว อันนี้ทีเด็ดไหมล่ะ แต่เหอะ เถอะน่า อย่าเม้าท์ไม่มีมูล)

ด็อกเตอร์เศรษฐศาสตร์ไม่ได้ยั้งอยู่แค่นั้น ขยายความเข้าไปอีกนิดว่า “คนบงการต้องอาฆาตพยาบาทประเทศนี้ ‘และรัฐบาลนี้’ มาก รวมทั้งต้องทุ่มเงินไม่อั้น เพื่อก่อการร้ายใจกลางเมืองหลวงอย่างนี้ได้ เพื่อเยาะเย้ยและสะใจ”

(เพิ่งรู้นะว่าไอ้พวกก่อการร้ายประเทศไทยนี่เขาทำกันเพียงเพื่อ เยอะเย้ยและสะใจ)

แค่นั้นไม่พอ นาย Suvinai คนนี้แกขยับให้กระชับเข้าไปอีกหน่อยว่าผู้บงการเป็นใคร “คนแบบนี้มีไม่มาก น่าจะเป็นคนเดียวด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเราน่าจะเดาออกได้ว่า คนผู้นั้นเป็นใคร”

ไม่รู้ว่า Mr. Porn แกหมายถึงคนนี้หรือเปล่า ขาประจำ คนที่โดนทุกงาน ร่ำๆ ว่าคดี ปรส.ที่ช่วยกันรั้งช่วยกันหน่วงจนหลุดไปแล้วละลายน้ำแปดหมื่นล้าน นั่นก็คนนี้อีกเหมือนกัน

บังเอิญเขาไม่รอให้ซ่าหริ่มชุ่มกะทิ มีทวี้ตอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ขณะอยู่เยอรมนีออกมา

“ได้ทราบข่าวเหตุระเบิดที่ กทม. ด้วยความตกใจและสลดใจ...ผมขอประณามผู้ที่กระทำฯ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ด้วยคำที่รุนแรงที่สุด”

เป็นอันว่าตอนนี้ไม่ใช่ทั้ง ‘สร้างสถานการณ์’ และ ‘เยาะเย้ย สะใจ’ ดูท่าจะเป็นก่อการร้ายสากล อัยกูร์ หรือไอสิส ไม่รู้แน่ รู้แต่ว่าคนทำเป็น ‘คนเลว’ ดังว่าที่นายกฯ ยุทธศาสตร์ปรองดอง ด่าให้

ถ้างั้นมาดูเบาะแสสักเล็กน้อย เก็บไว้เป็นฐานข้อมูลส่งให้คุณหญิงPornดริฟท์

อันแรกนี่ป้ายสะเปะสะปะเล็กน้อย แชร์กันบนเพจเฟชบุ๊คว่า มีหญิงคนหนึ่ง (พูดไทยได้ด้วย) เอากระเป๋าจะไปฝากไว้กับ รปภ. แต่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยไม่ยอมรับ หล่อนจึงถือกระเป๋าเข้าไปเตร็ดเตร่ในบริเวณศาลพระพรหม แล้ววางกระเป๋าทิ้งไว้ก่อนเจ้าตัวหายไป และเกิดระเบิดขึ้น

อีกเบาะแสมาจากสื่อสายหลัก

“เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดดังกล่าวซึ่งมีอยู่จำนวนมาก พบภาพชายต้องสงสัยลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ‘แขกขาว’ รูปร่างท้วม สวมแว่นตา นั่งรถสามล้อเครื่องตุ๊กตุ๊กจากแยกศาลาแดงวิ่งผ่านแยกราชประสงค์ก่อนที่จะกลับรถอย่างรวดเร็ว และวิ่งตรงเข้าจอดที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ที่อยู่ใกล้เคียงศาลพระพรหม

จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ถือกระเป๋าเป้ ลักษณะขนาดใหญ่สีดำและมีน้ำหนักมาก เดินตรงเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านใน ซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านหน้าติดรั้วของศาลพระพรหม พร้อมกับวางกระเป๋าเป้ ไว้ข้างใต้เก้าอี้” ก่อนจะมีการระเบิดเกิดขึ้น

(http://www.komchadluek.net/detail/20150818/211814.html)
ก็ทว่าจากภาพวงจรปิดผู้ต้องสงสัย กระเป๋าที่เขาถือไม่ใช่เป้นะ คงต้องรอผลงานสืบสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแฉ ฉลองว่าที่ ผบ.ตร. มือปราบนครบาล ได้สร้างผลงานนำร่อง ส่องทางอยู่ยาวเคียงข้าง คสช. จ้าวยุทธศาสตร์ปรองดองแห่งชาติ

แต่ก็นั่นแหละ บังเอิญมีสื่อฝรั่งรายหนึ่งชี้แนะว่า งานนี้ไม่ใช่ฝีมือพวกจิฮัดหรอกคุณ หนังสือพิมพ์ ยูเอสเอทูเดย์ อ้างผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษานานาชาติ นายริค เนลสัน ยืนยัน

“การระเบิดครั้งนี้เกิดจากสาเหตุแห่งการแตกแยกห้ำหั่นกันภายในทางการเมือง ไม่ใช่ฝีมือของพวกรัฐอิสลาม หรือขบวนการก่อการร้ายนานาชาติที่นิยมความรุนแรงแต่อย่างใด”

‘USA Today’ อ้างผู้เชี่ยวชาญอีกคน คือ Mubin Shaikh ซึ่งเป็นนักวิจัยด้านผู้ก่อการร้ายอาหรับ บอกว่าไม่ปรากฏมีข้อความเกี่ยวกับแผนการระเบิดนี้ทางอินเตอร์เน็ต และสื่อโซเชียลโดยเครือข่ายพวกจิฮัดสากลให้เห็นเลย จึงเป็นไปได้ว่านี่เป็นก่อการร้ายระดับ ‘ภายใน’

(http://www.usatoday.com/…/no-jihadist-link-seen-b…/31859829/)

อ๊ะ ถ้างั้นต้องหันไปฟังข้อสังเกตุจากคนอยู่ไกลอีกท่านหนึ่งดูบ้างไม่เสียหลาย ‘จักรภพ เพ็ญแข’ ตั้งแง่ความเป็นไปได้ไว้สามข้อ

๑. ใครในเมืองไทยที่มีอำนาจควบคุมดูแลระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงขนาดนี้

๒. เชื่อว่าระเบิดนี้ผูกติดอยู่กับเสาของศาลพระพรหมเอราวัณ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่มีผู้ว่าจ้างให้ชายคนหนึ่งเข้าไปทำลายรูปพระพรหม จนเสียหายในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย น่าสงสัยหรือไม่ว่าใครก็ตามที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับศาลนี้ จะรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำในครั้งนี้

๓. เหตุการณ์เช่นนี้อาจทำให้การกลับคืนสู่ประชาธิปไตยล่าช้าออกไปอีก ใครได้รับประโยชน์

ข้อนั้นเราม่ายรุ รู้แต่ว่าตอนนี้เขาจะเอาต่ออีก ๕-๖ ปีแล้วละ